กองปราบฯรวบ “รศ.ดร.กำมะลอ” อ้างเป็นอาจารย์ไอทีสอนจุฬาฯ หลอก หญิงฐานะดีแต่งงานแล้วปอกลอก แฉประวัติสุดแสบสร้างรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กหรูใส่ชุดครุยจบปริญญาเอก 4 ใบ มีเหยื่อหลงเชื่อคบหาด้วยไม่ต่ำกว่า 5 ราย รวมสูญกว่า 3 ล้านบาท ตร.นำตัวส่งฝากขังศาลแขวงพระนครเหนือทันที ญาติยื่นคำร้องปล่อยชั่วคราวไม่ทันเวลาทำการคอตกเข้าเรือนจำตำรวจรวบหนุ่มใหญ่อ้างเป็น “รศ.ดร.” หลอกแต่งงานเลือกเหยื่อฐานะดี เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 ต.ค. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1บก.ป.นำกำลังตำรวจ กก.1 บก.ป. จับกุมนายสุรพศ วงษ์ชีพ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 594/191 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. หลังก่อเหตุหลอกลวงหญิงสาวโดยอ้างตัวเป็นด็อกเตอร์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่รับแจ้งจากหญิงสาวรายหนึ่งว่าถูกนายสุรพศเข้ามาตีสนิทผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างตัวเป็นอาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสอนวิชาคอมพิวเตอร์ ต่อมาผู้เสียหายหลงเชื่อตกลงปลงใจคบหาด้วย แต่มาทราบภายหลังว่าไม่ได้เป็นอาจารย์จริงตามที่กล่าวอ้าง อีกทั้งมีพฤติกรรมหลอกเอาเงินของผู้เสียหายไปกว่า 8 แสนบาท แจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบ ต่อมาชุดสืบสวนติดตามตัวมาแจ้งข้อกล่าวหาจากการสอบปากคำนายสุรพศให้การรับสารภาพว่า ไม่ได้เป็นอาจารย์จริง แต่มีการสร้างโปรไฟล์เพื่อหลอกให้หญิงสาวเชื่อถือเพื่อคบหาด้วย ก่อนหน้านี้เคยหลอกหญิงสาวรายหนึ่งแต่งงานด้วย แต่ภายหลังถูกจับได้เลิกรากันไป ก่อนที่จะไปก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาประมาณ 3 ปี อ้างว่าเป็นอาจารย์สอนไอที เนื่องจากมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เพราะทำงานบริษัทเอกชนด้านซอฟต์แวร์ ในส่วนของรูปที่สวมชุดครุยอยู่ในเฟซบุ๊กไปหาซื้อตามร้านเสื้อผ้า อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่ามีผู้เสียหายที่เป็นหญิงสาวตกเป็นเหยื่อไม่ต่ำกว่า 5 ราย ถูกหลอกรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาทมีรายงานว่าพฤติกรรมของนายสุรพศมักอ้างตัวเป็นอาจารย์สอนคอมพิวเตอร์ อีกทั้งในเฟซบุ๊กส่วนตัวมีการปลอมประวัติการศึกษา อ้างว่าจบปริญญาเอก 4 ใบ มีตำแหน่งทางวิชาการเป็นรองศาสตราจารย์ด็อกเตอร์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังพบว่าในเพจเฟซบุ๊กชุดเฉพาะกิจต่อต้านทหารปลอม&ตำรวจปลอม มีการเผยแพร่ภาพ รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ต้องหารายนี้ไว้ ระบุว่ามีการหลอกลวงหญิงสาวมีฐานะร่ำรวยนามสกุลดัง ถึงขั้นกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ปรากฏว่าครอบครัวฝ่ายหญิงเริ่มสงสัยฝ่ายชาย เพราะตั้งแต่คบหาจนถึงขั้นจะแต่งงานยังไม่เคยพูดคุยกับครอบครัวฝ่ายชายเลย อีกทั้งฝ่ายหญิงขอดูหลักฐานในการเป็นรองศาสตราจารย์ ทำให้ฝ่ายชายแสดงความไม่พอใจเป็นเหตุให้เป็นข้ออ้างแยกทางกัน นอกจากนี้จากการตรวจสอบในเว็บไซต์ตรวจสอบทำเนียบผู้ดำรงตำแหน่งนักวิชาการแห่งชาติ ไม่พบชื่อผู้ต้องหาดำรงตำแหน่งแต่อย่างใดเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ฉ้อโกง พร้อมนำตัวส่งฝากขังศาลแขวงพระนครเหนือ เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค.-4 พ.ย.2561 ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมาญาติยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว แต่ไม่ทันเวลายื่นคำร้องในเวลา 16.00 น. ศาลออกหมายขังให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป