บาซิลลัสทูริงจิเอนซิส (Bacillus thuringiensis) หรือ “บีที” เป็นแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในดิน สามารถใช้เป็นทางเลือกในการกำจัดศัตรูพืชแบบชีวภาพได้ เพราะสามารถผลิตโปรตีนให้มีคุณสมบัติในการกำจัดแมลง แต่ไม่มีผลต่อแมลงที่ไม่ใช่ศัตรูพืชบีทีถูกใช้เป็นยาฆ่าแมลงมาตั้งแต่ปี 2499 ในชื่อ “Thuricide” ต่อมาในปี 2534 ถึงได้พืชชนิดแรกที่ได้รับการตัดต่อทางพันธุกรรม นั่นคือ ฝ้ายบีที ทำให้เกษตรกรสามารถควบคุมแมลงศัตรูพืชได้โดยไม่ต้องใช้สารเคมี...จากนั้นพัฒนาสู่ข้าวโพด ยาสูบ ข้าว ถั่วเหลือง มะเขือเทศ รวมถึงพืชอีกหลายชนิดวารสาร Biological Control ลงตีพิมพ์เมื่อเร็วๆนี้ สรุปว่าในอีก 20 ปีข้างหน้า จะมีการปลูกพืชบีทีมากกว่าหนึ่งพันล้านเอเคอร์ เฉพาะในปี 2560 ปีเดียว ปลูกเพิ่ม 247 ล้านเอเคอร์ (625 ล้านไร่) โดยไม่พบผลกระทบใดๆต่อระบบนิเวศ...นักวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา รวมถึงนักกีฏวิทยา Anthony Shelton จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ศึกษาพบว่า พืชบีทีมีประสิทธิภาพสูงมากในการควบคุมแมลงศัตรูพืชที่สำคัญ เช่น หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด หนอนเจาะสมอฝ้าย และหนอนเจาะยอด ที่ทำลายผลผลิตมะเขือม่วงทั้งที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พืชบีทีจะทำงานในระบบกระเพาะของแมลงศัตรูพืช ไม่ได้ทำลายกระเพาะของสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง จึงไม่มีอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงทั่วไปและมนุษย์ได้เพิ่มทั้งผลผลิต ลดการใช้สารกำจัดแมลงศัตรูพืช เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแต่ไม่วายถูกเอ็นจีโอกล่าวหาพืชบีทีสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศ ฟังแล้วมันย้อนแย้งกันเอง...กดดันเกษตรกรให้เลิกใช้สารเคมีเกษตร พอมีพืชที่ไม่ต้องใช้เคมีก็ยังโดนตีปี๊บต่อต้านอีกตกลงคุณท่านต้องการอะไรกันแน่ ถึงค้านตะพึดตะพือเพื่อ...?