ตำรวจรอเก้อ 6 บริษัทผู้รับเหมา ปรับปรุงโรงแรมริเวอร์ การ์เด้นท์ เบี้ยวนัด ใช้ไม้แข็งออกหมายเรียก ทันที ให้มาพบภายในวันที่ 2 ก.ค. ส่วนโยธาเขตบางรักขอเลื่อนเข้าให้ข้อมูลเช่นกัน เป็นวันที่ 24 มิ.ย. คนขับเครนชาวเขมร ผู้ต้องหาคนสำคัญ สงสัยไม่มีใบอนุญาตขับเครน ตำรวจออกหมายจับตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. ส่งชุดสืบสวนไล่ล่าแต่ยังคว้าน้ำเหลว เชื่อยังหลบหนี อยู่ในประเทศ อีกทางกล่อมบริษัทต้นสังกัดให้ช่วยพามอบตัว ตำรวจประสานสหวิชาชีพเข้าสอบปากคำ นักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์อาทิตย์หน้า กทม.จัดอบรมผู้บริหารเขต ไร้ ผอ.เขตบางรัก อ้างเยี่ยมนักเรียนบาดเจ็บจากเครนหัก กทม.เร่งตรวจสอบการก่อสร้างอาคารสูงหวั่นซ้ำรอย “อัศวิน” เผย อยู่ระหว่างชี้แจงกับปลัด กทม. ดูที่เหตุและผล ผิดก็ว่าไปตามผิดกรณีเครนก่อสร้างโรงแรมริเวอร์ การ์เด้นท์ ยกแผ่นเหล็กพื้นนั่งร้านขึ้นไปบนตัวอาคาร แต่เครนเกิดหักทำแผ่นเหล็กร่วงลงมาใส่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ ซอยเจริญกรุง 40 ถนนเจริญกรุง แขวงและเขตบางรัก กทม.ที่อยู่ติดกัน ทำให้มีเด็กนักเรียนหญิง 10 คนได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นเป็นนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ถูกแผ่นเหล็กตกกระแทกศีรษะ ถึงขนาดกะโหลกศีรษะร้าวอาการสาหัส ส่งเข้ารักษาตัว รพ.เลิศสิน แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด ขณะที่ผู้บริหารบริษัท แบงค์ค็อก ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด เจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรมริเวอร์ การ์เด้นท์ ออกมาขอโทษและรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าจาก สน.บางรัก เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก ระบุว่า หลังจากที่เมื่อวานนี้ตัวแทนบริษัท พุทธเตชะ จำกัด ประสานจะเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางรัก เพื่อให้ข้อมูล แต่สุดท้ายไม่ได้มาพบตามที่นัดหมาย มีเพียงตัวแทนบริษัทไปขอเจรจากับทางโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์เท่านั้น การเจรจายังไม่สามารถตกลงกันได้ อีกทั้งตำรวจยังไม่สามารถสอบปากคำตัวแทนของบริษัทได้ เนื่องจากตัวแทนที่มาเป็นเพียงที่ปรึกษาและไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุเลย“วันนี้จึงให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเครนในวันเกิดเหตุ และกรรมการผู้มีอำนาจของทั้ง 6 บริษัทผู้รับเหมาของโครงการนี้ เข้ามาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน โดยจะแบ่งประเด็นการสืบสวนออกเป็น 2 ประเด็นคือ 1.ประเด็นอะไรทำให้เครนหักโค่นลงมาจนทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจจะเร่งสอบสวนประเด็นนี้ก่อน ส่วนอีกประเด็นคือ การฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน และต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามที่สำนักงาน เขตบางรักมาแจ้งความไว้ ประเด็นนี้จะต้องใช้เวลาการสอบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ” ผกก.สน.บางรักกล่าวพ.ต.อ.ดวงโชติกล่าวด้วยว่า คดีนี้ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากกลุ่มบริษัทผู้รับเหมาเท่าที่ควร ตอนแรกมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง อ้างว่าผู้ขับเครนเป็นพนักงานคนไทย แต่เมื่อตรวจสอบแล้วกลับพบว่า พนักงานคนดังกล่าวลากลับบ้านที่จังหวัดปัตตานีตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ตอนหลังถึงมายอมรับว่า คนขับเครนเป็นคนงานชาวกัมพูชา ไม่มีความรู้เรื่องการขับเครนเท่าที่ควร หลังจากตำรวจออกหมายจับคนขับเครนชาวกัมพูชาไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน (20 มิ.ย.) ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมกำลังขอความร่วมมือให้บริษัทเครนช่วยตามตัวคนขับมาพบเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้าน พ.ต.ท.ศุภชัย หาญคำหล้า รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางรัก กล่าวว่า บ่ายวันนี้พนักงานสอบสวนเชิญเจ้าหน้าที่สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เข้ามาสอบปากคำประเด็นที่เจ้าหน้าที่กรมโยธาเข้าไปตรวจสอบการก่อสร้างอาคาร พบการดัดแปลงอาคารหรือไม่ ดัดแปลงเพื่อประโยชน์อะไร เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากก่อนหน้านี้สอบปากคำเจ้าของบริษัทเครน วิศวกรควบคุมงาน และคนควบคุมวิทยุขณะเกิดเหตุไปแล้ว หากมีพยานหลักฐานถึงนิติบุคคลรายใดจะออกหมายเรียก ส่วนคดีทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บต้องได้ตัวคนขับเครนมาสอบสวนก่อน รวมถึงต้องรอดูผลตรวจพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ว่า เหตุเกิดขึ้นจากความบกพร่องของอุปกรณ์หรือความไม่พร้อมของคนขับเครน เบื้องต้นอยู่ระหว่างตรวจสอบใบอนุญาตคนขับเครนที่หลบหนีไปล่าสุดเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก เผยอีกว่า ล่าสุดฝ่ายโยธาสำนักงานเขตบางรัก ติดต่อขอเลื่อนเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน จากวันนี้ (21 มิ.ย.) เป็นวันที่ 24 มิ.ย.แต่ยังไม่ระบุเวลา ส่วนการดำเนินคดีออกหมายเรียก 6 บริษัทที่เกี่ยวข้องการก่อสร้างไปแล้ว ให้มาพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 2 ก.ค. เพื่อสอบถามว่า บริษัททำหน้าที่อะไร รับผิดชอบส่วนไหน หากไม่มาจะประชุมพิจารณาออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หรือออกคำสั่งฝ่าฝืนหมายเรียก นอกจากนี้สอบปากคำผู้ปกครองและครูไปกว่า 10 ปาก ภายในสัปดาห์หน้าพนักงานสอบสวนจะเข้าสอบนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ ประสานสหวิชาชีพร่วมด้วย ส่วนการเร่งติดตามจับกุมตัวคนขับเครนฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส เชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศ สำหรับวิศวกรขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ต้องรอสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไปที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เปิดการฝึกอบรมการบริหารเขตระดับผู้อำนวยการ เข้าร่วมทั้งหมด 44 เขต เนื่องจากอีก 6 เขตอยู่ระหว่างเปิดรับสมัคร คัดเลือก เพื่อเลื่อนและแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการเขต วันนี้ น.ส.ภคภรณ์ สงวนศักดิ์ ผอ.เขตบางรัก ไม่ได้เข้าร่วมประชุม แจ้งว่าติดภารกิจไปเยี่ยมนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุ– การณ์เครนหัก พล.ต.อ.อัศวินกล่าวถึงกรณีอุบัติเหตุเครนหักเขตบางรักว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า หัวหน้าฝ่ายโยธามีความบกพร่อง มีคำสั่งย้ายไปที่สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) แล้ว ส่วน ผอ.เขตจะมีความผิดด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างให้ชี้แจงรายละเอียดต่อปลัด กทม. จากนั้นจะเสนอเรื่องมายังตนพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ต้องดูที่เหตุและผล ผิดก็ว่าไปตามผิดสำหรับกรณีเจ้าของอาคารระบุว่า ไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งระงับการก่อสร้างของสำนักงานเขตบางรัก เป็นเพียงการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยการก่อสร้าง พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ ถ้าติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย คิดว่าใช้คนงานเพียง 5-10 คนน่าจะพอ แต่บริเวณก่อสร้างพบว่ามีคนงานมากกว่า 80 คนเข้าไปทำอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 24 มิ.ย. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเตรียมลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมด พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว แต่สามารถทำได้เพื่อช่วยกันดูแล แต่เหตุที่เกิดขึ้นอาจไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตยกเว้นมีการเรียกรับเงินเกิดขึ้น“นอกจากนี้ จากการให้แต่ละเขตสำรวจการก่อสร้างอาคารสูง ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และเสี่ยงต่อการโค่นล้มด้วยหรือไม่ เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว เพื่อความปลอดภัยของประชาชน สั่งการไปตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. ขณะนี้มอบหมายให้ปลัด กทม.รายงานผลสำรวจภายในสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกันได้รับการร้องเรียนขอให้ กทม.ตรวจสอบอาคารสูงบริเวณโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนว่า ได้รับอนุญาตก่อสร้างถูกต้องหรือไม่ หวั่นซ้ำรอยเหตุการณ์ที่ ร.ร.อัสสัมชัญคอนแวนต์” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวพล.ต.อ.อัศวินกล่าวด้วยว่า การแต่งตั้งหรือโยกย้าย ผอ.เขต เชื่อว่าไม่มีปัญหาต่อการบริหารงานในพื้นที่ เพราะทุกคนมีประสบการณ์การทำหน้าที่ตั้งแต่ระดับหัวหน้าฝ่าย ผู้ช่วยเขต และ ผอ.มาก่อน ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ใด ก็มีเวลาศึกษาพื้นที่ได้ เชื่อว่าการบริหารงานของ ผอ.เขตทุกคนมีความตั้งใจทำงาน และดูแลพื้นที่ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ แต่อาจมีสิ่งไม่ดีปะปนมาบ้างก็พยายามแก้ไข และแม้ว่า ผอ.เขตจะไม่ลงพื้นที่ แต่ก็ต้องติดตามงานหรือมอบหมายให้ผู้ช่วย ผอ.เขต หัวหน้าฝ่ายที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยด้านนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัด กทม.กล่าวว่า แต่ละเขตดำเนินงานตามปกติอยู่แล้ว เพียงแต่กำชับให้ปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด เข้มข้นและเพิ่มความถี่มากขึ้น เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน เป็นสิ่งที่สังคมเฝ้ามองอยู่ตลอด จึงไม่อยากให้มีประเด็นเกิดขึ้นอีก