พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (วท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการทำงานกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ว่า ได้ให้ คพ.เร่งรัดเรื่องร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... ซึ่งอธิบดี คพ.กำลังตรวจสอบก่อนเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาอีกครั้งก่อนนำเสนอต่อ สนช. นอกจากนั้น ยังได้หารือกันถึงเรื่องการกำจัดขยะซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ประเทศเรามีขยะพลาสติก 2 ล้านตัน นำไปรีไซเคิลได้ 5 แสนตัน เหลืออีก 1.5 ล้านตัน จึงน่าจะวางแผนการกำจัดให้ได้ โดยนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า หรือบางส่วนนำไปเผากำจัดซากอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการพูดคุยเพื่อลดขยะสะสมและนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิลด้านนายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดี คพ. กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.การจัดการซากฯ ตนกำลังตรวจสอบในรายละเอียด จากนั้นก็จะเสนอ ครม.โดยยึดตามร่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกากลั่นกรองแล้ว โดยคาดว่าจะนำเสนอต่อ ครม.ได้ในสัปดาห์หน้า สำหรับข้อเสนอต่อร่าง พ.ร.บ.จัดการซากฯ คือ 1.ควรกำหนดระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายจาก 1 ปี เป็น 2 ปี 2.ซากผลิตภัณฑ์ในบังคับควรผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการระดับชาติ 3.ควรตั้งคณะกรรมการระดับชาติ 4.ผู้ผลิตต้องการรับคืนเฉพาะซากผลิตภัณฑ์ที่ตนเป็นเจ้าของเท่านั้น 5.ไม่ควรกำหนดแผนความรับผิดชอบของผู้ผลิตไว้ในกฎหมาย 6.ไม่ควรกำหนดโทษทางอาญาไว้ในกฎหมาย ทั้งนี้ คพ.ได้จัดแผนผังจำลองและประเมินหากไม่มี พ.ร.บ.จัดการซากฯ และรัฐต้องเข้าไปดำเนินการกำจัดซากอิเล็กทรอนิกส์เองทั้งหมดนั้น รัฐจะต้องให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ในการเก็บรวบรวมซากอิเล็กทรอนิกส์ และนำส่งโรงงานคัดแยก รีไซเคิลและกำจัด ซึ่งประเมินว่าจะใช้งบเป็นค่าเก็บ ค่าขนส่ง และค่ากำจัดประมาณ 889-1,618 ล้านบาท.