อ้างว่าไม่ได้ต่อเติม ม.3 พ้นขีดอันตรายวสท.ตรวจเครนก่อสร้างโรงแรมเจ้าปัญหา ที่ทำแผ่นเหล็กร่วงลงมาใส่นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์บาดเจ็บสาหัส สันนิษฐานคนขับเครนอาจประมาททำให้เกิดอาการช็อกโหลด หรือระบบติดขัดกลางคัน ทำให้เครนหงายหลัง ทำให้วัสดุที่ผูกมัดหลุดร่วงลงมา ขณะที่คนขับเครนที่เชื่อว่าเป็นชาวเขมรยังล่องหน “อัศวิน” เผย สั่งย้าย หน.ฝ่ายโยธาเขตบางรักไปสจส. ตัวแทนผู้บริหารโรงแรมเปิดแถลงข่าว แสดงความเสียใจและขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายทุกอย่าง ยันที่ดำเนินการอยู่ไม่ใช่การปรับปรุงอาคาร แต่เป็นกระบวนการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันตามข้อตกลงกับเขตและโรงเรียน ใช้แผงเหล็กนิรภัยติดตั้งรอบตัวตึกทั้ง 17 ชั้น ด้านครู-นักเรียน โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ยังผวา ไม่กล้าไปเรียนที่จุดเดิม ส่วนอาการนักเรียนหญิงชั้น ม.3 กะโหลกศีรษะแตกและร้าวมาถึงด้านหลัง มีรอยร้าวถึงโพรงจมูกบริเวณไซนัส แต่ไม่พบเลือดออกในสมองแล้ว ถือว่าพ้นขีดอันตราย ต้องระวังโรคแทรกซ้อนอีก 7 วันกรณีเครนก่อสร้างโรงแรมริเวอร์ การ์เด้นท์ ยกแผ่นเหล็กพื้นนั่งร้านขึ้นไปบนตัวอาคาร แต่เครนเกิดหักทำแผ่นเหล็กร่วงลงมาใส่หลังคาสนามบาสเกตบอลโรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ ซอยเจริญกรุง 40 ถนนเจริญกรุง แขวงและเขตบางรัก กทม. ที่อยู่ติดกัน ทำให้มีเด็กนักเรียนหญิง 10 คนได้รับบาดเจ็บ หนึ่งในนั้นเป็นนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ถูกแผ่นเหล็กตกกระแทกศีรษะ ถึงขนาดกะโหลกศีรษะร้าว อาการสาหัส ส่งเข้ารักษาตัว รพ.เลิดสิน แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. นายเอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา นายวุฒินันท์ ปัทมวิสุทธิ์ ประธานคณะอนุกรรมการ ยกหิ้วและปั้นจั่นไทย และเจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุเครนก่อสร้างโรงแรมริเวอร์ การ์เด้นท์ หลังทำแผ่นเหล็กร่วงลงมาใส่หลังคาสนามบาสเกตบอลโรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ ทำนักเรียนหญิงบาดเจ็บ 10 คน นายเอนกเผยว่า เบื้องต้นสำนักงานกรุงเทพมหานครสั่งปิดไซต์งานก่อสร้างดังกล่าว วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยตรวจสอบจุดเกิดเหตุและดำเนินการ 2 ส่วนคือ 1.การรื้อถอนเครนที่หักและแผ่นเหล็กพื้นนั่งร้านออกจากพื้นที่ก่อสร้าง 2.ซ่อมแซมจุดเสียหายตัวโรงเรียน ในส่วนการรื้อถอนเครนต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 17.00 น. ขณะที่การตรวจสอบเครนเกิดเหตุพบว่า เป็นเครนประเภทเดอร์ริก เป็นเครนต่อเติมที่มีแขนยกของขึ้นลง มีลิมิตน้ำหนักกำหนดหรือระบบหยุดการทำงานแบบฉุกเฉิน ตรวจสอบตัวเครนพบระบบสมบูรณ์ดี ในส่วนนี้อาจเกิดจากคนขับเครนประมาททำให้เกิดอาการที่เรียกว่า ช็อกโหลด หรือระบบติดขัดกลางคัน ทำให้เครนเกิดอาการหงายหลังและเกิดแรงเหวี่ยงจนทำให้วัสดุที่ผูกมัดหลุดร่วงลงมาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ นายสุริยา แจ่มจำรัส อาจารย์วิชาพลศึกษาและตัวแทนผู้อำนวยการโรงเรียน เผยว่า เบื้องต้นประชุมคณะกรรมการโรงเรียนและผู้ปกครองนักเรียนหลังเกิดเหตุ ผู้ปกครองอยากให้โรงเรียนมีมาตรการควบคุมความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ส่วนกำหนดการเปิดการสอน ยังไม่มั่นใจว่าวันที่ 21 มิ.ย. จะสามารถเปิดสอนได้ เนื่องจากยังไม่มีการซ่อมแซมจุดเกิดเหตุ ขณะที่เจ้าของโรงแรมหรือตัวแทนบริษัทและผู้รับเหมาก่อสร้างยังไม่ติดต่อพูดคุยกับโรงเรียน ส่วนอาการของ ด.ญ.พรทิพย์ สิริรุ่งตระกูล อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 มีเลือดออกทางสมอง อาการโดยรวมถือว่ายังปลอดภัย แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อีกประมาณ 2-3 วันเพื่อติดตามผล“ขณะเกิดเหตุผมพาเด็กนักเรียนชั้น ม.3/4 มาเรียนวิชาพลศึกษาบริเวณลานสนามบาสเกตบอล ขณะกำลังสรุปผลการเรียน จะเลิกคลาสการสอน มีเสียงดังสนั่นคล้ายของหรือวัตถุตกลงมา แต่ไม่ได้สนใจอะไรเนื่องจากเคยเกิดเสียงลักษณะนี้มาหลายครั้งจนเกิดความเคยชิน จู่ๆมีแผ่นเหล็กตกลงมาที่พื้นสนามบาสเกตบอล จึงรีบตะโกนบอกนักเรียนให้รีบวิ่งเข้าไปใต้ตัวอาคารให้เร็วที่สุด แต่เมื่อสิ้นเสียงและหันกลับมามองพบว่า มีเด็กนักเรียน 1 คนถูกแผ่นเหล็กทับจึงรีบอุ้มเด็กส่งโรงพยาบาลทันที” นายสุริยากล่าวผู้สื่อข่าวถามว่า หากเปิดการเรียนการสอน อาจารย์จะกลับมาสอนในจุดเกิดเหตุอีกหรือไม่ นายสุริยาตอบว่า จากเหตุการณ์นี้ตนและนักเรียนยังมีอาการผวา ไม่สามารถทำใจได้ เนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นมีนักเรียนบาดเจ็บจำนวนมาก ตนยังไม่สามารถกลับไปสอนในจุดดังกล่าวได้ หลังจากนี้จะต้องประชุมเพื่อหาสถานที่ใหม่ในการสอนอีกครั้งที่โรงพยาบาลเลิดสิน นพ.สมพงษ์ ตันจริยาภรณ์ ผู้อำนวยการ รพ.เลิดสิน กรมการแพทย์ เผยว่า สำหรับเด็กนักเรียนหญิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการตรวจพบว่ากะโหลกศีรษะแตกและร้าวมาถึงด้านหลัง มีรอยร้าวมาถึงโพรงจมูกบริเวณไซนัส จากการเอกซเรย์สแกนสมอง 3 รอบไม่พบว่ามีเลือดออกแล้ว ถือว่าพ้นขีดอันตราย แต่ยังต้องอยู่โรงพยาบาลอีกประมาณ 1 สัปดาห์ และเฝ้าระวังเรื่องการติดเชื้อจากภายนอก ทำให้กังวลในจุดนี้ อย่างไรก็ตาม แพทย์ประเมินแล้วเชื่อว่า ผู้ป่วยจะกลับมาเป็นปกติ ขณะนี้รู้สึกตัวพูดจาโต้ตอบได้ สภาพจิตใจถือว่าดี ไม่มีอาการขวัญผวา วันนี้จะส่งจิตแพทย์เข้าไปประเมินสภาพจิตใจผู้ป่วยอีกครั้งที่ สน.บางรัก พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางรัก เผยว่า สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวคนขับรถเครนของโรงแรมริเวอร์การ์เด้นท์ หลังเกิดเหตุยังไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างการติดตามตัว ทราบชื่อสกุลแล้วเป็นชายชาวกัมพูชา ส่วนการสอบปากคำพนักงานสอบสวนสอบผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บและพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์แล้ว เหลือในส่วนของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างต่อเติมโรงแรม 6 บริษัท ที่มีส่วนเกี่ยวข้องการควบคุมดูแลงานการก่อสร้าง มาสอบปากคำภายในวันนี้ หากไม่ติดต่อเข้าพบ พนักงานสอบสวน จะนำหลักฐานไปออกหมายเรียก ส่วนเจ้าของโรงแรมที่กำลังก่อสร้างมอบหมายตัวแทนเข้าพบเจ้าหน้าที่แล้ว แต่ตัวแทนขอปรึกษาเจ้าของโรงแรมก่อนติดต่อกลับมายังเจ้าหน้าที่เพื่อระบุวันเวลาการเข้าพบต่อไปที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า มอบหมายให้สำนักการโยธา (สนย.) และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) นำอุปกรณ์เข้าพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อนำเครนที่หักและห้อยอยู่ลงมาด้านล่างเพื่อความปลอดภัย เกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย นอกจากนี้ให้เคลียร์นั่งร้านที่ตกค้างอยู่บนอาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์ ให้เรียบร้อยภายในวันนี้และประสานสำนักงานเขตบางรักและ สน.บางรัก เกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง เช่นต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่สั่งให้หยุดการก่อสร้าง ไม่มีวิศวกรควบคุมงาน ยืนยันว่าจะดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด“สำหรับผู้ปฏิบัติที่รับผิดชอบโดยตรงคือ หัวหน้าฝ่ายโยธา เขตบางรัก ต้องตรวจสอบว่าควบคุมหรือปฏิบัติงานอย่างไร เพราะอย่างน้อยต้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้าง ผมเข้าใจว่า บางครั้งไปตรวจเขาก็หยุดก่อสร้าง พอไม่ตรวจก็ก่อสร้างต่อ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลและถือเป็นข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ขณะนี้มีคำสั่งย้ายนายภัทรกร รังษีภโนดร หัวหน้าฝ่ายโยธาเขตบางรัก ไปปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาระบบโครงข่าย ส่วนระบบขนส่งทางบกและทางน้ำ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) และมีคำสั่งให้นายประชา พินิจกุล หัวหน้ากลุ่มงานวิศวกรรม ส่วนระบบควบคุมน้ำธนบุรี สำนักงานระบบควบคุมน้ำ สำนักการระบายน้ำ มาเป็นหัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตบางรักแทน มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.เป็นต้นไป” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวด้านนายไทวุฒิ ขันแก้ว รอง ผอ.สำนักการโยธา (สนย.) กล่าวถึงคำสั่งระงับการก่อสร้างโรงแรมริเวอร์การ์เด้นท์ของสำนักงานเขตบางรัก หลังตรวจพบว่า ลักลอบดัดแปลงต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สนย. ต้องรื้อถอนส่วนที่ต่อเติมดัดแปลงด้วยหรือไม่ว่า อาคารดังกล่าวเดิมเป็นคอนโดมิเนียมสูง 17 ชั้น เจ้าของอาคารเคยขออนุญาตปรับปรุงอาคาร การปรับปรุงต้องไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเดิม จากการตรวจสอบพบว่า อาคารดังกล่าวมีการดัดแปลงโครงสร้างเพื่อรองรับการเปิดเป็นโรงแรม แต่จำนวนชั้นยังคงเท่าเดิมคือ 17 ชั้น ส่วนจะต้องรื้อถอนโครงสร้างที่ดัดแปลงไปแล้วหรือไม่นั้น ไม่ต้องรื้อออกก็ได้ แต่ให้หยุดการดำเนินการทั้งหมดตามคำสั่งระงับการก่อสร้าง หลังจากนี้หากเจ้าของอาคารต้องการดัดแปลงหรือดำเนินการใดๆ กับอาคาร ต้องมายื่นขออนุญาตให้ถูกต้องและให้เป็นไปตามเงื่อนไขขั้นตอนของกฎหมาย ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมบูเลอวาร์ท เอสเตท ใกล้ รพ.เลิดสิน นายวรพล อุดมโชคปิติ ตัวแทนผู้บริหารบริษัทแบงค์ค็อก ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด เจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรมริเวอร์การ์เด้นท์ พร้อมทีมงานผู้บริหารบริษัท แถลงข่าวเรื่องการดูแลผู้บาดเจ็บและการเยียวยากรณีเกิดอุบัติเหตุเครนหักและแผ่นเหล็กพื้นนั่งร้านร่วงถล่มลงมาใส่หลังคาโรงเรียนอัสสัมชัญ คอนแวนต์นายวรพลกล่าวว่า ในฐานะเป็นตัวแทนของบริษัทดังกล่าว ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจและขอโทษทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของการสั่งระงับการก่อสร้างยอมรับว่าสำนักงานเขตบางรักนำใบประกาศมาปิดไว้บริเวณรั้วด้านหน้าไซต์ก่อสร้างโรงแรมตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. เนื่องจากมีปัญหาจากวัสดุก่อสร้างร่วงลงไปใส่โรงเรียน อัสสัมชัญคอนแวนต์มาแล้ว 4 ครั้ง ระหว่างนั้นมีการหารือร่วมกันระหว่างโรงแรมที่ก่อสร้าง โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ และสำนักงานเขตบางรัก ได้ข้อสรุปว่า โครงการจะสร้างระบบป้องกันให้เรียบร้อยก่อนจึงจะกลับมาดำเนินการปรับปรุงก่อสร้างอาคารต่อได้“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันคือ แผงเหล็กนิรภัยจะติดตั้งรอบตัวตึกทั้ง 17 ชั้น ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จร้อยละ 90 จะสังเกตได้ว่า อุปกรณ์ที่หล่นลงไปบริเวณโรงเรียนเป็นชิ้นส่วนของอุปกรณ์ป้องกันทั้งหมด ไม่ใช่อุปกรณ์ก่อสร้าง ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ที่สั่งระงับการก่อสร้างอาคาร วัตถุประสงค์ของการติดตั้งอุปกรณ์คือ ป้องกันตามข้อตกลงที่ทำร่วมกัน 3 ฝ่าย ที่มีสำนักงานเขตบางรักรับรู้ด้วย การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การดำเนินการก่อสร้างอาคาร เป็นเพียงการปรับปรุงจากลักษณะอาคารที่เป็นคอนโดเดิมที่ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2530 มาเป็นโรงแรม” นายวรพลกล่าวนายวรพลกล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุเบื้องต้นทราบว่า เกิดจากการที่เครนไม่หยุดทำงาน จนทำให้แขนเครนยกขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเครนก็หงายทำให้แผ่นเหล็กพื้นนั่งร้านที่มัดอยู่ตกลงมา แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นความผิดพลาดที่ตัวบุคคลหรืออุปกรณ์ ต้องรอผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐาน แต่สิ่งที่ยืนยันได้ขณะนี้คือ ในไซต์งานไม่มีคนงานต่างด้าวปฏิบัติงานอยู่ และไม่ทราบมาก่อนว่าคนขับเครนจะเป็นชาวกัมพูชาตามที่มีกระแสข่าว แต่มองว่าหากมีใบอนุญาตให้ทำงานจริงก็ไม่น่ามีปัญหา ส่วนการเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โครงการส่ง ตัวแทนเข้าให้ปากคำตั้งแต่เมื่อวานนี้หลังเกิดเหตุ ส่วนผู้รับเหมาอีก 6 บริษัทยังไม่ทราบว่าเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนหรือไม่ อีกทั้งยังไม่ได้พูดคุยเรื่องการดำเนินการกับตัวอาคาร นอกจากเรื่องการรื้อถอนเครน 2 ตัว และอุปกรณ์ที่เสียหายออกจากพื้นที่ภายในเย็นวันนี้เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น“สิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้คือ เรื่องการดูแลอาการบาดเจ็บของนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด บริษัทเข้าไปให้การช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาลและเป็นเจ้าของไข้นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด โดยเฉพาะนักเรียนหญิงชั้น ม.3 ที่อาการสาหัสอยู่ที่ รพ.เลิดสิน ตั้งแต่เมื่อเย็นวาน หลังจากนักเรียนคนดังกล่าวอาการดีขึ้นจะพูดคุยเรื่องของการเยียวยา ขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งวงเงิน ขณะที่ในส่วนที่พักของบาทหลวงและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถพักอาศัยได้ โครงการจัดที่พักพร้อมอาหารดูแลอย่างเต็มที่ ทางโครงการรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากขอโทษทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด” ตัวแทนผู้บริหารบริษัทกล่าว