บอกไม่เห็นด้วย แต่ทำไมไม่ค้าน ปชป.ปลดล็อก! หาทาง-แก้รธน.รัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ส่อท้าทายวิกฤติศรัทธาอีก คนกันเองเตือน บิ๊กตู่-ครม.เสี่ยงถูกร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดคุณสมบัติ“ไพศาล” สะกิดบรรดารัฐมนตรีเจอข้อกล่าวหาพิสูจน์ ยากสอบปมซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ “เพื่อไทย” ลับดาบจ่อเข้าชื่อยื่นสอบขัดคุณสมบัติ ม.160 (4) กับ (5) “ชลน่าน” ล็อกเป้า ตามสอย “อุตตม” เอี่ยวเงินกู้กรุงไทย ยันจำเป็นต้องขุดคุ้ยอดีตกระทบปัจจุบันและอนาคต อนค.ขย่มซ้ำจัดหนักรัฐบาลใหม่ผลงานไม่เข้าตา “ธนกร” โต้ระวังหอกหันกลับคืนสนอง พรรคร่วมฯคึกส่งนโยบายให้ พปชร. ปชป.ปักหมุด ประกันราคาพืชผล-แก้รัฐธรรมนูญ “ชวน” บรรจุวาระจัดระเบียบเครื่องแต่งกาย ส.ส. ต้นตอเสียงวิจารณ์ชุด “ช่อ-พรรณิการ์” จับตา 26 ก.ค. เบิร์ธเดย์ “ทักษิณ” ประกาศยุติบทบาทการเมือง “สามารถ” บอกไร้นัย ไม่กระทบ พท.หลังมีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯถวายแล้ว พรรคฝ่ายค้านเตรียมตรวจสอบ ครม.ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี เพิ่มอีก นอกเหนือจากที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งเรื่อง ส.ส.111 คนเข้าชื่อ ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขาดคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งนายกฯเนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่“ไพศาล” ชี้ “บิ๊กตู่–ครม.” เสี่ยงถูกร้องเมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า “วันที่ 4 ก.ค.ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ได้ส่งเรื่องที่ ส.ส.111 คนเข้าชื่อกัน ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าลุงตู่ขาดคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้การเมืองไทยมีความเสี่ยง และกระทบต่อความเชื่อมั่นขึ้นมาอีก เพราะเมื่อประธานสภาฯส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่า 1.ศาลมีคำสั่งไม่รับเรื่องไว้พิจารณา 2.ศาลมีคำสั่งให้รับเรื่องไว้พิจารณาและทำการไต่สวนต่อไป”จุกอกปมซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์“และคอยดูต่อไปได้ครับว่าทันทีที่มีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่แล้ว จะมีการเข้าชื่อกันร้องว่ารัฐมนตรีขาดคุณสมบัติอีกหลายคน เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้บัญญัติคุณสมบัติประการหนึ่งของรัฐมนตรีไว้คือ ต้องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งง่ายต่อการที่จะถูกกล่าวหาได้ และยากที่จะพิสูจน์ได้ว่ามีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์และมีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์” นายไพศาลระบุพท.จ่อยื่นสอบขาดคุณสมบัติ รมต.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ กรณีประธานสภาฯส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่า ถือเป็นการทำหน้าที่ต่อเนื่องที่ประธานสภาฯต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ที่ให้สมาชิกสามารถเข้าชื่อผ่านประธานสภาฯยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องต่างๆ เมื่อเห็นว่าคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์อาจขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 170 เราจึงยื่นดำเนินการ และเมื่อดูรัฐธรรมนูญมาตรา 160 เกี่ยวกับคุณสมบัติรัฐมนตรี ที่ (4) กำหนดว่าต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และ (5) ต้องไม่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ซึ่งเป็นความผิดอย่างร้ายแรง จึงจะพิจารณาในส่วนของรัฐมนตรีด้วย หากใครเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามจะดำเนินการยื่นให้ประธานสภาฯส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 82 เช่นเดียวกันด้วยล็อกเป้าฟัด “อุตตม” พันเงินกู้กรุงไทย“ยกตัวอย่างเช่น กรณีนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มีชื่อเป็น รมว.คลัง แต่ระหว่างนายอุตตม เป็นกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย เมื่อปี 2546 ได้ลงนามอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทในกลุ่มเครือกฤษดานคร จำนวน 9,900 ล้านบาท แม้จะบอกว่าไม่เห็นด้วยแต่การปล่อยกู้เกิน 2,000 ล้านบาทต้องเป็นมติเอกฉันท์ทำไมไม่คัดค้าน ดังนั้นหากนายอุตตมได้เป็นรัฐมนตรีเราจะขอยื่นเรื่องให้ประธานสภาฯ ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป หากพบรัฐมนตรีท่านใดมีลักษณะต้องห้ามจะดำเนินการ เช่นเดียวกันด้วย” นพ.ชลน่านกล่าวคุ้ยอดีตกระทบปัจจุบันถึงอนาคตเมื่อถามถึงการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ 2 นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ว่าที่รัฐมนตรีหลายท่านเป็นรัฐมนตรีจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นการตรวจสอบคุณสมบัติและพฤติกรรมที่ผ่านมา ซึ่งมีผลกระทบถึงปัจจุบันและอนาคต เราต้องดำเนินการทันทีเพราะถือเป็นเหตุการณ์และการกระทำที่เกิดขึ้นมาแล้ว เราต้องปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนในฐานะฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ส่วนการตรวจสอบภาพรวมการทำงานตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป เราจะดำเนินการหลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว เพราะถือว่ารัฐบาลจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เต็มตัวตอนนั้นอนค.ขู่ รบ. ผลงานไม่ดีเจอจัดหนักนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมตรวจสอบการทำงานและคุณสมบัติของรัฐบาลชุดใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า การตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีถือเป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายค้านจะต้องตรวจสอบ ก่อนการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ พล.อ.ประยุทธ์คงจะตรวจสอบเบื้องต้นแล้วว่าจะไม่ขัดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ แต่ในเรื่องของจริยธรรมและภาพลักษณ์ของว่าที่รัฐมนตรีบางคนตามโผนั้นอาจจะมีปัญหาที่เข้าไปพัวพันกับเรื่องการทุจริตหรือมีภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมในการเป็นผู้มีอิทธิพล ตรงนี้คงต้องมีการตรวจสอบกันไป กรณีของนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่มีชื่อตามโผเป็น รมว.คลัง ถ้ารัฐบาลอื่นที่ผ่านมาคงต้องถอนตัวไปแล้ว ทางพรรคอนาคตใหม่เราจะรอดูการบริหารงานของรัฐบาล หากเกิดการทุจริตหรือเราเห็นว่าการทำงานไม่ตอบโจทย์หรือมีการทุจริต เราจัดหนักแน่ เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ย้ำมาตลอดว่าเข้ามาบริหารประเทศเพื่อความสงบและปราบการทุจริตเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่ามาโจมตีกันนายคารมกล่าวอีกว่า พรรคอนาคตใหม่เน้นการทำงานตามกลไกรัฐสภา เราจะค้านอย่างมีเหตุผล และทำตามกฎและกติกาตามที่กำหนดไว้ และคิดว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆไม่ควรหยิบมาเป็นประเด็นโจมตีกัน อย่างเช่น เรื่องการแต่งกายของ ส.ส.ในสภาฯหรือบางเรื่องที่ไม่ควรเป็นประเด็นอะไรเลย พรรคอนาคตใหม่ เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ เน้นทำการเมืองแบบใหม่เพื่อช่วยให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ที่ผ่านมาเราไม่เคยไปโจมตีใครก่อน มีแต่ถูกกระทำก่อนทุกครั้งเราถึงออกมาชี้แจง จึงอยากขอร้องให้นักการเมืองทำงานอย่างสร้างสรรค์เพื่อประชาชน อย่าเอาเรื่องเล็กน้อยที่ไม่มีอะไรมาโจมตีกันจนเป็นเรื่องใหญ่ “ธนกร” โต้ระวังหอกหันกลับคืนสนองนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กรณีพรรคเพื่อไทยเคลื่อนไหวตรวจสอบนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กรณีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย นายอุตตมชี้แจงชัดเจนแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ผ่านการตรวจสอบมาแล้ว อย่าบิดเบือนข้อมูล ที่สำคัญนายอุตตมพร้อมชี้แจงหากพรรคเพื่อไทยยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะมั่นใจความบริสุทธิ์ นายอุตตมผ่านการสอบสวนทั้ง คตส. ป.ป.ช. กลต. แบงก์ชาติและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว แต่ฝ่ายค้านกลับไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม พยายามดิสเครดิตไม่เลิก คนไทยทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และทุกคนเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่ยังพยายามที่จะโยงว่า คสช.อาจช่วยเหลือกัน ไม่เป็นธรรมกับนายอุตตม เรื่องนี้จบไปก่อนมี คสช.ด้วยซ้ำไป ระวังให้ดีสุดท้ายหอกอาจจะหันกลับไปทิ่มคนที่พรรคเพื่อไทยรักที่สุด“เฉลิมชัย” นำทีมร่วมร่างนโยบายนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าวันที่ 8 ก.ค. จะเริ่มหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลในการยกร่างนโยบายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า เพิ่งทราบ เรื่องผ่านสื่อ ตามหลักคาดว่าน่าจะเป็นนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ไปร่วมหารือ เพราะเป็นตัวแทนพรรคไปเจรจาพูดคุยมาตั้งแต่ต้น ส่วนจะมีคนอื่นไปด้วยหรือไม่ ในพรรคต้องมาหารือกันก่อน ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคด้วยว่าจะสั่งการอย่างไร อาจจะไปเป็นคณะก็เป็นได้ ปักหมุดประกันพืชผล-แก้ รธน.นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะนำเข้าไปใส่ในนโยบายรัฐบาลด้วยนั้น เบื้องต้นมีเรื่องการประกันรายได้ ประกันราคาพืชผลการเกษตร การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในระดับต่างๆ จะเน้นให้ส่วนท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับงานบริการสาธารณะต่างๆให้ประชาชนในพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงนโยบายด้านอื่นๆที่พรรคใช้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง จะต้องไปพูดคุยกับแกนนำพรรคหลักในการผสมผสานว่าจะใส่นโยบายของพรรคร่วมต่างๆลงไปในนโยบายรัฐบาลได้อย่างไร ที่สำคัญต้องสามารถนำมาปฏิบัติให้เกิดขึ้นได้จริง เห็นเป็นรูปธรรม เป้าประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนให้ได้มากที่สุดอย่ากังวล หน.ปชป.รักษาคำพูดนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยพาดพิงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าหลังร่วมรัฐบาลแล้วจะชูเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 อีกหรือไม่ว่า เมื่อพรรคเพื่อไทยการกล่าวหาเชิงประชดประชันจำเป็นต้องชี้แจง ดังนี้ 1.นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ทำงานการเมืองไม่เคยด่างพร้อยหรือทำความเสียหายให้กับประเทศชาติ มีหลักยึดซื่อสัตย์สุจริต รักษาคำพูด มีคุณสมบัตินักการเมืองที่ดี อย่ากังวล นายจุรินทร์คิดทำเพื่อประชาชน ไม่ได้คิดหากินกับประชาชนรื้อ รธน.เริ่มต้นปลดล็อกให้แก้ได้ก่อนนายราเมศกล่าวอีกว่า 2.พรรคประชาธิปัตย์แถลงแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้นคือหลักการสำคัญ ซึ่งได้รับการตอบรับและจะเริ่มต้นปลดล็อกหมวดว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำได้ยาก แน่นอนว่าในอนาคตเราจะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยหลักกติกาปกติ จึงแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้ก่อน รายละเอียดจะแก้มาตราไหนอย่างไร เป็นขั้นตอนต่อไปข้างหน้า ต่างจากบางพรรคที่พยายามทำลายระบบประชาธิปไตย ซื้อเสียง ใช้เสียงข้างมากทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ออกกฎหมายเพื่อตัวเอง โกงงบประมาณแผ่นดิน ทำลายอำนาจตุลาการ ล้วนเป็นการกระทำทำลายประชาธิปไตยทั้งสิ้น ขอให้พรรคเพื่อไทยอ่านคำพิพากษาศาลให้ฟังทุกคน คงดิ้นเหมือนโดนน้ำร้อนลวกกันทั้งพรรค ลงเรือเหล็กสู้เพื่อ ปชช.ไม่ใช่เพื่อนายนายราเมศกล่าวต่อว่า 3.ที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปนั่งอยู่ในเรือเหล็กลำใหญ่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วจะลืมสิ่งที่เคยพูดไว้ หากเป็นนักการเมืองไร้ซึ่งสัจจะ ที่ถือเป็นสัญญาประชาคมก็ไร้ศักดิ์ศรี ไม่มีใครเชื่อถือ พรรคเพื่อไทยพูดเหมือนคนที่โกหก จนเชื่อในสิ่งที่ตัวเองโกหกอยู่ทุกวัน จนคิดว่าเป็นความจริง ในทางการเมืองไม่ว่าเราจะนั่งเรือ ลำเล็กลำใหญ่ไม่สำคัญ ถ้าเรือนั้นเป็นเรือที่พาพี่น้องประชาชนพ้นความทุกข์ยากและเห็นประชาชนเป็นที่ตั้ง พรรคเพื่อไทยเคยนั่งเรือลำใหญ่แต่ในเรือมีแต่ความสำราญของคนในครอบครัวและบริวาร สำราญจากความทุกข์ของประชาชนและประเทศ ใช้ประชาชนให้ทำงานในเรือ เพื่อให้เจ้าของเรือมีรายได้จากการสูบกินส่งออกต่างประเทศ สุดท้ายทิ้งประชาชนไว้กลางทะเล แต่ตอนจบเรือลำนั้นชนสิ่งโสโครกอับปางกลางทะเล นี่คือความแตกต่างระหว่างเรือใหญ่ของพรรคเพื่อไทยที่มีเจ้าของคนเดียว แต่เรือลำนี้จะเป็นเรือของประชาชนที่ทุกภาคส่วนจะช่วยกันเพื่อนำไปสู่เป้าหมายความสำเร็จในการแก้ปัญหาให้ประชาชน“อนุทิน” ส่งตรงนโยบายให้นายกฯนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบายต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้บรรจุไว้เพื่อเป็นนโยบายของรัฐบาลแล้ว โดยยกตัวอย่างนโยบาย หลักและนโยบายด้านสาธารณสุข ที่นำเสนอไป เช่น การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ เชิดชู สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยึดมั่นและธำรงไว้ ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชามาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนดันกัญชาเสรี-อสม.หมอประจำบ้าน“นอกจากนี้ การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน พัฒนาและยกระดับความรู้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)ให้เป็นหมอประจำบ้าน โดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารทางการแพทย์ หรือโทรเวชกรรม (Tele Medicine) พัฒนาการปลูกกัญชาเสรีเพื่อการแพทย์ การอุตสาหกรรม อุปโภคและบริโภค และนันทนาการ ปรับระบบสาธารณสุขมูลฐาน ระบบหลักประกันสุขภาพให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ” นายอนุทินระบุชทพ.จัดเต็มแผนเร่งด่วน 7 ด้านนายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายพรรค กล่าวว่า ได้ส่งนโยบายของพรรคไปยังแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตามที่ได้รับการประสานจากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เพื่อนำไปรวบรวมจัดทำเป็นนโยบายของรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว รายละเอียดหลักเป็นนโยบายเร่งด่วนหรือแผนปฏิบัติการเร่งด่วน 7 ด้านที่พรรคใช้หาเสียงเลือกตั้งกับประชาชน ประกอบด้วย 1.ด้านการเกษตร 2.ด้านการศึกษา 3.ด้านสังคม 4.ด้านสาธารณสุข 5.ด้านการกระจายอำนาจ 6.ด้านการท่องเที่ยว และ 7.ด้านพัฒนาเมืองชูนโยบายสิ่งแวดล้อมและพลังงานนายนิกรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังส่งนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานฉบับสมบูรณ์ที่พรรคจัดทำขึ้นเมื่อทราบว่าได้รับมอบหมายให้บริหารกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 6 หัวข้อหลัก 1.คุ้มครอง อนุรักษ์ ฟื้นฟูและพัฒนา 2.บริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงกฎระเบียบ กระจายอำนาจการบริหารไปยังส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น 3.ควบคุมและแก้ปัญหามลพิษ 4.วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อความยั่งยืน 5.พัฒนาคุณภาพการผลิตพลังงานและแสวงหาพลังงานทดแทนจากทรัพยากรธรรมชาติ และ 6.ปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ จากนี้แกนนำพรรครัฐบาลคงประสานนัดหารือการจัดทำนโยบายอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง“ทยา” ฝากสามีจัดหลักสูตรต้านโกงผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 6 ก.ค. นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ภรรยานายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและเจ้าของโรงเรียนนานาชาติรักบี้ สคูล ประเทศไทย จ.ชลบุรี โพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถ่ายคู่กับป้ายที่มีข้อความว่า “โตไปไม่โกง” และถือกระดาษข้อความว่า “ข้อ 5 ทำเพื่อส่วนรวม” พร้อมโพสต์ข้อความว่า ภูมิใจ project นี้มาก หลักสูตร “โตไปไม่โกง” เมื่อครั้งเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. ได้นำไปสอนในโรงเรียน กทม. ทั้ง 348 โรง วันนี้ได้ให้นโยบายครูไทยที่โรงเรียนรักบี้นำไปบรรจุในหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นเรื่องสำคัญมากต้องสอนเด็กๆตั้งแต่ยังเล็กให้ต่อต้านการโกงทุกรูปแบบ ปัญหาคอร์รัปชันเป็นปัญหาหลักของชาติ การปลูกฝังเยาวชนให้มีจิตสำนึกความซื่อสัตย์ รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมและมีจิตสาธารณะทุกภาคส่วนต้องช่วยกันและควรนำไปเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมปฏิรูปการศึกษาขอฝากรัฐบาลและว่าที่ รมว.ศึกษาฯไว้ด้วย ทั้งนี้ ในโผ ครม. นายณัฏฐพลมีชื่อจะไปเป็น รมว.ศึกษาธิการ “สมบูรณ์” สอนมวย “สุทิน”วันเดียวกัน นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวหา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ตีตกญัตติของพรรคฝ่ายค้านขอตั้งกรรมาธิการสอบสวนที่มาของ ส.ว.ว่า ขอชี้แจงอีกครั้งดังนี้ 1.ญัตติที่เสนอมาไม่ใช่หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นเหตุที่ไม่บรรจุญัตติ เพราะตามมาตรา 129 ของรัฐธรรมนูญกำหนดให้สภาฯจะตั้งกรรมาธิการฯ สอบสวน ศึกษาเรื่องใดต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาฯ เมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 269 กำหนดให้การสรรหาแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นอำนาจ คสช. จึงไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาฯจะไปสอบสวน 2.ที่นายสุทินระบุว่าปกติถ้าผู้เสนอญัตติเขียนญัตติไม่ถูกต้อง สภาฯจะเชิญไปแก้ไข ครั้งนี้ทำไมไม่เชิญแต่ตีตกเลย ที่ผ่านมาถ้าสภาฯเห็นว่าญัตตินั้นมีเนื้อหาสาระที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสภาฯที่กระทำได้ แต่ยังมีข้อความหรือถ้อยคำไม่ถูกต้องจะเชิญมา แต่ญัตติของนายสุทินไม่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของสภาฯ จึงไม่ต้องเชิญมาแก้ไขหมดยุคสภาฯสั่งได้เด็กเกเรอย่าป่วน“คุณสุทินคงเคยชินกับสภาฯสั่งได้เหมือนในอดีต จึงไม่ยอมรับฟังเหตุผล อาจเพราะห่างจากสภาฯมานาน คราวที่แล้วอยู่ในกลุ่มถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง และเคยอยู่ในสภาฯสมัยสภาฯสั่งได้ ยุคสมัยที่สภาฯเป็นแบบเผด็จการรัฐสภา จึงรับคำสั่งให้บรรจุญัตติ ออกกฎหมายเพื่อนายทุนพรรคตนเอง เช่น ออกกฎหมายล้างผิดให้นักโทษทุจริตหนีคดี ออกนโยบายโครงการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท หรืออนุมัติงบประมาณโครงการที่เอื้อต่อการทุจริตจนเคยชิน เอาเรื่องเอาญัตติที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจตนเองมาบรรจุให้ได้ ไม่เคารพการตัดสินของประธานสภาฯ ซึ่งมอบหมายให้รองประธานได้พิจารณาอย่างรอบคอบ เชิญนักกฎหมายที่ปรึกษามาร่วมพิจารณา ประธานสภาฯเคารพต่อหลักการความยุติธรรม แต่คุณสุทินทำตัวเป็นเด็กเกเรประจำสภาฯไม่ยอมรับคำตัดสิน สภาฯเป็นสถาบันเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน ออกกฎหมายเพื่อความเป็นธรรมของสังคม อย่าใช้สภาฯเพื่อใช้ต่อรองทางการเมือง สร้างความแตกแยกในสังคม” นายสมบูรณ์กล่าวอนค.ชงตั้ง กมธ.สอบทุบนักกิจกรรมผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในหนังสือด่วนมาก ลงวันที่ 5 ก.ค.เพื่อนัดประชุมสภาฯตามที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้มีคำสั่งให้นัดประชุมในวันที่ 10-11 ก.ค.มีระเบียบวาระที่ถูกบรรจุใหม่น่าสนใจ อาทิ ร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ คณะกรรมาธิการวิสามัญยกร่างข้อบังคับที่มีนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลัง-ประชารัฐ เป็นประธาน ได้พิจารณาเสร็จแล้ว ส่วนญัตติด่วนที่ถูกบรรจุระเบียบวาระใหม่ที่น่าสนใจ อาทิ 1.ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการลอบประทุษร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง เสนอโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 2.ญัตติด่วนเรื่อง ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบและศึกษา ติดตามการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ ต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกประทุษร้ายของประชาชน เสนอโดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เป็นต้นหารือจัดระเบียบเครื่องเเต่งกาย ส.ส.ด้านนายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวถึงกรณีการแต่งกายเข้าประชุมของ ส.ส.ว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจได้เชิญนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯมาหารือ เพื่อกำหนดแนวทางการแต่งกายที่เหมาะสมของ ส.ส. เดิมได้กำหนดไว้ในข้อบังคับการประชุมสภาฯว่า ส.ส.ควรแต่งชุดสากลนิยม หรือชุดพระราชทาน หรือชุดที่ประธานสภาฯกำหนด ขณะนี้ข้อบังคับการประชุมสภาฯชุดใหม่ได้ร่างเสร็จแล้ว จะบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมสัปดาห์หน้า โดยจะได้หยิบยกประเด็นดังกล่าวมาอภิปรายกัน เพื่อหาข้อสรุปที่เหมาะสม เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีของสภาผู้แทนราษฎร และเป็นแบบอย่างของสังคมต่อไปต้นตอเสียงวิพากษ์ชุด “ช่อ” เข้าสภาฯผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สาเหตุที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เชิญนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯมาหารือ เพื่อกำหนดแนวทางการแต่งกายที่เหมาะสมของ ส.ส.ที่เดิมในข้อบังคับการประชุมสภาฯ ส.ส.ควรแต่งชุดสากลนิยม ชุดพระราชทาน หรือชุดที่ประธานสภาฯกำหนดนั้น สืบเนื่องจากช่วงเริ่มเปิดสมัยประชุมสภาฯชุดใหม่ครั้งแรก ที่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว. โพสต์ข้อความตำหนิการแต่งกายของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ว่าไม่เหมาะสม เพราะอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ แต่ น.ส.พรรณิการ์ ยืนยันว่าตนเองแต่งชุดแจ็กเกตสูทโทนสีขาว-ดำ แบรนด์ “โพเอม” (POEM) คอลเลกชัน Black & White OMBRE ถูกกาลเทศะ ไม่ใช่ชุดที่ไม่สุภาพ จนกระทั่งสัปดาห์ล่าสุดในการประชุมสภาฯ ส.ส.หญิงของพรรคอนาคตใหม่และพรรคเพื่อไทย นำโดย น.ส.พรรณิการ์ นางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ นางสิรินทร รามสูต ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้แต่งกายในชุดล้านนามาประชุมสภาฯ อ้างว่าต้องการสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายในสังคม จนทำให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องความเหมาะสมอีก ทั้งนี้ ข้อบังคับการประชุมใหม่ได้ร่างเสร็จแล้ว จะบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมสัปดาห์หน้าต่อไปพท.ปรับทัพทีมผสมรุ่นใหม่–จอมเก๋าผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ถึงการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย เพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ในวันที่ 12 ก.ค.ว่า หลังมีความชัดเจนว่านายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ จะมาเป็นหัวหน้าพรรคและ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ขณะนี้เริ่มมีการวางตัวกรรมการบริหารที่เหลือให้ครบทั้ง 29 คนตามข้อบังคับพรรค ทั้งนี้ นายสมพงษ์ ได้บอกว่ากรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะไม่ใช่สตันต์แมน โดยมีการวางแนวทางจัดทัพกรรมการบริหารชุดใหม่เป็นการผสมผสานกันระหว่างผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองและคนรุ่นใหม่ โดยผู้มีประสบการณ์จะขยับมานั่งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค คาดว่าจะประกอบด้วยนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต รมช.สาธารณสุข นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตรองประธานสภาฯ ขณะที่รองเลขาธิการพรรค จะให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่ ส่วนโฆษกพรรคมีโอกาสที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย จะมารับหน้าที่ดังกล่าวจับตา “ทักษิณ” ยุติวางมือการเมืองผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ก.ค. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล หรือเสี่ยเพ้ง อดีต รมว.พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้จัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 69 ปีที่บ้านย่านเหม่งจ๋าย พร้อมขึ้นประกาศบนเวทีขอยุติบทบาททางการเมืองตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยนายพงษ์ศักดิ์ระบุเหตุผลการตัดสินใจดังกล่าวว่าเพราะอายุมากและทำการเมืองมานานพอสมควรแล้ว จึงต้องการหยุดพักผ่อน ขณะเดียวกันมีรายงานว่าจะมีแกนนำพรรคเพื่อไทยอีกหลายคนประกาศวางมือในลักษณะเดียวกัน และให้จับตาวันที่ 26 ก.ค. ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจมีการประกาศยุติบทบาททางการเมืองเช่นเดียวกับนายพงษ์ศักดิ์“สามารถ” ระบุไร้นัยไม่กระทบพรรคนายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ประกาศวางมือทางการเมืองว่า นายพงษ์ศักดิ์ประกาศเรื่องดังกล่าวในงานวันเกิดของท่าน เพราะทำงานการเมืองมานานและอายุมากแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่มีนัยอะไร และเชื่อว่าจะไม่มีแกนนำคนอื่นประกาศวางมืออีก ทั้งนี้ เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับพรรค เพราะนายพงษ์ศักดิ์ไม่ได้เข้ามามีบทบาทอะไรกับพรรคมาก เป็นเพียงบุคคลที่สมาชิกพรรคให้ความเคารพ และให้คำแนะนำสมาชิกในเรื่องต่างๆไม่ใช่เฉพาะเรื่องการเมือง เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะวางมือด้วยเหมือนกัน นาย สามารถตอบว่า ไม่ทราบและไม่ว่าท่านจะวางมือหรือไม่ก็ไม่กระทบอะไรกับพรรค เพราะที่ผ่านมาท่านไม่ได้มายุ่งเกี่ยวอะไรอยู่แล้ว