MINI เคยมียุครุ่งเรืองและคนส่วนใหญ่สามารถจดจำห้วงเวลานั้นได้ รถเจ๋งๆ อย่าง MINI Cooper S เคยคว้าชัยชนะเหนือรถแข่งที่คันใหญ่กว่าในรายการ Rallye Monte-Carlo 1966 ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำของแบรนด์ หลังจาก BMW เข้ามาควบรวมกิจการในปี ค.ศ. 2000 ความนิยมในรถ MINI ก็กลับมาพุ่งสูงอีกครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ยานยนต์ตรา MINI ที่ทันสมัย สวยงามและขับขี่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม ปัจจุบัน MINI ภายใต้ร่มเงาของ BMW Group มีรุ่นรถที่หลากหลายครอบคลุมความต้องการของผู้คนมากยิ่งขึ้น ไล่จาก MINI Hatch เวอร์ชั่น 3 ประตู Clubman ตัวถัง 5 ประตู และ Countryman ครอสโอเวอร์ที่ทำให้ MINI มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจนน่าตกใจ โมเดลที่หลากหลายของ MINI ยังมีรุ่นแยกย่อย ทั้ง Cooper รุ่นธรรมดาไปจนถึง Cooper S และรุ่นแรงสุด John Cooper Works ส่วน MINI ตัวถังอเนกประสงค์แนวครอสโอเวอร์รุ่น Countryman ถือเป็น MINI ตัวถังแบบใหม่ที่เข้ามาเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มากกว่าเดิมและกลายเป็น MINI ที่โดนใจคุณสุภาพสตรี มียอดขายสวยหรูเอามากๆ สำหรับ Clubman เป็น MINI ในรูปแบบสเตชั่นแวกอน 5 ประตู มีให้เลือกทั้งดีเซลและเบนซิน เป็นรถ MINI ที่สวยทั้งรูปจูบก็หอมเนื่องจากความอเนกประสงค์ของพื้นที่เก็บสัมภาระ ส่วนรุ่นที่ยกเลิกสายการผลิตไปอย่างน่าเสียดายเพราะขายไม่ค่อยดี นั่นก็คือ MINI Cooper Coupe ที่มีให้เลือกทั้งแบบหลังคาแข็งและหลังคาผ้าใบเปิดประทุน MINI รุ่นพิเศษที่ผมนำมาทดสอบในช่วงเทศกาลคริสต์มาสก็คือ John Cooper Works เวอร์ชั่นเปิดหลังคา Convertible 2019 ราคา 3,468,000 บาท เป็นรถที่อยากขับมากที่สุดในช่วงปลายปี สำหรับ John Cooper Works รุ่นเปิดหลังคา Convertible 2019 มาพร้อมกับเรือนร่างใหม่ และเครื่องยนต์ตัวใหม่ในรหัสร้อนละลายตับ MINI TwinPower Turbo B48 เป็นความมุ่งมั่นที่จะเข้ามาสานต่อความสำเร็จของ MINI John Cooper Works ในอดีตที่เคยสร้างชื่อเสียงด้านการควบคุมและความสามารถในการวิ่ง John Cooper Works หรือ JCW คันล่าสุดจาก MINI ภายใต้ร่มเงาของ BMW Group มีความเปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชั่นปรับโฉมเพิ่มความสด เช่น เปลี่ยนระบบเกียร์ใหม่เป็นเกียร์ 8 สปีด ไฟท้าย LED แบบใหม่ลายธงอังกฤษ ระบบปฏิบัติการควบคุมการทำงานของจอมอนิเตอร์และฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่หมด จอภาพ HUD ตรงหน้าคนขับ รวมไปถึงการสั่งงานหน้าจอมอนิเตอร์ด้วยระบบสัมผัส ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์สีแดงที่ย้ายไปอยู่บริเวณคอนโซลกลางแตกต่างจากสวิตช์สตาร์ตของรถทั่วไป สองชั่วโมงกับอีกสี่สิบนาทีผมก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งแบบกระเด้งกระดอนอยู่ในเบาะคนขับของ John Cooper Works Convertible บนเส้นทางหันคาของจังหวัดชัยนาทมุ่งหน้าไปยังจังหวัดอุทัยธานี ลองผลักคันเกียร์ไปทางซ้ายเพื่อเข้าสู่โหมดแมนนวล ยัดเกียร์ 3 แล้วกดคันเร่งเต็มเหนี่ยว เข็มวัดรอบของเครื่องยนต์ 2 ลิตร Twin Scroll Turbo ตวัดกวาดอย่างเร็วพร้อมๆ แรงดึงที่ทำให้รู้สึกสนุก John Cooper Works Convertible พุ่งลิ่วๆ อย่างไม่ลดละ บนทางลาดยางเรียบๆ ช่วงล่างไฟฟ้าแบบ Adaptive ในโหมด Sport ปรับตัวเองให้สอดรับกับการขับเร็วจนแข็งราวกับรถแข่ง ความรู้สึกของช่วงล่างที่ John Cooper Works Convertible ส่งถ่ายออกมา ทำให้นึกถึงรถเจ๋งๆ ในอดีตอย่าง BMW e30 Coupe รุ่น 325i ยัดโช้คโคนี่และสปริงไอบัคแข็งๆ เป็นที่สุด อัตราเร่ง 0-100 ใน 6.5 วินาที ถือว่าเร็วสูสีกับ Audi TT รุ่นมาตรฐาน และเร็วกว่า Mercedes-Benz C250 Coupe อยู่นิดเดียว เมื่อขับเร็วขึ้นก็เริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมวิศวกรของ MINI ถึงปรับช่วงล่างของมันจนแข็งราวกับรถแข่ง เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 1,998 ซีซี 4 วาล์ว ต่อ 1 กระบอกสูบ กำลัง 231 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตันเมตร มีนิสัยดุร้ายตั้งแต่ 3,000 รอบเป็นต้นไปและให้เสียงท่อระบายท้ายที่เร้าใจจากการระเบิดปะทุและการจูนอัพของสำนักแต่ง John Cooper Works ซึ่งทำงานร่วมกับ BMW มาช้านานแล้วจนกลายเป็นอีกแผนกที่มีความสำคัญของ MINI / BMW Group วาล์วที่อยู่ภายในท่อระบายไอเสียสร้างเสียงที่ทำให้รู้สึกคึกคัก รวมถึงความกระฉับกระเฉงในการตอบสนองของเครื่องยนต์ มันเร่งได้เร็วและมีซุ่มเสียงที่ดีกว่า Porsche 718 Cayman ที่เอาแต่ดังและแตกพร่า เสียงเครื่อง 2 ลิตร TwinPower Turbo มีไส้ในพวกหัวฉีดและกลไกของระบบวาล์วเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีใหม่ในเครื่องยนต์ของ BMW อาการทอร์คสเตียร์ไม่ได้บั่นทอนความสนุกแม้แต่น้อย กดคันเร่งลงไปเมื่อไหร่มีหวังได้ดึงกันหน้าหงาย พร้อมเสียงดังพรับๆ เวลาเปลี่ยนเกียร์ออกมาที่ท่อท้าย แรงดึงจะกดคุณจนจมลงไปในเบาะแต่ไม่ได้กระชากจนน่ากลัว เป็นแรงบิด 320 นิวตันเมตรจากเครื่องยนต์ที่ควบคุมได้ง่ายถ้าไม่ติดลูกบ้ามากจนเกินงาม John Cooper Works Convertible 2019 ของเล่นเปิดหลังคา มาพร้อมกับชุดแต่ง JCW ที่มีความแตกต่างจาก Cooper S Convertible อย่างชัดเจน เช่น สปอยเลอร์หน้า John Cooper Works แก้มข้างแปะตราสัญลักษณ์ John Cooper Works ล้ออัลลอยด์ลายใหม่ Mini JCW Gloss Black Cross Spoke 563 Wheel Rim F56 ยางซิ่งคุณภาพสูง Pirelli Cinturato P7 Performance All Season Tire specifically Designed for the JCW ไซส์ 225/35R18 คาร์ลิปเปอร์เบรกสีแดงแบบ 4 พอตขนาดบิ๊กบึ้มที่ล้อหน้าของ Brembo พ่นสีแดงแปร๊ดแปะตราสัญลักษณ์ JCW จานเบรกหน้าทำจากเหล็กหล่อขนาด 330 มิลลิเมตร พร้อมหลังคาผ้าใบพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า หลังคาสามารถวิ่งไปพับไปด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแต่ไม่แนะนำให้ทำบ่อยๆเนื่องจากมันจะต้านกระแสลมทำให้จุดยึดต่างๆ พังเร็ว กรอบกระจกมองข้างสีแดง หลังคาผ้าใบลายธงยูเนี่ยนแจ็คสีเทา-ดำ บ่งบอกถึงความเป็น MINI ที่ไม่ธรรมดา สีตัวถังเบอร์พิเศษ Rebel Green เป็นสีเขียวขี้ม้าคล้ายกับสีเขียว British Racing Green สีคลาสสิกยอดนิยมสำหรับนักเลง MINI ตัวจริงเสียงจริง ฝากระโปรงหน้าคาดด้วยสติกเกอร์สีดำตัดเส้นสีแดง สปอยเลอร์พร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ กระจังหน้าทรงรังผึ้ง ไฟหน้า LED แบบใหม่ สำหรับมิติตัวถังของ MINI John Cooper Works 2019 รุ่นเปิดหลังคา มีขนาดความกว้าง 1,727 มิลลิเมตร ยาว 3,874 มิลลิเมตร และสูง 1,414 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 143 มิลลิเมตร ระยะห่างดุมล้อหน้า-หลัง 2,495 มิลลิเมตร ความกว้างฐานล้อหน้า-หลังมีตัวเลขเท่ากันที่ 1,485 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,280 กิโลกรัม ถังเชื้อเพลิงความจุ 44 ลิตร John Cooper Works Convertible 2019 ใช้โทนสี และการตกแต่งภายในที่แตกต่างจาก Cooper S Convertible F56 อย่างชัดเจน เริ่มจากเบาะแบบสปอร์ตที่ใช้วัสดุห่อหุ้มถึงสามแบบ เบาะ JCW Convertible รุ่นใหม่ล่าสุดเหมือนกับ JCW รุ่น 3 ประตูหลังคาแข็งหรือ Hatch เบาะหุ้มด้วยหนังแท้ หนัง Alcantara และผ้าสีแดง ใต้พนักพิงศีรษะของตัวเบาะประทับตราสัญลักษณ์ John Cooper Work เพื่อความต่างระหว่าง Cooper S และ Cooper JCW เบาะคู่หน้ายังใช้กลไกการปรับตั้งด้วยมือแนวรถแข่ง โทนสีที่เลือกใช้ตกแต่งภายในออกมาในแบบดุดัน แผงแดชบอร์ดขึ้นรูปด้วยยางโพลียูรีเทน มีประสิทธิภาพด้านการเก็บเสียงและความหนาแน่นที่เหนือกว่าแดชบอร์ดแบบพลาสติกฉีดขึ้นรูป แดชบอร์ดยางห่อหุ่มด้วยหนังเทียมป้องกันเสียงแปลกปลอมได้ดี ช่วยทำให้ห้องโดยสารเงียบขึ้น แดชบอร์ดของ John Cooper Works Convertible 2019 ยังมีชิ้นงานพลาสติกสีดำเงาเดินเส้นคาดอยู่ตรงกลาง เป็นชิ้นงานตกแต่งของ JCW ที่แปลกแยกจาก Cooper S F56 อย่างชัดเจนด้วยงานประดับประดาที่ส่งถ่ายตัวตนความเป็นสปอร์ตคาร์ที่ไม่เหมือนกับ MINI ในรุ่นอื่น ห้องโดยสารความกว้างที่เพิ่มขึ้นมอบพื้นที่กว้างขวาง โดยเฉพาะในเบาะนั่งทั้งสี่ที่ ที่นั่งด้านหน้าปรับตำแหน่งได้ครอบคลุมทุกสรีระของผู้ขับ และเพิ่มพื้นที่เบาะโดยสารด้านหลังมากกว่าเดิมถึง 23 มิลลิเมตร ภายในที่ถูกขยับขยาย สร้างความรู้สึกโปร่งโล่งให้ผู้โดยสารตอนหลัง ด้วยพื้นที่ช่วงไหล่และพื้นที่วางขาที่เพิ่มมากขึ้น เบาะหลังเหมาะกับเด็กตัวเล็กมากกว่าจะให้ผู้ใหญ่ตัวสูงลงไปนั่ง หัวใจสำคัญของการออกแบบใหม่ล่าสุดก็คือ หน้าจอแสดงผล และคอนเซปต์การทำงานรูปแบบใหม่บนแผงหน้าปัดบริเวณแกนพวงมาลัย ด้วยหน้าปัดดีไซน์วงกลมสไตล์ MINI แสดงผลความเร็วอัตราเร่ง และปริมาณน้ำมัน พวงมาลัยสปอร์ต 3 ก้านโดนใจขาซิ่งเป็นที่สุด รอบวงหุ้มหนังแท้เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดง ก้านวงประทับตรา John Cooper Works พร้อมสวิตช์สั่งงานระบบโทรศัพท์บลูทูธ สวิตช์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และปุ่มควบคุมเครื่องเสียง แป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ขนาดกะทัดรัดติดตั้งที่ด้านหลังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะในการใช้นิ้วกดเพื่อเปลี่ยนอัตราทด ขนาดที่พอดิบพอดีของวงพวงมาลัยพร้อมร่องกริ้บที่บริเวณนิ้วออกแบบมาเพื่อความกระชับรัดกุมทำให้ยึดจับได้อย่างมั่นคง เป็นพวงมาลัยที่สวยงามและมีขนาดที่พอดิบพอดี หน้าจอแสดงผลแบบใหม่ขนาด 8.8 นิ้ว และคอนเซปต์การทำงานที่เชื่อมโยงกับแป้นควบคุมทรงกลม ออกแบบคล้ายกับ iDRIVE ของ BMW โดยมีการปรับปรุงให้สามารถเข้า หรือออกจากเมนูหลักได้ง่ายขึ้น หน้าปัดวัดความเร็วพร้อมมาตรวัดรอบเครื่องยนต์อยู่ตรงหน้าคนขับ ภายในมาตรวัดความเร็วแปะตราสัญลักษณ์ John Cooper Work คอยบอกคนขับไม่ให้หลงลืมว่ากำลังควบตัวแรงไซส์จิ๋ว ส่วนจอแสดงผลกลางมีการออกแบบใหม่โดยล้อมกรอบจอภาพด้วยหลอดไฟ LED ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนสีของหลอดไปตามสถานะต่างๆ เช่น การเร่งหรือลดเสียงเพลง บอกสถานะการทำงานของเครื่องยนต์ หลอด LED ที่ล้อมกรอบจอมอนิเตอร์ส่วนกลางยังเชื่อมต่อการทำงานกับเซนเซอร์ที่ใช้ในการกะระยะถอยหลัง คอยแจ้งเตือนคนขับเมื่อถอยเข้าใกล้กับวัตถุกีดขวางด้วยแสงไฟสีแดง เกียร์ 8 สปีดรุ่นใหม่ล่าสุด เป็นเกียร์ขับเคลื่อนล้อหน้าที่เข้ามาแทนเกียร์ 6 สปีดทำให้อัตราทดในช่วงเกียร์ 7-8 มีรอบเครื่องที่ลดลงและทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกนิด แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift ของ JCW มีขนาดที่ยาวกว่า MINI ทั่วไป ให้สัมผัสและความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ดีกว่าเดิม การติดตั้งที่ก้านวงของพวงมาลัยทำให้มันขยับตามได้เวลาเลี้ยวแล้วต้องการลดเกียร์ก็แค่กดลงไปมันก็จะทำงานทันที เวลาเข้าโค้งคุณก็จะเลือกกดแป้นได้เร็วและถูกต้องเสมอ ไม่งงว่าฝั่งไหนที่เพิ่มหรือลดเกียร์ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดทำให้การขับไหลลื่นขึ้น แม้จะมีอัตราทดที่เพิ่มเข้ามาแต่การทำงานก็ยังคงว่องไวเหมือนเดิม โดยเฉพาะการเชนเกียร์ลงต่ำก่อนมุดเข้าโค้งมุมแคบที่ช่วยชะลอความเร็วร่วมกับการใช้เบรกได้ดีมาก ยางติดรถมาจากโรงงาน ยี่ห้อ Pirelli รุ่น Cinturato P7 ไซส์ 225/35R18 ให้การยึดเกาะกับถนนได้ดีถ้าไม่ขับแบบบ้าพลังกดคันเร่งแบบไม่ลืมหูลืมตาก็ถือว่าเป็นยางที่ใช้ได้แต่ถ้าอยากให้หนึบมากกว่านี้ก็ต้องลอง Michelin Pilot Sport 4 หรือถ้าต้องการความมั่นใจในสนามก็ขยับไปเล่น Pilot Sport Cup รับรองว่าเกาะเป็นตุ๊กแก คุณสามารถเข้าโค้งแรงๆ ได้ในทุกโหมดโดยมีโหมดสปอร์ตที่ให้ความเร้าใจสูงสุด อาการของรถค่อนข้างเป็นกลางแต่ออกมาในลักษณะไวและคล่องที่ทำให้ต้องระวังการเปลี่ยนทิศทางในย่านความเร็วสูง จุดที่ชอบมากก็คือการส่งคันเร่งหลังพุ่งออกจากปลายโค้งขณะที่ผมพยายามรักษารอบเครื่องยนต์ไม่ให้หล่นลงมาด้วยการคาเกียร์ 3 เอาไว้ตั้งแต่ช่วงหัวหัวโค้ง การขับในลักษณะเดียวกับสนามแข่งต้องการพื้นที่พอสมควรเผื่อไว้สำหรับความผิดพลาด แต่อย่างที่บอกว่ามันเป็นรถที่แม่นยำเมื่อเล็งไลน์แล้วพุ่งตรงไปมันจะตอบสนองในแบบที่คุณชอบพร้อมความสะเทือนที่เป็นเอกลักษณ์จากความแข็งของช่วงล่างไฟฟ้า เทคโนโลยีหลอด LED แบบใหม่ล่าสุดที่ติดตั้งล้อมกรอบจอมอนิเตอร์ หลอด LED สามารถเปลี่ยนสีไฟรอบวงแหวนหน้าปัดเพื่อแสดงผลตามสถานะต่างๆ ของการขับใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนน หรือการทำงานของฟังก์ชันตามความพอใจของผู้ขับ เช่น ระบบควบคุมระยะการจอด (PDC) การเร่งหรือเสียจากลำโพง วงแหวนไฟเรืองแสงแบบ LED เป็นลูกเล่นใหม่ของ MINI จะแสดงระยะห่างระหว่างรถกับสิ่งกีดขวางด้านหลังรถ ด้วยการแสดงผลในสีต่างๆ ตามระยะความใกล้กับสิ่งกีดขวางหลังรถ ได้แก่ สีเขียว เหลืองหรือแดง นอกเหนือจากการแสดงผลกราฟิกบนหน้าจอ รวมถึงการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ที่สามารถเห็นได้จากสีต่างๆ ได้แก่ สีเขียว สีส้ม หรือสีแดง หน้าจอแบบใหม่ล่าสุดของ MINI JCW ยังแสดงไฟสถานะสำหรับแนะนำเส้นทางของระบบแผนที่นำทาง MINI Navigation ใน MINI John Cooper Work 2019 เมื่อรถเข้าใกล้จุดหมายปลายทางมากขึ้น แถบไฟบนวงแหวนก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย โดยเทคโนโลยีแผนที่นำทาง MINI Navigation ติดตั้งมาให้ใช้งานเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในรถรุ่นสูงสุด MINI Cooper John Cooper Work ทั้งหลังคาแข็งและหลังคาผ้าใบ ขุมกำลังที่เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนและความบันเทิงของ JCW Convertible รุ่นปรับโฉม 2019 เป็นเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ วางตามขวางขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ปริมาตรความจุ 2.0 ลิตร 1,998 ซีซี มี 4 วาล์ว ต่อ 1 กระบอกสูบ ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า ที่ 5,200-6,000 รอบต่อนาที มากกว่า MINI John Cooper Work R56 รุ่นที่แล้ว 10% แรงบิดสูงสุดที่ได้รับจากเครื่องยนต์ 2 ลิตร ขนาดกะทัดรัดทำได้ถึง 320 นิวตันเมตร !! มากกว่า JCW รุ่นเก่าถึง 23% ระบบส่งกำลังมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่ล่าสุดแบบ 8 สปีด ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังใหม่ที่ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ทำให้อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นเล็กน้อย ตัวเลขสมรรถนะด้านอัตราเร่ง เจ้า JCW รุ่นเปิดหลังคา สามารถทะยานจากจุดหยุดนิ่งไปถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 6.5 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นับว่าเร็วโคตรๆ เมื่อเทียบกับขนาดที่เล็กของมัน ช่วงล่างไฟฟ้าแบบ Adadptive ปรับอัตโนมัติไปตามโหมดการขับเคลื่อนของ John Cooper Works รับมือกับกำลัง 231 แรงม้าได้อย่างสบายๆ โช้ค แบบปรับความแข็ง-อ่อนอัตโนมัติมีการปรับจูนให้สอดคล้องกับย่านของกำลังเพื่อส่งถ่ายความมั่นใจขณะทำความเร็ว ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ชิ้นส่วนบางชิ้นของช่วงล่างด้านหน้าหล่อขึ้นรูปด้วยอะลูมิเนียม เพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง ส่วนช่วงล่างหลังเป็นแบบมัลติลิงก์พร้อมชิ้นส่วนอัลลอยเหมือนช่วงล่างด้านหน้า สปริงมีค่าความแข็งราวกับรถแข่ง เนื่องจากต้องรับมือกับแรงบิด 320 นิวตันเมตรที่ปลดปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ก็ต้องจูนให้แข็งไว้ก่อน มันสะเทือนราวกับขับรถโกคาร์ทบนถนนที่ไม่เรียบนี่ไม่มีความสบายให้คุณแม้แต่นิดเดียว แต่ถ้าขับบนทางลาดยางเรียบๆก็จะพบกับสัมผัสอันหนักแน่นของช่วงล่างและการยึดเกาะที่สูงเอาเรื่องมากกว่า MINI ทุกรุ่นที่ผมเคยลอง วิศวกรของ MINI ไม่ต้องการให้ช่วงล่างของ JCW มีอาการย้วยตามมาเมื่อขับเร็ว ก็เลยเซตมาให้จนคล้ายกับการขับรถแข่ง ส่วนระบบเบรกก็ไว้ใจได้ เบรกหน้าใช้คาร์ลิปเปอร์สีแดงแบบ 4 พอต จานเบรกหน้ามีขนานเส้นผ่าศูนย์กลาง 330 มิลลิเมตร เบรกหลังเป็นแบบซิงเกิ้ลพอตพ่นคาร์ลิปเปอร์แดงเหมือนเบรกหน้า มาเร็วๆ แล้วเบรกก็ไม่มีอาการแถหรือดึงที่พวงมาลัย เป็นรถขับหน้าพลังสูงที่เซตเบรกมาดีและเหมาะสมกับย่านกำลัง การถ่ายเทน้ำหนักขณะเบรกก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เบรกยังมีตัวช่วยอีกเพียบพร้อมโปรแกรมควบคุมการทรงตัวที่ควบรวมกับอิเล็กทรอนิกส์ของระบบช่วยเบรก เช่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก Hydraulic 2-circuit brake system with anti-lock brakes (ABS), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic brake force distribution (EBD) and Cornering Brake Control (CBC) ทำงานร่วมกับระบบควบคุมการทรงตัว Dynamic Stability Control (DSC) with brake assistant, ระบบขึ้น-ลงทางลาดชัน หรือเส้นทางภูเขา Hill start assistant และตัวช่วย brake dry function, Fading Brake Support, Dynamic Traction Control (DTC), Electronic Differential Lock Control (EDLC) and Performance Control. Handbrake impacts mechanically on rear wheels ชุดบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันน้ำหนักไปตามโหมดของการขับเคลื่อนและความเร็ว พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า แปรผันน้ำหนักกับกลไก Servotronic function ไม่ว่าคุณจะคาอยู่ในโหมดไหนมันก็หน่วงมือจนแน่นตึบและมีน้ำหนักคล้ายพวงมาลัยรถแข่ง มันไวและแม่นยำจนคุณสามารถวางตำแหน่งได้เลยว่าจะเอาล้อหน้าส่วนไหนวิ่งทับเส้นในของโค้ง เมื่อกดปุ่มจาก Green Mode มาเป็น MID Moed น้ำหนักที่หน่วงมือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และจะเพิ่มเข้ามาอีกนิดในโหมด Sport เวลาขับเร็ว พวงมาลัยจะหนักขึ้นอย่างชัดเจน คันเร่งตอบโต้ไวราวกับคนเป็นโรคเส้นประสาท ทำให้ไม่ค่อยจะเหมาะเมื่อใช้โหมดสูงสุดขับท่ามกลางการจราจรที่คับคั่ง เป็นโหมดที่เหมาะกับการขับในสนามแข่งมากที่สุด John Cooper Works Convertible 2019 เข้ามาเติมเต็มความรู้สึกในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของเทศกาลส่งท้ายปีได้ดี มันเป็นรถเล็กที่ดุเดือดเลือดพล่านโดยเฉพาะการเร่งความเร็ว เป็นรถที่ขับช้าๆ ก็ยังรู้สึกว่าเร็ว เบาะนั่งติดรถมีตำแหน่งท่านั่งขับที่ยอดเยี่ยม แม้จะต้องปรับเบาะด้วยมือในรถราคา 3.5 ล้านบาทก็ถือว่ายอมรับได้ ช่วงล่างแข็งโป๊กราวกับหิน ทำให้คิดถึงรถซิ่งในอดีตสมัยหน้าเดอพาเลซ แชสซีในรุ่นเปิดประทุนถูกดามมาแน่นหนามากเพื่อลดอาการบิดตัว การประกอบตัวถังก็ดูแข็งแกร่งหนาแน่นใช้ได้ มันเป็นรถที่ขับได้ดีมากเมื่อเปิดหลังคา แต่เมื่อปิดหลังคาขับมีเสียงดังมากเกินไป หลังคาไฟฟ้าทำงานอย่างเงียบและใช้เวลาแค่ 18 วินาที ในการเปิดหรือปิด รวมถึงการวิ่งไปเปิดไปที่ความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นรถเล็กที่ดีที่สุดของ BMW Group (หากไม่นับ BMW M2 และ MINI John Cooper Works GP) แม้จะมีราคาที่แรงกว่า MINI ทุกรุ่นแต่มันขับได้สนุกพร้อมๆ กับความรู้สึกที่ดียามเปิดหลังคา เป็น MINI ในแบบที่นักขับชื่นชอบ มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวที่ทำให้ผมรู้สึกหลงรัก John Cooper Works Convertible ยังมีจิตวิญญาณของ MINI อยู่เต็มเปี่ยม คล้ายกับรถ MINI ในอดีตที่เคยคว้าชัยชนะเหนือรถแข่งที่คันใหญ่กว่าในรายการสุดคลาสสิก Rallye Monte-Carlo 1966 ไม่ว่าจะมองมันด้วยเหตุผลหรือความชอบส่วนตัวก็ตาม นี่คือของขวัญซานต้าที่เหมาะสมที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา. MINI JOHN COOPER WORKS CONVERTIBLE 2019Engine Configuration : TwinPower Turbo, 2.0-liter, inline 4-cylinder direct-injection engine with double VANOSTransmission : 8-speed Sport Automatic with shift paddlesMax. Horsepower : 228 hp @ 5200 rpmMax. Torque : 236 lb-ft @ 1250 rpmAcceleration (0–60mph) : 6.3 sec Top Speed : 149 mph Seating Capacity : 4 adultsCargo Area Capacity : 7.6 ft3 with top up : 5.7 ft3with top downMeasurements : 152.5” boot to bonnet 68” wide 55.7” highInduction : TurbochargedBore : 82 mmStroke : 94 mmFuel type : PremiumVehicle type / CategoryVehicle type : ConvertibleCategory : Convertible, Compact sports carAssembly : Oxford, GBGeneration 3Fuel efficiency / AutonomyCity : 10.8 L/100kmHighway : 7.7 L/100kmCombined : 9.4 L/100kmAutonomy : 468 kmTires / Suspension / Brakes / SafetySteering rack and pinion, electrical variable assistTraction control yesStability control yesSeat belts 4Airbags 5Front suspension independent, Macpherson strutRear suspension independent, multi-linkFront brakes disc (ABS)Rear brakes disc (ABS)Front tires pirelli cinturato p7 225/35R18Rear tires pirelli cinturato p7 225/35R18Dimensions / WeightLength : 3,874 mm (153″)Width : 1,727 mm (68″)Height : 1,415 mm (56″)Wheelbase : 2,495 mm (98″)Front track : 1,485 mm (58″)Rear track : 1,485 mm (58″)Weight : 1,377 kg (3,036 lb)Weight distribution (front-rear) : 61% - 39%PerformancePower to weight ratio : 123.4 W/kg0-100 km/h : 6.6 s (manufacturer)80-120 km/h : N/ATop speed : 242 km/h (150 mph) (manufacturer)Braking distance : N/AWarrantyBase warranty 10 years/100,000 km (MINI Thailand)อาคม รวมสุวรรณE-Mail chang.arcom@thairath.co.thFacebook https://www.facebook.com/chang.arcomhttps://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/