สำนวนเหยียบเรือสองแคม “ครูหนอน” อธิบายไว้ในหนังสือ นักเลงภาษา (สำนักพิมพ์อินสไปร์ เครือนานมีบุ๊คส์ พ.ศ.2556) ได้ทั้งทางโลกทางธรรม อุปมาอุปไมย ได้ลุ่มลึกจับใจมากสถานการณ์ เหยียบเรือสองแคม เมื่อนึกถึงเรือที่จอดเทียบท่าเคียงกัน คงจอดได้ไม่นาน ถ้าไม่รีบตัดสินใจจะลงลำไหน ก็อาจตกเรือ หรือจมน้ำตายนี่เป็นการตีความแบบยังอยู่ในโลก ครูหนอนว่า “จะตีความให้หลุดโลกก็ได้”เรือลำที่ 1 จะแล่นต่อไปในห้วงสมุทรชื่อโอฆสงสาร เรือลำที่ 2 จะแล่นไปเกาะสมมติที่เรียกว่านิพพานหากจุดหมายปลายทางชัดเจนอย่างนี้ ก็จะมีคนแย้งว่า พุทธบริษัทเกือบทุกคนก็น่าจะเลือกลงเรือลำที่ 2เรือลำที่ 1 ที่จะแล่นไปสู่โอฆสงสาร...ห้วงสมุทรที่ตกจมของหมู่สัตว์ (ไม่ใช่มหาสมุทรหรือทะเล) เปี่ยมภยันตรายต่างๆนานา นำมาซึ่งชรามรณะ โสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสแล้วใครจะยังอยากลงเรือลำแรกอีกถามว่า คนส่วนใหญ่โง่หรือฉลาด ถามต่อว่า แล้วที่โง่นั้นโง่เพราะอะไรในโอฆสงสาร แม้จะมีทุกข์นานัปการ แต่ก็มีสุขชวนหลงใหลตัดใจจากยาก ภาษาพระเรียกว่า อัสสาทะ เปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดขณะประสบ มีรสชาติสุดพรรณนาขณะเสพ และชวนหวนคะนึงหาขณะห่างคำตอบ...ที่โง่นั้น เป็นเพราะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร หรือพูดอีกอย่างได้ว่าสวรรค์บังตาขณะรักกันจี๋จ๋า เธอว่าอะไรฉันว่าตามกัน ชีพนี้ก็เสมือนมอดม้วย จุติจากความเป็นมนุษย์ไปเกิดเป็นเทวดานางฟ้า ทว่าเมื่อรักจืดจาง ก็ร่วงจากสวรรค์ ตกนรกฉับพลันทันใดแล้วก็ขึ้นสวรรค์ เวียนตกนรก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นวังวน หลง หาทางออกไม่เจอ เพราะไม่รู้ว่ายังติดสวรรค์ก็ต้องตกนรก แล้วจะไม่ให้ลังเลได้อย่างไรถัดจากสวรรค์ชั้นฉกามาวจร ยังมีภพภูมิของพรหม กามนิต วาสิฏฐี เมื่อเสวยสวรรค์แดนสุขาวดี ก็จุติเป็นพรหม นั่นคติหนึ่งแต่อีกคติ คือขณะที่ไม่ติดอยู่ในเบญจกามคุณ เลื่อนไปถึงชั้นเพ่งความคิด ศึกษาค้นคว้าศิลปวิทยา ขบคิดใคร่ครวญจนเห็นแจ่มชัด นำมาถ่ายทอดต่อให้ผู้อื่นเข้าใจ คือความเป็นพรหมอย่างหนึ่งภพนี้ยิ่งชวนหลงใหล ยึดติดยากถอนตัว เพราะได้ดื่มกินปิติสุขเป็นภักษาหาร เป็นอาภัสสรพรหม รัศมีรุ่งเรืองสดใส มีคนนับหน้าถือตา อัตตาตัวตนเบ่งยิ่งใหญ่คับฟ้า แต่หาสำเหนียกความหนักอัตตาที่ตนแบกอยู่ไม่อธิบายถึงเรือลำที่ 1 แล้ว ครูหนอนถาม...จะมีคนลงเรือลำที่สองกันสักกี่คน แล้วร่ายต่อว่า เรือลำที่ 2 ต้องลงคนเดียว พายคนเดียว ตนเป็นที่พึ่งแก่ตน จึงจะไปถึงที่หมายทว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าที่หมายนั้นมีอยู่จริง เป็นที่สุดแห่งทุกข์จริง ใครบ้างที่กล้าเอาความเป็นพรหมไปแลกบรรพบุรุษของไทยแต่โบราณคิดลึกซึ้ง ปรมัตถสภาวธรรมมองเห็นยาก จึงนำมาผูกเป็นเรื่องให้ท่องจำง่ายๆ เป็นเคล็ดวิชา ผู้ใดขบแตกก็รอดตัวเป็นอันว่า จบคำอธิบายแบบหลุดโลก ย้อนกลับมาฟังคำอธิบายแบบในโลกครูหนอนเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตย์ เหยียบเรือสองแคม ทำทีเข้าด้วยทั้งสองฝ่าย คลังคำ ดร.นววรรณ พันธุเมธา ว่า ไม่แสดงให้เด็ดขาดว่าเข้าด้วยฝ่ายใดพจนานุกรมฉบับมติชน สัมพันธ์กับสองฝ่ายอย่างมีเล่ห์กล เพื่อคอยประสมโรงเข้ากับฝ่ายชนะสถานการณ์การเมืองไทยก่อนเลือกตั้งครั้งนี้ชัดเจน เป็นความจำเป็น เรือลำเดียวไปไม่รอด หันไปทางพรรคการเมืองไหน ก็เห็นแต่จะเหยียบเรือสองแคมกันทั้งนั้นอาการหนัก ก็พรรคที่ “สัมพันธ์กับสองฝ่ายอย่างมีเล่ห์กล เพื่อคอยประสมโรงเข้ากับฝ่ายชนะ” พรรคแบบนี้ผมว่า ถ้าเปรียบเป็นเพื่อนก็คบยาก เอาเข้าร่วมรัฐบาลก็ไม่เป็นคุณ.กิเลน ประลองเชิง