เดือนนี้อาจเป็นเดือนสุดท้ายในการทำงานของลุงป้าน้าอาจำนวนไม่น้อย ที่ต้องเกษียณตัวเองหลังจากทุ่มเททำงานหนักเพื่อองค์กรมาทั้งชีวิต หลายคนคงรู้สึกโหวงเหวงวังเวงหัวใจ เพราะทั้งชีวิตเคยชินกับการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีออฟฟิศเป็นบ้านหลังที่สอง บางคนถึงกลับเฉาไปเลย เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจล่วงหน้าว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างไรให้มีความสุข หลังวางมือจากงานประจำ ยิ่งคนมีตำแหน่งใหญ่โตด้วยแล้ว การต้องถอดหัวโขนทิ้ง มาเป็นคนวัยเกษียณอยู่บ้านเฉยๆ ยิ่งเป็นอะไรที่สั่นคลอนจิตใจให้ฟุ้งซ่านสิ้นดีเมื่อภารกิจจากงานประจำหมดสิ้นลงโดยสมบูรณ์ ไม่ต้องตื่นเช้า ไม่ต้องเข้าประชุม ไม่ต้องสังสรรค์กับใครหลังเลิกงาน ไม่ต้องพะวงว่าลูกน้องจะสร้างปัญหาอะไรให้ตามแก้ มันก็น่าจะเป็นความสุขสุดยอดมิใช่หรือ?! สำหรับคนวัยเกษียณหลายคนความรู้สึกในวันแรกๆหลังวางมือจากงานประจำคงเต็มไปด้วยความสดชื่น เพราะได้นอนเต็มอิ่ม ไม่ต้องแบกความเครียด แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก หลายคนเกิดอาการซึมลึกด้วยพิษไข้ เพราะไม่มีอะไรจะให้ทำ!!เมื่อวานนี้ยังเป็นนายพลอยู่เลย มีทหารจำนวนมากอยู่ใต้บังคับบัญชา เมื่อวานนี้ยังเป็นซีอีโออยู่เลย ทุกวันต้องเจรจาธุรกิจมูลค่ามหาศาล เมื่อวานนี้ยังหัวฟูอยู่ในออฟฟิศอยู่เลย แต่พรุ่งนี้หมดอำนาจวาสนา หมดภารกิจ ไม่มีงานประจำที่ต้องกังวล ทุกอย่างกลายเป็นอดีตไปแล้วคราวนี้ความว้าเหว่และความเฉาจะมาพร้อมกับเงินก้อนอันจำกัดในมือ และเวลาเหลือเฟือที่จะทำอะไรเลอะเทอะได้อย่างไม่มีขีดจำกัด นอกเหนือจากปัญหาเรื่องปากท้องที่ต้องสูญเสียรายได้ประจำแล้ว ความไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลานี่ล่ะ คือตัวการที่ทำให้คนวัยเกษียณเกิดอาการฟุ้งซ่าน รู้สึกไร้ค่า และใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายอย่างไม่มีความสุขเพื่อให้คนวัยเกษียณได้เตรียมตัวเตรียมใจล่วงหน้า และใช้ชีวิตหลังรีไทร์อย่างมีคุณค่า “ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม” จุดประกายไว้ในหนังสือ “คิดใหม่ใกล้เกษียณ” ว่า การเตรียมตัวรับมือกับ “รุ่งอรุณใหม่ที่ไม่มีนาฬิกาปลุก” เป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเตรียมตัวเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งมีประโยชน์กับชีวิตมากเท่านั้น โดยสิ่งสำคัญอันดับแรกคือ “การมีครอบครัวที่อบอุ่นมั่นคง” จะทำให้เราไม่เคว้งคว้างเมื่อก้าวสู่วัยเกษียณ ต้องยอมรับว่าเมื่อหน้าที่การงานหมดสิ้นลง เพื่อนฝูงก็อาจห่างหายจนแทบไม่เหลือหรอ แต่คนที่จะอยู่เคียงข้างเราจริงๆไม่หนีไปไหนคือครอบครัวของเรา จงถนอมพวกเขาไว้ให้ดี เพราะนี่คือยาชูใจและแรงใจสำคัญของชีวิตอีกหนึ่งกุญแจสำคัญของการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีคุณภาพคือ “ต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง” เรื่องนี้สำคัญกว่าความมั่นคงทางการเงินด้วยซ้ำ เพราะไม่มีใครมารับความเจ็บป่วยแทนเราได้ ตอนอยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้างตัว เราอาจทุ่มเททำงานจนละเลยเรื่องสุขภาพ แต่เมื่อถึงวัยใกล้เกษียณ ก่อนจะคิดต่อยอดหาอะไรทำหลังรีไทร์ ควรเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง เพื่อเตรียมกายให้แกร่งพร้อมออกเดินทางอีกครั้ง อย่าปล่อยให้ปัญหาสุขภาพมาปล้นความสุขเรา “เรื่องสุขภาพใจสำคัญมาก” ถ้าจิตใจป่วยส่วนอื่นที่เหลือในชีวิตคงป่วยไปด้วย คุณหมอแนะนำว่า “การฝึกปฏิบัติธรรม” และ “การทำงานจิตอาสา” เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนวัยใกล้เกษียณ ดีกว่าการหางานอดิเรกเล็กๆน้อยๆทำฆ่าเวลาให้สูญเปล่าขอย้ำว่าการเกษียณอายุไม่ใช่ “ปลายทางชีวิตที่ว่างเปล่า” แต่เป็น “การเดินทางบทใหม่ของชีวิต” ที่มีความสุขเป็นเดิมพัน นี่คือช่วงเวลาทองก็ว่าได้ เพราะเรามีทั้งร่างกายที่ฟิตเปรี้ยะ สมองยังเฉียบคม ประสบการณ์ชีวิตเหลือเฟือ แถมมีเวลาเยอะแยะแบบไร้ข้อจำกัด ลองถามตัวเองว่าวันพรุ่งนี้จะตื่นขึ้นมาเพื่ออะไร ยังมีความฝันอะไรที่อยากทำในวันเก่าก่อน แล้วใส่เกียร์เดินหน้าลุยเต็มที่ ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ.มิสแซฟไฟร์