ชีวิตดิ่งสุดเคยติดยา ได้แม่ดึงสติ! ปลดล็อกตัวเองปลดล็อกและฉุดตัวเองขึ้นมาจากจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตได้ก็เพราะความคิดของตัวเอง หลายคนเลยได้เห็นสาว “ซิลวี่-ภาวิดา มอริจจิ” ลุกขึ้นมา แซ่บอวดบิกินีสดใส เจ้าของแฮชแท็กโดนใจสาวอวบ ว่าไม่ต้องผอมก็มั่นใจได้ แถมยังกล้าเปิดและยอมรับตัวเองในวันนี้ ซิลวี่ เล่าเรื่องราวที่หลายคนคิดไม่ถึงว่าเจ้าตัวจะผ่านอะไรมาได้ ขนาดนี้ให้ฟังว่า...เริ่มจากเรื่องลุกแซ่บ...“ทุกสิ่งที่เราทำถึงมัน จะออกมาไม่ดีแต่เราก็จะเปลี่ยนให้มั่นใจขึ้น เราจะไม่เก็บอะไรที่ทำให้เราไม่มั่นใจ มาดาวน์เราแล้ว เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว จะใช้ความคิดเราเองเพื่อเปลี่ยนให้มันดีขึ้นจริงๆ เราเลิกคิดเรื่องน้ำหนักไปสักพักแล้ว เพราะตอนที่ประกวดเราหนัก 80 กก. ก็โดนสั่งลดน้ำหนักแต่เราไม่มี ความสุขเลย เหมือนลืมไปเลยว่าเป็นใคร จนมาช่วงอายุ 18-19 ก็เข้าสู่ช่วงดาร์กของชีวิตหลงผิด เลยรู้สึกว่ามันทำให้เราไม่มีความสุข” ความแซ่บที่อัป ลงโซเชียล มีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์แซวมั้ย?“คอมเมนต์มีทั้งดีและไม่ดี แต่เราทำใจแล้ว แต่เราแค่อยากยืนยัน ว่าสิ่งที่ทำไปเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจของตัวเราเอง บางคน เขาจะเข้ามาบอกว่า นมแบน ตูดลาย คือพอเค้าติเรื่องรูปร่าง เราไม่ได้ เพราะเรามั่นใจมากเค้าก็หาเรื่องอื่นมาพูด ซึ่ง เราก็จะขำ แต่เราไม่ได้ใช้แอปแต่งรูปมันคือธรรมชาติ”มีหนุ่มเข้ามาหาเยอะมั้ย?“ไม่มีเลย ส่วนมากจะมีผู้หญิงเข้ามาหาเรามากกว่า ทั้งเลสเบี้ยน ทั้งทอม แต่ผู้ชายไม่ค่อย จริงๆแล้วอยากจะบอกว่าเราเป็น LGBT เป็นมาสักพักแล้วแต่เพิ่งจะมาเปิดเผย” ค้นพบตัวเองได้ยังไง?“เรารู้ตัวมาตั้งแต่แรกแล้วว่าเราเป็นไบเซ็กชวล (รักร่วมสองเพศ) เราไม่ได้เป็นอะไรเลย เป็นคนไม่มีเพศ เป็นซิลวี่ที่อะไรก็ได้เลย วันไหนเราอยากแมนเราก็จะแมน วันไหนเราอยากสวยเราก็จะสวย อะไรก็ได้เลย เหมือนเมื่อก่อนเราเก็บกดมาเยอะ เราบอกใครไม่ได้ว่าเราเป็นอะไร ต้องทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา เช่น ใส่ส้นสูง ต้องหุ่นเท่าคนอื่น คือคนไทยนิยมคนผอม สวย ขาว เราคิดว่าถ้าเราเป็นอย่างนั้น อาจจะได้งานที่มากขึ้น แต่กลายเป็นว่าสุดท้ายเราเก็บกดมันไว้ทุกๆอย่าง จนอายุ 21 ปีถึงเพิ่งมาคิดได้ว่าไม่จำเป็น แล้วถึงค่อยเสริมสร้างกำลังใจให้ตัวเอง เป็นตัวเองได้อย่างทุกวันนี้”อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราคิดได้ว่าจะเป็นอย่างนี้?“มีอยู่ช่วงนึงที่ชีวิตเราตกต่ำ ใช้ชีวิต เละเทะ หลงผิด ตอนนั้นอายุ 18-19 เราใช้ยาเสพติดเพื่อให้ตัวเองผอม ช่วงนั้นชีวิตดาร์กมาก ไม่ไปเรียน งานก็เสียจนเราทนไม่ไหวแล้วกับชีวิตที่เราเป็นอยู่ ความใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาในวงการบันเทิง เข้ามา ตั้งนานแล้วอยู่ๆ มาทำเละเทะแบบนี้ คิดว่าตัวเองมีเงินจะปาร์ตี้ จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น มันเละเทะไปหมด คือเราคิดไม่ได้ มีแม่ที่คอยอยู่ข้างๆเรา ถึงเราจะไม่ดียังไงเค้าก็ไม่เบื่อที่จะพูดให้เรากลับมาเป็นคนดี เราเลยรู้สึกสงสารแม่ ทนสภาพตัวเองไม่ไหวเลยพลิกตัวเองขึ้นมา พอเปลี่ยนความคิดว่าไม่อยากจะทำตัวไม่ดี หลังจากนั้นอย่างอื่นตามมาหมดเลย เรียนก็ดีขึ้น ความมั่นใจ ตัวเองดีขึ้นทุกอย่างตามมาหมดชีวิตเปลี่ยนไปเลยจากตรงนี้ ตอนนี้เลิกเด็ดขาดไปเป็นปีแล้ว บอกตัวเองจะไม่กลับไปหามันอีก ไม่อยากทำให้แม่ผิดหวังในตัวเราแล้ว ตอนนี้เป็นคนใหม่ เรียนจบแล้ว เป็นครูสอนร้องเพลงด้วย ชีวิตพลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือเลย ชีวิตดีขึ้นเยอะ อ้วนท้วนสมบูรณ์ อยู่ในสิ่งที่กำลังพอดี”.