ผ่านพ้นไปหมาดๆสำหรับเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ปีนี้ตรงกับวันที่ 7 มิถุนายน 2562 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 เป็นการระลึกถึง “ชีหยวน” กวีคนสำคัญชาวจีน ขุนนางผู้ซื่อสัตย์ในสมัยพระเจ้าฉู่หวายอ๋อง ผู้ก่อเหตุโศกนาฏกรรมหลังถูกเนรเทศออกจากแคว้นฉู่ ด้วยความหูเบาของรัชทายาทเมื่อเหล่าขุนนางกังฉินใส่ร้ายป้ายสี เหตุเพราะถูกชีหยวนขัดขวางการโกงกินบ้านเมือง ชีหยวนเศร้าใจหนีไปกระโดดแม่น้ำแยงซีเกียง ปลิดชีพตัวเองในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ชาวบ้านช่วยกันออกเรือตามหาศพ พร้อมนำอาหารโปรยลงในแม่น้ำ หวังให้ปลาน้อยใหญ่กินแทนศพชีหยวน โดยทำต่อเนื่องทุกปีเพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณกวีผู้ซื่อสัตย์ วันหนึ่งชาวบ้านฝันเห็นชีหยวนมาขอบคุณ แต่บอกว่าอาหารที่โปรยลงแม่น้ำถูกสัตว์น้ำกินหมด ขอให้ห่ออาหารด้วยใบไผ่แทน นับแต่วันนั้นชาวบ้านจึงนำอาหารห่อใบไผ่ไปโยนลงน้ำ และเชื่อว่าชีหยวนได้อิ่มหนำสำราญ นี่เองคือที่มาของเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างที่สืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน เพราะความหอเจี้ยและร่วมสมัยของ “บ๊ะจ่าง” ทำให้อาหารว่างเมนูนี้ขึ้นหิ้งกลายเป็นเมนูขายดิบขายดีมีให้รับประทานตลอดปี “คุณชายแป๊ะ” ขออาสาพาไปชิม “บ๊ะจ่าง” เจ้าอร่อยสุดลือลั่นที่ “ร้านบ๊ะจ่างเจ๊อ้วน” ซอยโชคชัย 4 แยกซอย 18 คนย่านนี้รู้กันดีถึงกิตติศัพท์ของ “บ๊ะจ่างเจ๊อ้วน” ข้าวเหนียวต้องปรุงรสนัวรัดตัวเป็นก้อนใหญ่อัดเครื่องแน่น ทั้งหมูหมัก, กุนเชียง, ไข่แดงเค็มเต็มลูก, ถั่วลิสงและเห็ดหอม เรียกว่ากัดตรงไหนเจอไส้ตรงนั้นปกติ “เจ๊อ้วน” ไม่มีเวลาเสวนากับใคร เพราะต้องง่วนอยู่กับการเตรียมบ๊ะจ่าง ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างที่ผ่านมา ขายดิบขายดีจนแทบไม่ได้หายใจ แต่เจอ “คุณชายแป๊ะ” จอมเจ๊าะแจ๊ะ มีหรือ “เจ๊อ้วน” จะไม่อ่อนระทวย!! “พื้นเพเจ๊เป็นคนลำปาง เข้ากรุงเทพฯตั้งแต่อายุ 17 ปี ฝึกปรือฝีมือทำอาหารจากครอบครัวคนจีนย่านบรรทัดทอง พอแต่งงานมีลูกเต้าก็ช่วยกันทำมาหากิน ด้วยการเร่ขายรองเท้าตามตลาดนัด กระทั่งปี 2520 เจ๊ย้ายมาตั้งรกรากที่โชคชัย 4 ข้างหน่วยคอมมานโด กองปราบปราม ค้าขายมาทุกอย่างทั้งร้านขายของชำ, ก๋วยเตี๋ยวหมู, ก๋วยเตี๋ยวเป็ด แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่รุ่ง เลยไหว้เจ้าขอให้เจอทางสว่างปลดหนี้ปลดสินได้ แล้วฟ้าก็ลิขิตให้เจ๊ทำบ๊ะจ่างขาย ด้วยความที่ชอบกินบ๊ะจ่างตั้งแต่เด็ก แต่หาร้านถูกปากไม่ได้ เจ๊เลยลงมือทำบ๊ะจ่างสูตรแต้จิ๋วขาย ใส่เครื่องเยอะๆตามความชอบของตัวเอง ปรากฏว่าขายดีจนปลดหนี้ได้”...เจ๊อ้วนเปิดฉากเล่าประวัติ สำหรับเคล็ดลับความอร่อยที่ทำให้ลูกค้าติดใจ เจ๊อ้วนเล่าแบบไม่มีกั๊กว่า “ทุกขั้นตอนต้องพิถีพิถัน ส่วนประกอบสำคัญเท่าเทียมกัน เริ่มจากข้าวเหนียวใช้ได้ทั้งเก่าและใหม่ สำหรับข้าวเหนียวใหม่ต้องแช่น้ำ 2 ชั่วโมง หากใช้ข้าวเหนียวเก่าแช่น้ำ 3-4 ชั่วโมง นึ่งข้าวเหนียวให้สุกพอดี ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นหันมาเตรียมเครื่อง โดยเริ่มจากเจียวกระเทียมสับ และผัดไชโป๊ในน้ำมันพืช แล้วปรุงรสด้วยพริกไทยกับน้ำตาล พอเครื่องหอมกรุ่นได้ที่ ก็เอาเครื่องทุกอย่างไปคลุกกับข้าวเหนียวให้เข้ากัน และโรยกุ้งแห้งเป็นตัวๆ โดยกุ้งแห้งต้องล้างให้สะอาด ส่วนหมูหมักใช้เนื้อหมูสันนอกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ หมักด้วยซอสตราภูเขา, ซีอิ๊วขาว, น้ำมันหอย, พริกไทยป่น และผงพะโล้ใส่พอให้มีกลิ่น เอาส่วนผสมทั้งหมดนวดเคล้ากับเนื้อหมูให้เข้ากัน เคล็ดลับเด็ดอยู่ที่การใส่น้ำมันหอยให้มากหน่อย หมูจะฟูนิ่มนุ่มชุ่มน้ำ ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงก่อนแช่ในตู้เย็น ส่วนถั่วลิสงนำไปแช่น้ำแล้วค่อยต้ม 2 ชั่วโมงจนถั่วเปื่อย ใช้ไฟปานกลาง สำหรับเห็ดหอมใช้ดอกขนาดกลางก็พอ นำไปแช่น้ำ ให้นิ่มแล้วตัดก้านออก อีกหนึ่งเครื่องเคียงสำคัญขาดไม่ได้คือ กุนเชียงคุณภาพดี ร้านเจ๊อ้วนใช้ของโอทอปบุรีรัมย์ นำไปทอดให้สุก หั่นชิ้นหนาๆอร่อยเหาะ”...เจ๊อ้วนอธิบายละเอียดยิบ“กว่าจะเป็นบ๊ะจ่างนี่หลายขั้นตอนเหมือนกันนะครับเจ๊” ผมทึ่งในกระบวนการเตรียมวัตถุดิบ “ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นะ ขั้นตอนสำคัญคือการห่อ ต้องใช้ ใบไผ่คุณภาพดีจากสุราษฎร์ธานี วิธีการห่อให้ตักข้าวเหนียววางเป็นฐาน ตามด้วยถั่วลิสง รองข้าวเหนียวอีกชั้น แล้วตักหมูหมักดิบ 4 ชิ้น, ไข่แดงเค็มดิบ 1 ลูก, เห็ดหอม 2 ชิ้น, กุนเชียงทอดหั่นหนา 3 ชิ้น จากนั้นค่อยๆตลบใบไผ่ห่อปิดข้าวให้มิดชิด แล้วมัดด้วยเชือกฟาง นำไปนึ่งครึ่งชั่วโมง จะได้บ๊ะจ่างสูตรแต้จิ๋วตามแบบฉบับของเจ๊อ้วน รับรองว่าข้าวเหนียวนัว เครื่องแน่นครบ 3 รส ทั้งหวาน-มัน-เค็ม แซมเผ็ดร้อนของพริกไทย”“ทุกวันนี้ปลดหนี้ปลดสินได้ด้วยหลายอย่างประกอบกัน ทั้งความเพียร ความซื่อสัตย์ของเจ๊และครอบครัว รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครอง บ๊ะจ่างทุกลูกใช้ความตั้งใจละเอียดลออในการทำ การห่อด้วยความประณีต เมื่อลูกค้าซื้อไปไหว้ชีวิตเขาเจริญรุ่งเรืองก็กลับมาอุดหนุนเราอีก ทำให้ครอบครัวเจ๊พลอยเจริญไปด้วย ที่สำคัญเจ๊ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงเทศกาล ขายลูกละ 50 บาทเท่าเดิม แม้ว่าทั้งปีจะขายดีแค่วันเดียว เจ๊ทำตามกำลังไม่ได้จ้างลูกจ้างมาช่วยห่อ ในวันธรรมดาไม่ใช่ช่วงเทศกาลขายได้เฉลี่ยวันละ 30-50 ลูก ถือว่าอยู่ได้อย่างพอเพียง เดี๋ยวนี้ไม่ต้องแบกบ๊ะจ่างไปเดินตากแดดตากฝนเร่ขายเหมือนเมื่อก่อน แขวนไว้หน้าบ้านเดี๋ยวลูกค้าก็แวะมาซื้อ ถือว่าชีวิตประสบความสำเร็จแล้ว” ร้านบ๊ะจ่างเจ๊อ้วน อยู่ที่ซอยโชคชัย 4 แยกซอย 18 เข้าซอยประมาณ 200 เมตร หรือเข้าทางซอยนาคนิวาส 27 ได้เช่นกัน ขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. โทรศัพท์ 0-2933-2043.คุณชายแป๊ะ