คลิป...ตักน้ำแกงจืดใส่จานข้าวพร้อม หยิบแตงโมหนึ่งชิ้นให้เด็กนักเรียนที่กำลังรับอาหารกลางวันไปรับประทาน คนไม่น้อยที่มีโอกาสได้ดูน่าจะรู้สึกตรงกัน...สลดหดหู่ใจพระมหาสมัย จินฺตโฆสโก ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน เจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม. ในฐานะที่อยู่ในวงการการเลี้ยงเด็กช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส ผู้อุปการะเลี้ยงดู ช่วยอาหาร การศึกษาเด็กด้อยโอกาสมา 35 ปี มองว่าสถานศึกษาของรัฐที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน นำไปใช้จ่ายได้กระทำสิ่งที่คาดไม่ถึงพ่อ...แม่ ซึ่งเป็นผู้ปกครองเด็กจะมีความรู้สึกเช่นใดก็คงไม่ต้องเดาการจัด “อาหารกลางวันให้กับเด็ก” กำลังจะกลายมาเป็น “ผี” คอยหลอกหลอน ซึ่งก่อนหน้านี้เรามักพบเห็นเพียงข่าวคุณครูบางคนลงโทษเด็กนักเรียนรุนแรงเกินกว่าเหตุ หรือ...บางคนมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาบางคนถูกเด็กนักเรียน “ประท้วง” เกี่ยวกับการบริหารไม่โปร่งใสไม่เป็นธรรมาภิบาล จนกลายเป็นข่าวมาแล้ว“งบประมาณรัฐบาลที่จัดสรรในด้านการศึกษาถือว่าเป็นงบประมาณที่สูงกว่าอีกหลายกระทรวงเพราะการศึกษาเท่านั้นจะเป็นหนทางที่จะพัฒนาเด็ก เยาวชนให้เจริญเติบโตขึ้นมาเป็น...พลเมืองที่ดีมีคุณภาพ ให้กับครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติงบประมาณที่เด็กนักเรียนได้รับสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการคือ เด็กระดับอนุบาลคนละ 1,700 บาท...เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาคนละ 1,900 บาท...เด็กนักเรียนระดับมัธยมต้นคนละ 3,500 บาท และเด็กนักเรียนระดับมัธยมปลายคนละ 3,800 บาทนอกจากนั้นยังมีงบประมาณ “อาหารกลางวัน” เป็นรายบุคคลตลอดทั้งปีการศึกษานั้นๆ ที่เด็กนักเรียนจะได้รับซึ่งโดยเฉลี่ยภาพรวมแล้วคนละไม่เกิน 20 บาทต่อมื้อต่อวัน“ท่านลองนึกดูว่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนทั้งคาวและหวานคนละ 20 บาทนั้น...ไม่ควรเป็นฝันร้ายของเด็กๆอย่างยิ่ง?”แม้ว่าระบบการจัดทำอาหารกลางวันของแต่ละสถานศึกษาอาจจะมีความแตกต่างกันออกไป บางแห่งใช้งบประมาณที่ได้รับนั้นไปจ่ายตลาดเองทั้งสัปดาห์หรือ 5 วัน 5 มื้อ...โดยจ้างชาวบ้าน 1-3 คน มาเป็นแม่บ้านปรุงอาหารกลางวันให้เด็ก บางที่ก็จัดให้มีการ “ประมูล” การทำอาหารขึ้นมา จึงเกิดความสลับซับซ้อนในการจัดทำยิ่งเพิ่มรายจ่ายขึ้นมากกว่าเดิมเพราะกลายเป็น “ธุรกิจ” อย่างเต็มตัว “ถ้าผู้ประมูลได้มีจิตเมตตามองเห็นคุณค่าของลูกหลานชาวบ้านก็มักจะเกิดประโยชน์ต่อเด็กอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย”แต่ถ้าคนที่ประมูลได้มองเรื่อง “ธุรกิจ” เป็นสำคัญยิ่งแล้ว ก็อย่าหวังเลยว่าคุณภาพของอาหารและปริมาณของอาหารจะเพียงพอแก่ความต้องการของวัยเด็ก นั่นคือลูกๆหลานๆของเราจะได้รับโภชนาการที่ไม่เพียงพอหรือ...บางสถานศึกษาก็ดึงผู้คนในชุมชนหรือในพื้นที่มาร่วมใจกันผลิตอาหาร ร่วมใจกันทำอาหารเลี้ยงเด็กนักเรียนโดยมี “จิตอาสา” อย่างแท้จริง “คุณค่าที่เกิดขึ้นจึงมีความหมายอย่างยิ่ง คนทำก็มีความสุข มีความภาคภูมิใจได้ช่วยเหลือลูกหลานคนอื่น ได้ช่วยเหลือส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆทั้งสิ้น จนกลายเป็นผู้ให้ที่เสียสละจริงๆ ซึ่งน่าจะเอาไปเป็นตัวอย่างที่ดีได้”นอกจากนี้แล้วยังมีบางสถานศึกษาก็มีวิธีและแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างไปจากที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ทั้งนี้ ได้ยึดเอาประโยชน์สูงสุดที่ตกถึงเด็กนักเรียนเป็นประการสำคัญ...“อาหารกลางวัน” ของเด็กจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม“อาหารกลางวันจึงเป็นอาหารที่จะต้องมีคุณค่าต่อเด็กนักเรียนที่สถานศึกษาจัดให้ เมื่อร่างกายเจริญเติบโตขึ้นมาตามสมควรแก่วัยแล้ว สมองที่พร้อมจะรับการเรียนรู้ก็ติดตามมา ประโยชน์ที่เด็กนักเรียนจะได้รับจึงจะครบถ้วนทั้งทางกาย ทางสมองและทางคุณธรรมจริยธรรมที่เราต้องการ”การบริหารจัดการและความรับผิดชอบสูงสุดของแต่ละสถานศึกษาก็คือ ผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหาร ไม่ว่าผู้อำนวยการโรงเรียน...ผู้จัดการโรงเรียน หรือผู้ได้รับการแต่งตั้งในกรณีอื่นๆ การบริหารจัดการบุคลากรภายในสถานศึกษารวมถึงเด็กนักเรียนเข้าไปด้วย การใช้จ่ายงบประมาณที่มีอยู่หรือที่ได้รับมาให้ถูกต้องตรงไปตรงมาที่สำคัญ...สามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นระบบ การใช้วัสดุอุปกรณ์ภายในสถานศึกษาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาและระบบการจัดการทั้งหมด ถ้าบกพร่องด้านใดด้านหนึ่งเสียแล้วก็ถือว่าบริหารไม่สมบูรณ์ ขาดประสิทธิภาพสุดท้าย...ผลร้ายก็ตกถึงเด็กนักเรียน ครูบาอาจารย์ ผู้คนที่เข้าไปเกี่ยวข้อง“ขอบิณฑบาตและขอวิงวอนอย่าให้ข่าวร้าย...ภาพร้ายเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนทุกชีวิต โดยเฉพาะด้านอาหารกลางวันเด็กอีกต่อไป ขอให้ช่วยกันทุ่มเททั้งกาย ใจ จิตวิญญาณของความเป็นครูที่มีอยู่นี้ช่วยกันทำให้ลูกหลานของชาวบ้านได้มีสุขภาพที่แข็งแรง เติบโตขึ้นมาตามวัย มีอาหารรับประทานที่ถูกสุขลักษณะและเพียงพอแก่วัย”อีกทั้งความรุนแรงที่คุณครูบางคนกระทำแก่เด็กนักเรียนที่เกินกว่าเหตุก็ขอให้หยุดเสีย การมีพฤติกรรมด้านชู้สาวหรือล่วงละเมิดทางเพศรวมถึงข่มขืนเด็กนักเรียนก็ขอให้หมดสิ้นไป“เรายกเอากรณีแกงจืดใส่ไก่และใส่ฟักที่มีแต่วิญญาณนี้มาเป็นอุทาหรณ์สอนเรา...สะท้อนให้เห็นถึงการศึกษาของไทยเรากำลังจะล้มเหลวไปทุกที ตราบใดที่เรายังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ขออย่าให้วิญญาณไก่มาหลอกหลอนลูกหลานของเราอีกเลย...”ถ้าย้อนหลังไปเมื่อ 30 กว่าปีที่ผ่านมา เราคงเคยได้ยินสโลแกนว่า “แด่...น้องผู้หิวโหย” ซึ่งเป็นคำที่มีเนื้อหากินใจอย่างมากที่องค์กรการกุศลเอกชนหน่วยงานหนึ่งได้เคยจัด “โครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน”ผลักดันรณรงค์เชิญชวนผู้คนในสังคมร่วมบริจาคเงินนำไปเป็นค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในชนบท โดยที่สามารถช่วยเหลือด้านอาหารกลางวันเด็กนักเรียนได้อย่างมากเพิ่มเติมจากงบประมาณของทางราชการแต่กาลเวลาได้ล่วงเลยมาเกือบช่วงอายุขัยของคนเราแล้ว ความจำเป็นและความต้องการชนิดโหยหวนคงไม่มีแล้ว เพราะงบประมาณของแผ่นดินได้ตกไปถึงพื้นที่อย่างทั่วถึงแล้ว...มีเพียงประเด็นว่างบประมาณอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนนั้น ได้ถึงมือเด็กนักเรียนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่เท่านั้น? หรือ...ถูกเบียดบังจนเกิดกระแสห่วงใยขึ้นในสังคม“เรามาช่วยกันส่งเสริมดูแลสนับสนุนเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นลูกหลานของสังคมไทยเรานี้ให้พวกเขาได้เจริญเติบโตขึ้นมาตามวัย ได้รับอาหารทางกายอย่างเพียงพอ เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย...”ได้รับอาหารทางอารมณ์จากสังคมทั้งในครอบครัว ชุมชนและสถานศึกษาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่น ความสุข มีความเมตตาไปทั่วบริเวณ ได้รับความรู้ทางสติ...ปัญญา ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของพวกเขาในวันข้างหน้า เมื่อเป็นเช่นนั้นความเพียบพร้อมด้วย “วิชา” และ “จรณะ” จะเกิดขึ้นกับลูกหลานเราแน่นอนคลื่นกระแสสังคม...แกงจืดใส่วิญญาณไก่และใส่ฟักในครั้งนี้ ขอให้เป็นภาพหลอนครั้งสุดท้าย อย่าให้เรื่องฉาวๆแบบนี้เกิดขึ้นในวงการทางการศึกษาและสังคมไทยเราอีกเลย สาธุฯ.