“เลี้ยงปลาส่งขายให้พ่อค้าคนกลาง มักถูกกดราคารับซื้อ บางครั้งพ่อค้ามารับซื้อไม่ตรงเวลา เราเลี้ยงนานไป นอกจากต้นทุนเพิ่ม ปลาตัวใหญ่เกินไป ตลาดยังไม่ต้องการ เลยแก้ปัญหาเปลี่ยนแผงขายเครื่องเทศในตลาด เอาปลามาจากบ่อมานั่งขายเอง แต่ละวันขายได้ไม่มาก วันไหนปลาเหลือ นำมาหมักทำปลาส้มขายที่แผง ช่วงเย็นลูกเลิกเรียนจะช่วยเอาปลาส้มใส่หาบขายอีกแรงช่วงแรกๆขายได้วันละ 30 กก. หลังคนเริ่มรู้จัก ยอดเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 50-100 กก. ดีกว่าขายเป็นปลาสด จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาแปรรูปทำ “ปลาส้มสูตรแม่เตี้ย” นอกจากจะช่วยระบายปลาออกจากบ่อ ยังขายปลาได้ทุกขนาด วันไหนขายไม่หมด ยังเก็บไว้ขายวันต่อไปได้อีก”นางบันกันธ์ สกุลพล บ้านคลองตาลอง ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เล่าถึงที่มาของ “ปลาส้มแม่เตี้ย”...เมื่อปลาส้มเป็นที่รู้จัก จากหาบเร่แผงลอย เริ่มส่งไปยังตลาดหมู่บ้านอื่น แล้วขยายสู่ตัวอำเภอ และไปยังจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้ปลาส้มฯได้คุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของกลุ่มผู้บริโภค จึงเข้าร่วมโครงการ CASCAP กับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น พัฒนากระบวนการแปรรูปปลาส้มให้ปลอดจากไข่พยาธิใบไม้ในตับ โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สนับสนุนทุนวิจัยเนื่องจากการทำปลาส้ม มีอัตราการเสี่ยงให้เกิดโรคพยาธิใบไม้ในตับ ต้นเหตุก่อโรคมะเร็งในท่อน้ำดี เพราะกรรมวิธีแปรรูปยังทำแบบพื้นบ้าน หลังทีมวิจัยนำตัวอย่างปลาส้มไปตรวจ พบไข่พยาธิใบไม้ สาเหตุมาจากแปรรูปเสร็จนำมาวางจำหน่ายทันที ทำให้พยาธิใบไม้ที่อาศัยอยู่ในเนื้อปลายังคงเจริญเติบโตได้อีก...คนที่ชื่นชอบการกินอาหารดิบๆสุกๆ จึงสุ่มเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งในถุงน้ำดีง่ายต้องแก้ปัญหาด้วยวิธี...หลังทำความสะอาด นำปลามาคลุกเกลือหมักทิ้งไว้ 3 ชม. ล้างเกลือออก จากนั้นนำข้าวที่หุงสุกผสมกับกระเทียมและเกลือ ยัดเข้าท้องปลาใส่ถุงมัดปากให้แน่น วางพักในอุณหภูมิแช่เย็นทั่วไป 1 วัน แล้วนำไปน็อกแช่เย็นในอุณหภูมิ-20 ํC นาน 3 วัน จากนั้น ปรับอุณหภูมิให้ความเย็นอยู่ที่-15 ํC นาน 2 วัน วิธีนี้นอกจากจะทำให้ไข่พยาธิตาย ยังสามารถเก็บปลาส้มไว้ได้นาน 3 เดือนจนทำให้วันนี้ “ปลาส้มแม่เตี้ย” กลายเป็นเจ้าแรกที่ได้รับใบประกาศนียบัตรจากโครงการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี เป็นปลาส้มปลอดพยาธิ มีตรา อย.รองรับ.เพ็ญพิชญา เตียว