ดาราจักรหรือกาแล็กซี (galaxy) ทางช้างเผือกของเรานั้นมีขนาดใหญ่ นั่นเป็นผลมาจากการควบรวมของบรรดากาแล็กซีอื่นๆ แต่ก็มีคำถามตามมาว่าจริงๆแล้วกาแล็กซีทางช้างเผือกกลืนกินกาแล็กซีขนาดเล็กจำนวนมาก หรือควบรวมกับอีก 3-4 กาแล็กซีขนาดใหญ่ อย่างไหนกันแน่ที่ทำให้กาแล็กซีทางช้างเผือกมีขนาดใหญ่ได้ เมื่อเร็วๆนี้ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโกรนิงเงิน ในเนเธอร์แลนด์ได้ค้นพบดาวฤกษ์เคลื่อนที่ถอยหลัง โดยเคลื่อนไปในทิศทางที่แตกต่างกับดาวฤกษ์ส่วนใหญ่ของกาแล็กซีทางช้างเผือก พวกเขาจึงสงสัยว่านี่อาจเป็นผลมาจากการปะทะชนกันระหว่างกาแล็กซีทางช้างเผือกกับกาแล็กซีอื่นเมื่อ 10,000 ล้านปีก่อน โดยกาแล็กซีอื่นที่ว่านั้นอาจเป็นกาแล็กซีเพื่อนบ้านหรือกาแล็กซีบริวารที่โคจรไปรอบๆทางช้างเผือกนั่นเอง นักดาราศาสตร์จึงใช้องค์ประกอบทางเคมี ตำแหน่งและวิถีของดาวฤกษ์ในเฮโล (halo) หรือรัศมีของทางช้างเผือก เพื่อที่จะสามารถคาดคะเนถึงความเป็นมาครั้งอดีต รวมถึงระบุการควบรวมกาแล็กซีในช่วงต้นของการก่อเกิดกาแล็กซีทางช้างเผือก ภาพ : Credit : H.H. Koppelman, A. Villalobos, A. Helmi (University of Groningen)นอกจากนี้ ยังใช้ข้อมูลจากดาวเทียมกายอา (Gaia) ที่ส่งขึ้นสำรวจดวงดาวในทางช้างเผือก ระบุว่ามีดาวฤกษ์อยู่ถึง 1,700 ล้านดวง โดยข้อมูลนี้จะช่วยในการสืบตามร่องรอยการควบรวมกาแล็กซี ซึ่งนักดาราศาสตร์ได้จำลองภาพการควบรวมกาแล็กซีทางช้างเผือก ที่ชี้ให้เห็นว่าเมื่อ 10,000 ล้านปีก่อน กาแล็กซีทางช้างเผือกปะทะชนกับกาแล็กซีกายอา-เอนเซลาดัส (Gaia-Enceladus) ก่อเกิดการสร้างเฮโลในแบบของทางช้างเผือก พร้อมทั้งเกิดจานฝุ่นที่ขยายตัวอย่างหนาแน่น และยังพบว่าดาวฤกษ์ส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดร่วมกันในการควบรวมกาแล็กซีขนาดใหญ่.