“ป๊อบ-ปองกูล” เชิดหน้าสู้สังคม เปิดปากความสัมพันธ์คบซ้อนสองสาว “ปลา- โบว์” ผุดวลีทอง ยอมรับ “สร้างโลกสองใบ โกหกสาวทั้งคู่” มาตลอด 10 กว่าปี เพราะไม่อยากเสียใครไป ซัดรังเกียจตัวเองที่ขี้ขลาด เลี้ยวผิดแล้วผิดอีกจนหลงทาง กว่าจะรู้ตัวเรื่องก็ใหญ่จนไม่สามารถหยุดได้ และไม่มีความสุขในการคบซ้อน พร้อมวอนขอโอกาสให้สาวทั้งสองได้ใช้ชีวิตต่อไป เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ด้านกรมสุขภาพจิตลั่นการ “คบซ้อน” เกิดจากใช้ “สมองส่วนคิด” น้อย แนะอยากรักยืนยาวต้องพึ่งความผูกพัน-ความรับผิดชอบ รู้จักใคร่ครวญนึกถึงใจเขาใจเราหลังนักร้องหนุ่ม ป๊อบ-ปองกูล สืบซึ้ง ตกเป็นข่าวรักสามเส้า เราสามคน ระหว่างอาจารย์ปลา-วราสินี บุญประเสริฐ แฟนสาวนอกวงการที่คบหาดูใจกันมานานกว่า 14 ปี และเพิ่งจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ไปเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา กับสาวนอกวงการชื่อ “โบว์” หุ้นส่วนทำธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน ที่คบหาดูใจมานานกว่า 10 ปี จนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนในสังคมอย่างหนักหน่วงถึงพฤติกรรมการคบซ้อน ทำร้ายจิตใจหญิงที่รักถึงสองคนต่อมาช่วงเย็นวันที่ 25 ก.พ. ที่สตาร์ ฮอลลีวู้ด สตูดิโอ ย่านพุทธมณฑลสาย 5 นักร้องดัง ป๊อบ-ปองกูล สืบซึ้ง เปิดแถลงข่าวตามที่นัดหมายไว้ โดยมีกองทัพสื่อทุกแขนงมารอฟังคำชี้แจงจากปากนักร้องหนุ่มร่างใหญ่รายนี้ ซึ่งป๊อบกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ยอมรับเป็นความผิดของตนเองทั้งหมด ที่คบผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกัน โดยเรื่องเริ่มต้นเมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ที่คบหาอยู่กับปลามาได้ 4 ปี เคยพูดคุยเรื่องการแต่งงานในตอนนั้น แต่มีเรื่องการทำงานและมีการเรียนของเขาเข้ามา ทำให้ไม่พร้อม และมีปัญหากัน เขาให้ตนลองเปิดใจดูใครไปอีก หลังจากนั้นก็มีโบว์เข้ามา โดยที่โบว์ไม่รู้ว่าตนยังไม่ได้เลิกกับปลา แต่ก็ไม่กล้าบอก และขี้ขลาดเกินไป เคยคิดว่าจะถอยหลังกลับไปได้ แต่พอเลี้ยวผิดไปแล้วและเลี้ยวผิดอีก ตนก็ลืมว่ามาทางไหน และหลงทางกับมัน จนวันหนึ่งไม่รู้แล้วว่ามาอยู่ตรงไหนแล้วทำให้เรื่องมันใหญ่ขึ้นมามาก จนไม่สามารถหยุดมันได้ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมก่อนจะแต่งงานกับอาจารย์ปลา ไม่บอกสาวโบว์ให้รับรู้ก่อน ซึ่งป๊อบ กล่าวว่า ไม่กล้าบอก กลัวว่าเขาจะอยู่ไม่ได้ และเป็นความขี้ขลาด เรื่องนี้เกิดขึ้นจากตนสร้างโลกขึ้นมาสองใบ สำหรับปลาและโบว์ ต่างคนต่างไม่รู้ว่ามีโลกอีกใบหนึ่ง เขาทั้งสองคนดำเนินชีวิตในแบบ คนรักที่ดีทั้งคู่ เขาซัพพอร์ตและดูแลตนดีมาก แต่ความผิดเกิดที่ตนโกหกเขา เพื่อให้โลก 2 ใบนี้ยังอยู่กับตน ไม่มีใครเอะใจหรือระแคะระคายเลย และยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดของตนเอง เพราะคิดว่าปลาน่าจะระแคะระคายเรื่องตนกับโบว์บ้าง เพราะมีข่าวออกไปอยู่ แต่สิ่งที่ได้คุยหลังจากนั้น คือเขาไม่เคยเอะใจ ไม่เคยสงสัยเลย เขาเชื่อใจ ในฝั่งของโบว์ก็ไม่เคยเอะใจ ไม่เคยสงสัย เพราะว่าตลอด 10 ปีที่ตนคบก็ดูเทกแคร์โลกแต่ละใบให้มันสมบูรณ์ที่สุดพร้อมกันนี้ นักร้องหนุ่มร่างใหญ่ก็ยอมรับอีกว่า ตนเองใจร้ายและรังเกียจตัวเองมากกับเรื่องนี้ ตนหลับไปกับมันแล้วก็ตื่นมาบอกกับตัวเองว่าเป็นคนที่น่ารังเกียจมากที่สุดคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ความขี้ขลาดของตนสร้างปัญหาให้เกิดกับชีวิตคนอื่นมากมายไม่ใช่แค่โบว์หรือปลา แต่เป็นครอบครัวเขา ครอบครัวของตน เพื่อนรอบข้าง และย้ำด้วยว่าที่เรื่องเกิดขึ้นจากตนที่เป็นคนโกหกทุกอย่าง อันไหนที่โกหกแล้วไม่สำเร็จ จะพยายามทำให้มันสำเร็จทุกครั้งด้วยนิสัยและสันดานของตน ฉะนั้นในฝั่งของสองคนเขาไม่เคยทำผิดพลาดเกี่ยวกับความรักเลย และแม้เคยมีการบอกเลิกกัน แต่พอบอกแล้วตนกลับใจไม่แข็งพอ หมุนกลับไปอีก ซึ่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตนไม่มีความสุขในการคบซ้อนเมื่อถามถึงจะจบเรื่องนี้อย่างไร ป๊อบที่ยังมีสีหน้าเคร่งเครียดตอบว่า เรื่องมันจบแล้ว ตนคุยกับครอบครัวของทั้งสองฝ่ายแล้ว ขอขอบคุณครอบครัวของทั้งสองฝ่ายด้วยที่เข้าใจ ในวันที่ตนได้คุยกับครอบครัวของโบว์ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เขาพูดคุยกับตนดีมาก เขาบอกแค่ว่าเขาเสียใจ เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น พอตนได้คุยกับโบว์ เขาเข้มแข็งกว่าที่ตนคิดไว้เยอะ สถานการณ์ของตนและโบว์ได้คุยกันแล้วว่า ลดความสัมพันธ์จะเป็นแค่คนที่มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน เป็นพาร์ตเนอร์กันทางธุรกิจ หลังจากนี้มันจะไม่มีเรื่องราวของความรักที่เป็นเรื่องของชู้สาวเกิดขึ้นส่วนภาพในงานแต่งงานเมื่อวันเสาร์ที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่เห็นชัดว่า ป๊อบ เจ้าบ่าว มีสีหน้าเครียดๆ ไม่ยิ้มแย้มมีความสุขอย่างที่คนเป็นเจ้าบ่าวควรจะเป็น ซึ่งนักร้องหนุ่มบอกว่า ตอนนั้นกังวลเพราะโกหกอยู่ และยอมรับว่าช่วงหนึ่งหายจากงานแต่งเพื่อไปเคลียร์ใจกับสาวโบว์ เพื่ออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น และที่ผ่านมาคืออะไร ส่วนที่แต่งงานกับสาวปลา เพราะรู้สึกว่าต้องไม่เสียเขาไป พร้อมระบุตนเองไม่ได้เลือก แต่ปล่อยไปตามสถานการณ์ของมัน พอวันหนึ่งที่รู้ตัวว่าเบรกมันไม่ได้แล้ว สิ่งที่ทำได้คือปล่อยมันไปแต่เมื่อถูกถามจี้ใจดำว่าหากไม่มีการแต่งงาน ก็จะคบแบบนี้ไปเรื่อยๆใช่หรือไม่ ปรากฏว่าป๊อบถึงกับนิ่งเงียบ ก่อนจะเฉไฉไปตอบถึงเรื่องการแต่งงานกับสาวปลาว่าเป็นตนเองที่อยากจะแต่งงาน และยืนยันอีกครั้งว่า ปลาไม่ระแคะระคายเรื่องความสัมพันธ์ แต่ตนไม่แมน และรู้สึกผิดมากที่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง หลังจากได้คุยกับปลาแล้วก็ไม่ได้ขอเลิก ส่วนตัวก็ไม่เคยคิดจะมีภรรยาสองคน ตอนนี้ก็ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับปลา พร้อมย้ำยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และฝ่ายสาวก็ไม่ได้ท้องด้วยส่วนอนาคตกับโบว์ที่ปัจจุบันทั้งคู่ทำธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านผี ย่านสัมมากร ด้วยกันนั้น นักร้องป๊อบบอกว่า ยังคงเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกันอยู่ คือผู้หญิงสองคนไม่ได้มีปัญหากัน ในเรื่องของพาร์ตเนอร์ ธุรกิจคือการดูแลเทกแคร์ แต่ตนไม่ได้ทำอะไรเกินเลย และถอยความสัมพันธ์เป็นแค่พี่น้อง และพร้อมยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น หากคนจะด่าจะแบนแต่ผู้หญิงสองคน ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาแค่เป็นคนที่รักและซื่อสัตย์ สิ่งที่เขาโดนมันหนักเกินไป“อยากจะขอร้องอย่างเดียวในวันนี้คือ ให้โอกาสเขาสองคนได้ใช้ชีวิตของเขาต่อ ส่วนเรื่องงาน ช่วงนี้มันเป็นช่วงที่หัวใจแตกสลาย ไม่มีสมองไปคิดเรื่องอื่น อะไรจะเกิดก็เกิดได้เลย” ป๊อบกล่าว และย้ำถึงกระแสข่าววงในต่างๆว่า เรื่องนี้มีคนรู้น้อยมาก เพราะตัวเขาสร้างโลก 2 ใบขึ้นมา เป็นโลกที่เก็บมันไว้ลึกมาก คนที่จะรู้เรื่องนี้จึงน้อยมากผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังเกิดเรื่องราวคบซ้อนจนเป็นข่าวใหญ่ จนทำให้ป๊อบ-ปองกูล ถูกโจมตีอย่างหนัก และแฟนคลับจำนวนมากประกาศแบนผลงาน รวมถึงเรียกร้องให้ถอดป๊อบออกจากการเป็นโค้ชรายการ “เดอะวอยซ์ 2018” ทางช่องพีพีทีวี ซึ่งล่าสุดก็ได้รับการยืนยันจากประชาสัมพันธ์ของรายการ “เดอะวอยซ์ 2018” ว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือพิจารณาถอดป๊อบออกกลางอากาศ เนื่องจากใกล้จบซีซันแล้ว ส่วนคอนเสิร์ต “4 แยกปากหวาน 2562 สี่แยกครองเมือง” ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 30-31 มีนาคม 2562 ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ยังคงขึ้นแสดงเหมือนเดิม รวมทั้งคอนเสิร์ต “2019 The Return of BBB # 11 Dream Journey Restage” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 มี.ค.2562 ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งป๊อบเป็นแขกรับเชิญให้กับซุป’ตาร์ดัง เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เว้นแต่ซิงเกิลใหม่ของป๊อบ ชื่อเพลง “พรุ่งนี้ค่อย” พูดถึงการผิดศีลข้อ 3 เนื้อหาว่ารู้ดีว่าผิดแต่ก็จะทำ ขอเวลาทำตามหัวใจ ซึ่งมีกำหนด เผยแพร่เอ็มวีฉบับเต็มในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ซึ่งหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าคล้ายกับสถานการณ์ของป๊อบในขณะนี้ ล่าสุด จะเลื่อนการเผยแพร่เอ็มวีเพลงนี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนดวันเดียวกัน นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีนักร้องหนุ่มรายนี้ว่า การมีแฟนนั้นสิ่งสำคัญต้องนึกถึงใจเขาใจเรา เพราะเวลามีสัมพันธภาพกับใครก็ต้องการให้มีความไว้วางใจน่าเชื่อถือ และหากเราต้องการได้รับสิ่งเหล่านี้ก็ต้องทำในสิ่งเดียวกัน โดยต้องรู้จักใช้สมองส่วนคิดควบคุมความอยาก เพราะการคบกันเราสามารถจะมีใจไขว้เขวได้จากสมองส่วนอยาก แต่เราสามารถยับยั้งพฤติกรรมเหล่านี้ได้ด้วยการใช้สมองส่วนคิด รู้สึกได้แต่ไม่ทำ อย่างไรก็ตาม การที่เกิดเหตุการคบซ้อนเป็นเพราะเราใช้แต่สมองส่วนอยาก ไม่ได้มีการใคร่ครวญ ผู้ที่ทำการคบซ้อนเพราะคิดว่าตัวเอง มีสิทธิ แต่ลืมคิดว่าหากเป็นตัวเองถูกกระทำบ้างจะเป็นอย่างไร“การที่ใช้ความคิดตามใจเราเอง มันจะมีปัญหาได้ถึงแม้จะคบเป็น 10 ปี ก็มีปัญหา เพราะไม่มีความลับในโลก อย่างไรก็ตาม ความรักไม่ได้รักกันเพียงปีหรือ 2 ปี แต่เป็นสัมพันธภาพที่ยืนยาว ซึ่งไม่ได้อยู่ที่ความหวานชื่น แต่ตัวที่สำคัญคือ มีความผูกพันและมีความรับผิดชอบ ส่วนความรู้สึกที่พิศวาส ความรักหวานชื่น เป็นความรักส่วนอยาก แต่ความยั่งยืนคือความรักที่ทุกคนใฝ่ฝัน ซึ่งจะมาจากความผูกพันและความรับผิดชอบ ที่ต้องมาจากสมองส่วนคิดเป็นหลัก รู้จักมองใจเขาใจเรามองระยะยาว คนก็จะได้ข้อคิดสำหรับตัวเองมากขึ้น” ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิตกล่าวเมื่อถามว่านอกจากความสัมพันธ์ของคน 2-3 คนแล้ว พอโซเชียลมีการเสพสื่อก็มีอารมณ์ร่วมตอบโต้รุนแรงบ้างมีการยั่วยุให้เลิกกัน ต้องแนะนำกลุ่มนี้อย่างไร นพ.ยงยุทธกล่าวว่า กรณีนี้จะเรียกว่า blame Speech คือ การตำหนิกันเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว โดยเริ่มใช้ถ้อยคำตำหนิที่รุนแรง ต้องยึดหลัก 2 ไม่ 1 เตือน ประกอบด้วย 2 ไม่ คือ 1.ไม่สื่อสารความรุนแรง 2.ไม่ต่อความรุนแรง และเตือน ด้วยถ้อยคำที่สุภาพและนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริง ทั้งนี้ การส่งสารที่ไม่ดีสะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพจิตเราไม่ดี การเข้าไปในสังคมออนไลน์จะขาดการยับยั้งชั่งใจดึงเอาสิ่งที่ไม่ดีออกมาทำให้ส่งผลกระทบต่อคนที่เรารัก หากเราไม่อยากเจอสถานการณ์นี้ เราต้องยึดถึงใจเขาใจเราอย่าลดระดับคุณภาพจิตของเราให้ต่ำ เพราะการส่งต่อข้อความที่ไม่ดีก็ถือเป็นการลดระดับสภาพจิตของเราเอง