“ต่อสู้เรียกร้องมาตั้งแต่ปี 2559 ไม่มีความคืบหน้า มาวันนี้ทราบว่าตำรวจจับผู้ต้องหาและยึดอายัดทรัพย์สินที่ได้จากการหลอกชาวบ้านรู้สึกดีใจ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นมือมาช่วยเหลือ ทำให้ชาวบ้านที่ตกเป็นผู้เสียหายมีความหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม ชาวบ้านส่วนใหญ่อยากได้เงินที่ถูกหลอกไปคืน แม้ไม่ได้ทั้งหมดขอคืนบางส่วน หากไม่ได้เงินคืน อยากให้ดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้ง 9 รายถึงที่สุดและอยากให้เป็นกรณีตัวอย่างเพราะไม่อยากเห็นชาวบ้านคนอื่นต้องมาตกเป็นเหยื่อถูกหลอกทำให้ต้องสูญเสียเงินซ้ำอีก” เป็นความรู้สึกชาวบ้านเหยื่อที่ถูกหลอกจากสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐ์ศักดิ์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผบก.สส.ภ.3 พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก. สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 นำกำลังชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ขอหมายค้นต่อศาล จ.บุรีรัมย์ ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด จับกุมบุคคลตามหมายจับและยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดจับกุมผู้ต้องหา 9 ราย อายัดทรัพย์สิน 35.6 ล้านบาท สร้างความพึงพอใจให้กับชาวบ้านเหยื่อที่รอคอยการช่วยเหลือ เข้ามาโอบกอดชุดทำงาน ศปอส.ตร.และตำรวจภาค 3 ทั้งน้ำตา เพราะร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน แต่ไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมือมาช่วยเหลือคดีนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. นำตำรวจเปิดปฏิบัติการจับกุมคดีเต็นท์รถรายใหญ่ฉ้อโกงประชาชนในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ จับกุมผู้ต้องหา ยึดทรัพย์ เจรจาเยียวยาผู้เสียหาย ทำให้ประชาชนกว่า 3,300 ราย สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งถูกโกงเงินรู้ข่าวการมาของชุด ศปอส.ตร. ที่ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาต่อเนื่องทั่วประเทศ เริ่มมีความหวังรวมตัวมาร้องเรียนว่า ถูกหลอกลวงให้สมัครสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ แต่ไม่ได้รับเงินค่าสงเคราะห์ศพ ความเสียหายรวมกว่า 320 ล้านบาท เหตุเกิดที่พื้นที่รับผิดชอบ สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ขอให้ตำรวจตรวจสอบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หากพบว่ามีการทุจริตจนไม่มีเงินจ่ายค่าจัดการศพให้สมาชิกที่เสียชีวิต ให้เอาผิดกับคณะกรรมการ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องบริหารจัดการเงินของสมาคม ส่วนกรณีที่ยุบสมาคมไม่ได้ชี้แจงเหตุผลให้สมาชิกทราบ อยากให้สมาคมรับผิดชอบ เพราะหลายคนส่งเงินตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมเป็นเงินหลักแสนบาท หากจะยุบควรคืนเงินให้กับสมาชิกในสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะคนที่เป็นสมาชิกหวังแบ่งเบาภาระให้กับทายาทได้มีเงินค่าจัดการศพหากเสียชีวิต ครอบครัวจะไม่ต้องเดือดร้อนพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ให้ชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. ประสานงานกับ ภ.จ.บุรีรัมย์และ บก.สส.ภ.3 เข้าช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน หากพบใครกระทำผิดจริง ให้ดำเนินการตามกฎหมายตำรวจลงพื้นที่สืบสวนพบว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์การเกษตรสตึก เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2542 มี นายเหลา ชื่นรัมย์ กับพวกรวม 9 นาย ร่วมกันก่อตั้งสมาคมเชิญชวนสมาชิก หากสมาชิกเสียชีวิต ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินค่าสงเคราะห์ศพจากสมาคมฌาปนกิจรายละ 150,000 บาท เป็นข้อเสนอที่ทำให้มีชาวบ้านในเขต อ.สตึก และ อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ หลงเชื่อสมัครสมาชิกจ่ายค่าธรรมเนียมสมาชิกจำนวนมาก ช่วงแรกมีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นไปตามข้อกำหนด ทำให้มีคนสนใจเข้าร่วมเพิ่มเป็นจำนวนมาก ต่อมาสมาคมขยายสาขาเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปที่มีภูมิลำเนาอยู่นอกพื้นที่ อ.สตึก และ อ.แคนดง เข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ แต่ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมสมาชิกนอกเขตรายละ 1,000 บาท ค่าสงเคราะห์ศพแรกเข้าล่วงหน้า 4,000 บาท และค่าอายุสมาชิกที่เกินกว่า 65 ปี ต้องจ่ายเพิ่มอีกปีละ 500 บาท มีประชาชนสมัครเป็นสมาชิกเพิ่มยิ่งขึ้นกรรมการสมาคมเปิดสาขา 2 ดำเนินกิจการควบคู่กันไปมีสมาชิกมากกว่า 10,000 ราย มีรายได้เข้าสมาคมกว่า 300 ล้านบาท และมีการจ่ายเงินให้กับทายาทหรือผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ต่อมาปี 2559 มีสมาชิกเสียชีวิต 100 ราย ทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ที่ยื่นเรื่องเพื่อขอเงินค่าสงเคราะห์ศพ แต่สมาคมไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้ โดยอ้างว่าขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการได้รับความเดือดร้อน ตำรวจร่วมกับผู้ตรวจสอบบัญชีการเงินของสมาคมตั้งแต่ปี 2552 ถึงปี 2560 พบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการเบิกจ่ายเงินออกไปจากบัญชีของสมาคมอย่างผิดปกติ ใช้จ่ายเป็นค่าครุภัณฑ์ เงินยืมทดรองให้กรรมการจ่ายให้ผู้เสียชีวิตโดยไม่มีหลักฐานเอกสารการจ่ายเงินและผู้รับเงินสงเคราะห์ศพจนหมด จึงไม่สามารถจ่ายค่าสงเคราะห์ศพให้กับสมาชิกได้ มีความเสียหายกว่า 320 ล้านบาทรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาล จ.บุรีรัมย์ จับผู้ต้องหา 9 ราย ได้แก่ นายเหลา ชื่นรัมย์ นายปิด ใหญ่รัมย์ นายบุญมี บุตรสีตะราช นายกี่ ศิริสุข นายอุดม พวงธรรม น.ส.ช่อผกา กุสิรัมย์ นายเกษม ไพเราะ น.ส.จิรนุช เสนาบุญ และนายอุทัย ยีรัมย์ ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง ประชาชน ร่วมกันยักยอกทรัพย์, ร่วมกันดำเนินกิจการฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยมิได้จดทะเบียนเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หรือขึ้นทะเบียนฌาปนกิจ สงเคราะห์, ร่วมกันดำเนินการการฌาปนกิจสงเคราะห์ โดยฝ่าฝืนกฎหมาย”พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย และยึดอายัดทรัพย์สินมูลค่า 35.6 ล้านบาท ผู้ต้องหายื่นขอประกันตัวและได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปอส.ตร. กล่าวว่า “ปฏิบัติการเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 9 จุด พร้อมกับการจับกุมผู้ต้องหา 9 ราย ในพื้นที่ สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เกิดขึ้นเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านกว่า 3,300 รายที่ถูกหลอกลวงให้สมัครสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แต่ไม่ได้รับเงินค่าสงเคราะห์ศพ จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นายเหลา ชื่นรัมย์ กับพวกรวม 9 นาย ที่ร่วมกันก่อตั้งสมาคม มีการร่วมกันเบิกจ่ายเงินออกไปจากบัญชีของสมาคมอย่างผิดปกติ หรือมีการจ่ายเงินให้ผู้เสียชีวิตโดยไม่มีหลักฐานเอกสารการจ่ายเงิน กลุ่มผู้ต้องหาใช้เงินของสมาคมจนหมด จึงไม่สามารถจ่ายค่าสงเคราะห์ศพให้กับสมาชิกได้ เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีความเสียหายกว่า 320 ล้านบาท ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและทำการยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน 36 ล้านบาท พร้อมจะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย หากพบมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่ได้จากการฉ้อโกงชาวบ้าน ก็จะใช้กฎหมายการฟอกเงินที่อายัดทรัพย์สินดังกล่าวคืนมาทั้งหมด เพื่อจะได้ไกล่เกลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล”แก๊งผู้ต้องหาที่อาศัยความไม่รู้กฎหมายมาเอาเปรียบหลอกชาวบ้าน คนยากจน คนที่ถูกหลอกเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ เป็นนโยบายหลักของรัฐบาล คสช.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนคืนความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่อ.ทีมข่าวอาชญากรรม