คาดกันว่าในปี 2564 ประ-เทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ อย่างสมบูรณ์ (complete Aged Society) ประเด็นสำคัญมีว่า... ประชากรผู้สูงอายุไทยมากถึงร้อยละ 5 ยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง และ...บางส่วนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น รับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ แต่งตัวเองไม่ได้“ผู้สูงอายุ” กลุ่มนี้ย่อมกลายเป็นภาระกับคนใกล้ชิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาที่พบบ่อย...ผู้สูงอายุที่ได้รับอุบัติเหตุภายในบ้าน กระดูกสะโพกแตกหัก...อุบัติเหตุทางสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้มีอัตราความพิการ และมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงนพ.เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุทั้งหมดในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 10,666,803 คน จากจำนวนประชากรไทยทั้งหมด 66,413,979 คนคิดเป็นร้อยละ 16.06% ของจำนวนประชากรทั้งหมดตัวเลขที่น่าตกใจ...พบว่า ผู้สูงอายุเสียชีวิตจากการพลัดตกหกล้มสูงถึงปีละ 1,600 คน ถือเป็นสาเหตุการตายอันดับสองในกลุ่มของการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ (Unintentional) รองจากอุบัติเหตุทางถนนน่าสนใจว่า 1 ใน 3 เป็นผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี โดยความเสี่ยงในการบาดเจ็บจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุ นพ.เอกกิตติ์สำหรับการบาดเจ็บปัญหาที่พบบ่อยใน “ผู้สูงอายุ” ที่ได้รับอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มส่วนมากคือ กระดูกสะโพกหัก ศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้พิการและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงสาเหตุของอุบัติเหตุที่พบบ่อยก็คือ การหกล้ม เช่น ลื่นล้มในห้องน้ำ การตกเตียง ตกบันได ซึ่งมักเกิดกับผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 65–75 ปีอันตรายที่สำคัญคือการบาดเจ็บร่วมกันในหลายอวัยวะ ได้แก่ ศีรษะ อก ท้อง หลัง สะโพก แขน ขา ประกอบกับผู้สูงวัยมักมีโรคประจำตัว มวลกระดูกลดลง...ทำให้กระดูกจะหักง่ายและรุนแรงกว่าสำหรับการปฐมพยาบาลเมื่อผู้สูงอายุล้ม ผู้ดูแลจะต้องประเมินการบาดเจ็บที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น ภาวะช็อก บาดเจ็บที่สมอง ไขสันหลัง แล้วจึงประเมินการบาดเจ็บที่พบบ่อย เช่น สะโพกหัก และต้องป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นในขณะอุ้ม ยก เคลื่อนย้ายเพื่อนำส่งโรงพยาบาลนพ.เอกกิตติ์ ย้ำว่า เมื่อทีมรถฉุกเฉินประเมินอาการและดูแลเบื้องต้นแล้ว จะประสานงานมาที่แพทย์ฉุกเฉิน เพื่อเตรียมการดูแลตามแนวทางการรักษาผู้บาดเจ็บขั้นสูง (Advanced Trauma Life Support)“ผู้สูงอายุ” ที่มีการบาดเจ็บหลายระบบต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในสาขาที่เกี่ยวข้องร่วมดูแล ได้แก่ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ศัลยแพทย์อุบัติเหตุ ศัลยแพทย์สมองและระบบประสาท ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ฯลฯ ร่วมกันดูแลรักษา...ในภาวะเร่งด่วนจะมีการประกันเวลาการตรวจรักษา และเตรียมผ่าตัดเพื่อผลการรักษาที่ดีนพ.ประณต นิพัทธสัจก์ ศัลยแพทย์สมองและระบบประสาท ศูนย์สมองและระบบประสาทกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ เสริมว่า ปัญหาหนึ่งที่อาจพบได้จากการหกล้มของผู้สูงอายุคือ การบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเลือดคั่งในสมองที่สูงขึ้น โดยอาการแสดงที่มีอาจไม่สัมพันธ์กับความรุนแรงที่ได้รับ“อาจเกิดการบาดเจ็บต่อหนังศีรษะ กะโหลกศีรษะและเนื้อเยื่อที่เป็นส่วนประกอบภายใน ซึ่งอาจทำให้มีผู้สูงอายุที่ได้รับการบาดเจ็บที่ศีรษะ จึงควรได้รับการตรวจประเมินจากแพทย์โดยเร็ว”การสังเกตอาการในโรงพยาบาลตามข้อบ่งชี้ อาทิ ระดับความรู้สึกตัว มีแขนขาอ่อนแรง ตาพร่า ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน มีความจำหรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ฯลฯหากมีอาการรุนแรงแพทย์จะพิจารณาส่งตรวจสมองด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ CT หรือ MRI...ทีมแพทย์ระบบประสาทจะตรวจเช็กระบบประสาท ทุก 1-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บ กรณีหากผู้ป่วยจำเป็นต้องผ่าตัดสมอง เพื่อระบายเลือดที่กดเนื้อสมองออก ในบางรายที่มีภาวะสมองบวมหรือช้ำ ไม่เป็นก้อนเลือดชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดสายวัดแรงดันในกะโหลกศีรษะเพื่อเฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงของแรงดันในกะโหลกศีรษะ“ลูกๆหลานๆควรตรวจประเมินความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ เช่น หมั่นคอยสังเกตอาการและความผิดปกติของการมองเห็นของผู้สูงวัย สังเกตอาการ...ความผิดปกติของการเดิน การทรงตัว เนื่องจากผู้สูงอายุ มีกลไกการทำงานที่ควบคุมการทรงตัวของระบบอวัยวะต่างๆลดลง ทำให้สมดุลในการทรงตัวบกพร่อง”อีกทั้งยังต้องคอย...สังเกตอาการและความผิดปกติทางด้านการรับรู้ เช่น สับสน หลงลืมเกี่ยวกับวัน เวลา สถานที่ บุคคล...รวมทั้งมีการรับรู้ ตัดสินใจ หรือตอบสนองได้ช้าลง หมั่นคอยประเมินสภาพบ้านที่อยู่อาศัย ทั้งในบ้านและบริเวณบ้าน อย่างไรก็ตาม ในครอบครัวที่มีผู้สูงอายุในบ้านควรระมัดระวังกันให้มาก“ทันทีที่ล้มควรพามาพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กว่ากระดูกหักหรือไม่ และสมองได้รับการกระทบกระเทือนหรือไม่ เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต อย่าคิดไปเองว่าอาการลุกยืนเดินไม่ได้เกิดจากความเสื่อมของร่างกายตามปกติ หรือเกิดจากโรคประจำตัว เช่น โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า...”ที่สำคัญ...หากมีศีรษะกระแทกและไม่รู้สึกตัว ให้นอนในท่าเดิม...เรียกรถพยาบาล แต่ถ้าผู้ป่วยรู้ตัวดี มีอาการปวดต้นคอร่วมด้วย ให้นอนราบไม่หนุนหมอน เรียกรถพยาบาล พยายามขยับผู้ป่วยให้น้อยที่สุดและ...อีกหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สร้างความทรมานในการใช้ชีวิต คือ “กระดูกหัก” คนส่วนใหญ่เข้าใจว่ากระดูกหักเพราะ “อุบัติเหตุ” แต่กระดูกหักในผู้สูงอายุนั้นมีภัยเงียบที่เป็นสาเหตุหลักของกระดูกหักนั่นก็คือ...“โรคกระดูกพรุน” เพราะไม่พบอาการใดๆ มาพบอีกทีเมื่อล้มแล้วเกิดกระดูกหักขึ้นนพ.เอกจิต ศิขรินกุล ศัลยแพทย์ออร์โทปิดิกส์ ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ บอกว่า ข้อมูลเมื่อปี 2542 พบว่าอุบัติการณ์การเกิดกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุไทยสูงขึ้นจากปีละ 180 ราย ต่อแสนประชากรผู้สูงวัย...เป็น 450-750 รายต่อแสนประชากรผู้สูงวัย ภายในปี 2568 และจากการศึกษาของ Cooper et al ในปี พ.ศ.2540 พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้กว่า 20% จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี โดย 40% ไม่สามารถเดินด้วยตัวเองได้ และมากถึง 80% ขาดความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเองโดยแต่ละปี 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุมักประสบการลื่นล้มและครึ่งหนึ่งลื่นล้มมากกว่า 1 ครั้ง เมื่อหกล้ม ร้ายแรงที่สุดก็คือ 20% ของผู้สูงอายุหกล้มแล้วกระดูกสะโพกหัก อาจมีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ภายใน 1 ปี“ผู้ป่วยสูงอายุ” ที่ “กระดูกสะโพก” หักจึงจำเป็นต้องได้รับการป้องกันการเกิดกระดูกหักซ้ำภายหลังการผ่าตัดร่วมด้วย อาการที่สงสัยว่ามีกระดูกสะโพกหัก คือ หลังจากหกล้มจะมีอาการปวดบริเวณสะโพกข้างที่หัก ลุกเดินไม่ได้ หรือลงน้ำหนักขาข้างที่สะโพกหักไม่ได้ หากญาติพบผู้ป่วยหกล้มและสงสัยกระดูกสะโพกหักให้ผู้ป่วยพักในท่าที่สบาย พยายามอย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และโทร.เรียกรถพยาบาลมารับผู้ป่วยไปตรวจโดยเร็วนพ.เอกจิต ฝากทิ้งท้ายว่า การรักษาผู้ป่วยสูงอายุที่กระดูกหักจากการพลัดตกหรือหกล้มนั้นจะให้ความสำคัญกับกระดูกสะโพกเป็นหลัก ...เนื่องใน “วันผู้สูงอายุ” 13 เมษายนนี้ ลูกๆหลานๆ...คนในครอบครัวต้องร่วมด้วยช่วยกันเฝ้าระวัง รณรงค์ป้องกัน...“อย่าให้สูงวัยล้มเดี๋ยวไม่ลุก”.