คดีอุทาหรณ์ศาลลงโทษสถานหนักแก๊งซ่าควงมีดบุกทำร้ายคู่อริถึงห้องฉุกเฉิน รพ.นาแก เพื่อชำระแค้น หลังเปิดศึกตะลุมบอนกันในร้านเหล้า พิพากษาให้จำคุกฐานพยายามฆ่า และทำให้เสียทรัพย์คนละ 12 ปี 2 เดือน แต่ยังเมตตาเพราะคำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ลดโทษเหลือจำคุก 8 ปี ขณะที่อัยการเตรียมจัดอบรมวัยรุ่นและเยาวชนไม่ให้กระทำความผิดเพราะอารมณ์ ตามโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาศาลพิพากษาลงโทษสถานหนักแก๊งซ่ารุมยำคู่อริถึงโรงพยาบาลรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ศาลจังหวัดนครพนม พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายปฏิพล พรมโสภา อายุ 25 ปี นายนลธวัช พรมโสภา อายุ 22 ปี และนายวันชนะ วระวงศ์ อายุ 30 ปี เป็นจำเลยที่ 1-3 ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่น ทำให้เสียทรัพย์ พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยมีนายอธิชยนนท์ โชคพัฒนเชษฐ์ อายุ 37 ปี และ น.ส.ชิดชนก ธรรมมาบุญ อายุ 30 ปี แฟนสาว เป็นโจทก์ร่วมคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 17 มี.ค.2561 กลุ่มของนายอธิชยนนท์ โชคพัฒนเชษฐ์ กับกลุ่มของนายปฏิพล พรมโสภา ทั้งหมดเป็นชาว อ.นาแก จ.นครพนม เคยมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อนและได้ยกพวกตะลุมบอนกันในร้านเหล้าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลนาแก ทำให้ต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บไปตามๆกัน หลังจากนั้น น.ส.ชิดชนกพานายอธิชยนนท์ไปรักษาบาดแผลที่ รพ.นาแก นายปฏิพลกับพวกพกมีดบุกเข้าไปไล่ทำร้ายนายอธิชยนนท์เพื่อชำระแค้นอีกรอบ มีผู้บันทึกคลิปเหตุการณ์ไว้ได้นำไปเผยแพร่จนกลายเป็นข่าวฉาวตามสื่อทีวีและหนังสือพิมพ์ หลังเกิดเหตุตำรวจได้จับกุมทั้งสองฝ่าย และสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายพนักงานอัยการแยกฟ้อง 2 คดี คดีแรกฟ้องทั้งสองฝ่ายในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลจังหวัดนครพนมตัดสินลงโทษจำคุกคนละ 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ทั้งสองฝ่ายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น อีกคดีเป็นกรณีที่นายปฏิพลกับพวกไล่ทำร้ายนายอธิชยนนท์ภายในห้องฉุกเฉิน รพ.นาแก ซึ่งพนักงานอัยการฟ้องนายปฏิพลกับพวกเป็นคดีนี้ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นให้จำคุกคนละ 12 ปี ฐานทำให้เสียทรัพย์ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือน ส่วนการกระทำผิดฐานพกพาอาวุธมีดให้ปรับคนละ 900 บาท รวมจำคุก 12 ปี 2 เดือน ปรับ 900 บาท คำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้างลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือลงโทษจำคุกคนละ 8 ปี 1 เดือน 10 วัน และปรับคนละ 600 บาท จำเลยทั้งสามได้ยื่นขอประกันตัวเพื่อยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไปนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เผยว่า ถึงปัญหาวัยรุ่นยกพวกตีกันในโรงพยาบาล แข่งรถเมาแว้นในช่วงสงกรานต์ว่า อสส.ตระหนักถึงปัญหานี้ หนึ่งในงานของสำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา คือการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก บทเรียนจากโครงการในพระดำริฯ ที่จะออกให้ความรู้และการฝึกอบรมให้วัยรุ่นและเยาวชนมีสติยั้งคิด ยั้งทำ ไม่กระทำความรุนแรงในทุกรูปแบบ ไม่หาเรื่องใส่ตัว ประพฤติตนเป็นคนดีของสังคม อัยการทั่วประเทศน้อมนำมาปฏิบัติ สำนักงานอัยการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ มีหน่วยงานช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานที่จะช่วยดูแลเยาวชน สำนักงานกิจการและโครงการในพระดำริฯ ช่วยกันเผยแพร่ความรู้แก่เยาวชนที่เดินหลงผิดทาง ถูกดำเนินคดี เสียอนาคต เสียโอกาสทางสังคม หมดโอกาสที่จะมีอนาคตที่ดี เพราะอารมณ์ความร้อนแรงของจิตใจ