ร้องหา 21 ล้านเสียงนักการเมืองก็เป็นแบบนี้แหละ...เวลาต้องการก็ร้องหา แต่เวลาได้ดีทำเป็นลืมแต่ชอบอ้างทำอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อประชาชน วันนี้ไปไหนไม่รอดก็เลยร้องหา!อ้างถึงเสียงจากประชามติ 21 ล้านคน ที่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านมานานพอสมควร แต่ก็ยังไปไม่ได้เพราะยังขัดแย้งกันอยู่พรรคนั้นจะเอาอย่างนี้พรรคนี้จะเอาอย่างนั้นจนหาข้อสรุปไม่ได้ แทนที่จะร่วมมือร่วมใจแก้ไขให้สำเร็จ มีความจริงอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่มีใครได้ตามที่ต้องการทั้งหมดได้บ้างเสียบ้างนั่นคือสัจธรรมความจริงที่พิสูจน์ได้ปัญหาเรื่องฮั้ว สว.นั้นหลักใหญ่ใจความมาจากการให้เลือกกันเอง ก็เข้าทางพวกเจ้าเล่ห์การเมืองที่หาทางคิดชั่วด้วยการโกงกติกาทำกันเป็นขบวนการ ใช้เงิน ใช้อิทธิพลสารพัดวิธีโดยพรรคการเมืองที่มีนักการเมืองใหญ่อยู่เบื้องหลังจัดการจนสามารถได้ สว.เข้ามาอยู่ใน “อุ้งมือมาร”เพื่อเติมเต็มอำนาจคุมประเทศนี้ได้แต่ถูกจับได้ไล่ทันก็เลยเกิดปัญหา!วันนี้จึงมีความพยายามที่จะหาช่องทางเพื่อขีดเส้นให้อยู่หมัดในรูปแบบนิติสงครามด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งก็พยายามปลุกเร้าประชาชนให้ออกมาเคลื่อนไหวในรูปแบบลงถนนแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะ กกต.ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเป็นองค์กรอิสระ ที่ สว.แต่งตั้งชุดปัจจุบันนี้ 4 จาก 7 คนมาจาก สว.ชุดที่กำลังมีปัญหาก็เลยเกิดปัญหาบุญคุณต้องทดแทนมติจึงออกมาว่าส่งศาลแค่ 77 คน จาก 229 คน มี สว.ติดร่างแหทำให้ดูดีหน่อย 26 คน ที่เหลือรอดหมดปัญหาที่มองกันทะลุคือนักการเมืองจากค่ายสีน้ำเงินระดับสำคัญๆรอดหมด...ไม่ว่าใครจะมองอย่างไร มุมไหน ก็ต้องบอกว่านี่มันพวกเดียวกันชัดๆ ที่สำคัญที่ส่งคำร้องให้ศาลไปนั้นก็ไม่รู้ว่าจะโดนกี่คน อาจจะส่วนหนึ่ง หรือโดนหมดหรือไม่โดนสักคนก็ได้ไม่แค่นั้น ฝ่ายที่เรียกร้องให้จัดการกลับถูกโต้กลับว่าฝ่ายนี้ก็ร่วมขบวนการฮั้วด้วย อ้างถึงพยานหลักฐานต่างๆพูดง่ายๆเป็นการสวนกลับอย่างหน้าตาเฉยเมื่อการขับเคลื่อนเพื่อจัดการคนผิดเป็นไปได้ยากก็เลยต้องไปเริ่มแก้ที่ต้นเหตุคือ “รัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็นที่มาของปัญหามันก็เลยวนอยู่อย่างนี้ข้อสำคัญคือไม่สามารถแก้ได้ง่ายๆ เนื่องจากฝ่ายที่มีอำนาจเหนือกว่าไม่ต้องการให้แก้ไขด้วย!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม