เมืองคอนยังอ่วมน้ำป่าทะลักกลางดึก ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร เร่งอพยพประชาชนและผู้ป่วยติดเตียงไปอยู่ที่ปลอดภัยโกลาหล ประกาศเขตภัยพิบัติ 19 อำเภอ เด็กชายวัย 10 ขวบ ถูกกระแสน้ำซัดจมหายไร้วี่แวว สั่งปิดโรงเรียน 83 แห่ง ส่วนนราธิวาส ระดับน้ำทรงตัว ชาวบ้านเริ่มปรับตัวรับสถานการณ์หลังจมบาดาลนาน 5 วัน สุราษฎร์ธานี น้ำทะลักท่วม 7 อำเภอ จับตาพื้นที่เสี่ยงภัย กรมทางหลวงเผยพายุถล่มถนนทางหลวงจมน้ำ 8 แห่ง อุตุฯเตือน 8 จังหวัดภาคใต้ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่วนเหนือ-อีสานอากาศยังคงหนาวเย็นหลายพื้นที่ของภาคใต้ต้องเผชิญกับภาวะฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ยังคงวิกฤติน้ำยังท่วมขังหลายพื้นที่ นอกจากนี้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช ไหลทะลักเข้าท่วมเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ในช่วงกลางดึก ส่งผลให้ถนนสายต่างๆรวมถึงชุมชนหน้าสถานีรถไฟ ชุมชนบ่อทรัพย์ ชุมชนเทวบุรี และชุมชนต่างๆถูกน้ำท่วมจนอยู่ในสภาพจมบาดาล บางจุดระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆระดมกำลังนำเรือท้องแบน ออกช่วยเหลืออพยพประชาชนและสิ่งของขึ้นที่สูงอย่างทุลักทุเล รวมถึงย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปอยู่ในที่ปลอดภัยตามศูนย์อพยพชั่วคราว ส่วนถนนสาย 403 นครศรีธรรมราช-ทุ่งสง อ.พระพรหม น้ำไหลท่วมถนนทั้งสองฝั่งรถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เร่งค้นหาร่าง ด.ช.ศุภกิจ ไชยคง อายุ 10 ขวบ ถูกกระแสน้ำซัดหายไปภายในห้วย บ้านมาบเอื้อง หมู่ 2 ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช การค้นหาเต็มไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากกระแสน้ำไหลแรง วันเดียวกัน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ในฐานะรอง ผอ.รมน. พร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่ศูนย์อพยพโรงเรียนเทศบาลวัดเสมาเมือง เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมลงเรือสำรวจสถานการณ์ภายในซอยชุมชนบ่อทรัพย์ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 19 อำเภอ 88 ตำบล 454 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 49,840 ครัวเรือน 155,862 คน โรงเรียนปิด 83 แห่ง ส่วนขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-นครศรีฯ ย้ายจุดรับ-ส่งผู้โดยสารที่สถานีชุมทางทุ่งสง รฟท.จัดรถบัสบริการฟรีจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่สภาวะปกติจ.นราธิวาส ยังคงมีฝนตกหนักส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก เพิ่มสูงขึ้นและล้นตลิ่งไหลท่วมชุมชนท่าประปา เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก มานานกว่า 5 วัน ระดับน้ำท่วมสูง 30-50 ซม. ประชาชนในพื้นที่เริ่มปรับตัวรับสถานการณ์ ทยอยขนย้ายทรัพย์สินขึ้นไปอยู่บนชั้น 2 เพื่อป้องกันความเสียหาย ส่วนสัตว์เลี้ยงย้ายไปยังเนินสูง ขณะเดียวกันนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดจุดบริการจิตอาสาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ที่ชุมชนท่าประปา พร้อมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดนายสุทธิ์พงษ์ คล้ายอุดม รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ หมู่ 1, 2 และ 8 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ เพื่อสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก นายสุทธิ์พงษ์เปิดเผยว่า พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก 7 อำเภอ ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ ได้แก่ อ.กาญจนดิษฐ์ อ.ดอกสัก อ.เกาะสมุย อ.ท่าฉาง และ อ.ท่าชนะ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้ว รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเนื่องจากมีฝนตกหนัก จ.สงขลา เกิดฝนตกหนักแรงลมทำให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.คลองรี อ.สทิงพระ ได้รับความเสียหาย 8 หลัง โดยเฉพาะบ้านของนางจินดา เวชภัณฑ์ เลขที่ 4/4 ม.6 ต.คลองรี ถูกลมพัดเสียหายทั้งหลัง นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผวจ.สงขลา พร้อมด้วยนายนพพร หนูเพชร นายอำเภอสทิงพระ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้วนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ฝนตกหนักทางภาคใต้ทำให้เกิดน้ำท่วมบนทางหลวงสายต่างๆ จากการสำรวจพบว่ามีน้ำท่วมพื้นที่ 3 จังหวัด จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.พัทลุง และพบว่ามีดินสไลด์ จำนวน 1 แห่ง ทุกเส้นทางที่มีน้ำท่วมยังสามารถผ่านได้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัด ระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง หรือต้องการความช่วยเหลือติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฝนตกหนัก คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ มีผลกระทบถึงวันที่ 17 ธ.ค. ฉบับที่ 15 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับคลื่นลมมีกำลังแรง บริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณทะเลอันดามัน ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งส่วนอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปกับมีลมแรง บริเวณเทือกเขาสูงมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 8-15 องศาเซลเซียส บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย