สี่ห้าวันก่อน เพื่อนต่างซอยเดินผ่านซอยพหลโยธิน 18/1 (ซอยร่วมศิริมิตร) เขตจตุจักร หลุดปาก ทำไมทั้งซอยจึงสะอาดเอี่ยมตา เขาตามข่าวจึงรู้ว่าฝีมือท่านผู้ว่าฯอัศวินเจอหน้าผมก็ออกปาก ฝากขอท่านผู้ว่าฯ...สั่งคนให้ไปดูปากซอยลาดพร้าว 1...บ้าง ทั้งหาบเร่แผงลอย ทั้งรถ ทั้งผู้คนเบียดเสียดยัดแย่งกันใช้ จนไม่รู้ว่าตรงไหนเป็นตลาดของพ่อค้าแม่ค้า ตรงไหนเป็นทางเท้าให้คนเดิน ตรงไหนเป็นถนนให้รถวิ่งพอดีได้ยินทีวีออกข่าว กทม.จะเริ่มปฏิบัติการ เลิกตั้งถังขยะริมถนน ฝึกนิสัยให้คนรู้จักทิ้งขยะให้ถูกที่ถูกทาง...ผมฟังแล้วก็รู้สึกดี เอาไงก็เอากันนะท่านผู้ว่าฯอัศวินปัญหาขยะกับปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาคล้ายกัน บ้านเมืองใกล้ๆเคียงๆอย่างฮ่องกง ไต้หวัน หรือไกลไปถึงจีน...เขาเดินหน้าไปไกลแสนไกลอย่างฮ่องกง เขาเริ่มกันขันแข็ง หลังปัญหาตำรวจใหญ่คอร์รัปชัน...จนวันนี้ ฮ่องกงทำแต้มคอร์รัปชันน้อยกว่าสิงคโปร์ ประเทศเดียวบ้านเมืองเราเห็นจะต้องรอให้จับคนใหญ่ๆแบบคาหนังคาเขา เชือดเป็นตัวอย่าง...เพราะดูจะยังรั้งรอ แบบยั้งมือไว้ไมตรี...กันอยู่เรื่องแบบนี้โบราณท่านมีคำสอนไว้ง่ายๆ หลายสำนวนสำนวนแรก ลูบหน้าปะจมูกลูบหน้าปะจมูก หมายความว่า จะทำให้เด็ดขาดจริงจังก็ไม่ถนัด เพราะเป็นพวกเดียวกันความหมายที่กว้างออกไป...มีเรื่องอะไรไม่ดี จะสอบสวนให้ได้ตัวคนทำไม่ดี ก็ปรากฏว่าคนทำไม่ดีคนนั้นไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็นพวกเดียวกันนั้นเองลงท้ายก็เลยไม่ทำอะไรเด็ดขาดจริงจัง เพราะเกรงใจหรือเห็นแก่กันคนโบราณท่านจึงพูดสอนลูกหลาน...เมื่อลูบหน้าลงไปแล้ว อย่างไรเสียก็ต้องปะจมูก เพราะหน้ากับจมูกอยู่ด้วยกันสำนวน “ลูบหน้าปะจมูก” ใช้กันมาก ขณะสำนวน “ลูบหน้าแข้งปะหัวเข่า” เคยใช้กันบ้าง แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ยินกันแล้วอีกสำนวนโบราณ...ที่ใช้กันน้อยกว่า...“ลูกสมภาร หลานเจ้าวัด”สำนวนนี้หมายความถึง ลูกของเจ้าลูกของนายลูกของผู้มีอำนาจ ฯลฯ “ลูกท่านหลานเธอ”สมัยโบราณเราให้เด็กไปอยู่กับพระที่วัด หรือให้ไปเรียนหนังสือกับพระที่วัดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวัด ลูกสมภารหลานเจ้าวัดนั้นมีสิทธิมากกว่าศิษย์วัดอื่นๆและคนอื่นๆก็ต้องระวังไม่ไปทำอะไรให้เป็นกวนใจหรือขัดใจทั้งสองสำนวนนี้หากจะปรับใช้เป็นกลยุทธ์ในการบริหารบ้านเมืองสมัยใหม่พูดแบบนักวิชาการ ท่านก็ต้องว่านโยบาย 2 ล.สมมติท่านผู้ว่าฯอัศวินอยากจะใช้เตือนใจ ก็เขียนแปะไว้ข้างฝา หรืออยากจะให้ลูกน้องทุกเขตแขวงเอาไปใช้ด้วย ก็ประกาศเป็นนโยบายปัญหาสถานเบา... ล.1 ระดับเจ้าหน้าที่ เจอที่ไหนจัดการได้ทันที เช่นเรื่องขยะ อย่าปล่อยให้เกิดเรื่องแบบลูบหน้าปะจมูกปัญหาสถานหนัก ล.2 ลูกสมภาร หลานเจ้าวัด...ตัวอย่างเรื่องคอนโดสูงๆ ซึ่งมักเชื่อมโยงอำนาจการเมือง ปึงปังไป ก็อาจเป็นเภทภัย ก็ต้องคุยกันระดับบนหลายคนแล้วค่อยทำผ่าน 2 ล.นี้ไปได้ กรุงเทพฯก็จะเป็นเมืองศิวิไลซ์ เดินทางเท้า ไม่สะดุดน้ำเน่า ไม่ตกหลุมตกท่อท่านอัศวินอยากเป็นผู้ว่าฯ อีกสักกี่สมัย พวกเราชาวกรุงก็จะช่วยกันลงคะแนนให้ท่านเป็น.กิเลน ประลองเชิง