“พันศักดิ์” เปิดปากสารภาพเป็นคนลั่นไกปลิดชีพเสี่ยปั๊มน้ำมัน หลังตำรวจกองปราบฯหิ้วตัวส่ง สภ.เมืองสระแก้ว เค้นสอบข้ามคืนนานกว่า 10 ชม.เจ้าตัวเครียดจัดตอนแรกยังยืนกรานซัดทอดมือปืนชาวเขมร 2 คน แต่สุดท้ายยอมรับสารภาพหมดเปลือก ผบช.ภ.2 เผยหากผลการสอบสวนเชื่อมโยงถึงใครออกหมายจับเพิ่มอีก ชี้ปมสังหารจากขัดแย้งเรื่องที่ดินไม่ใช่ชู้สาว ขณะที่เมียเหยื่อกระสุนออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตำรวจพาไปชี้จุดเกิดเหตุก่อนมาชี้ตัวผู้ต้องหาได้ถูกต้อง ยืนยันจำหน้าได้แม่นเพราะหลังลงมือยิงถอดหมวกไหมพรมออกมาดูว่าเหยื่อตายหรือเปล่า เคยเห็นมาหา “เฮียท้ง” ผู้จ้างวานฆ่าที่อยู่บ้านใกล้กันเป็นประจำหลังจากตำรวจกองปราบปรามเข้าปิดล้อมจับกุมนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อายุ 62 ปี อดีตนายตำรวจยศ พ.ต.ท.ที่ผันตัวมาเป็นนักฆ่าก่อเหตุอุกฉกรรจ์หลายคดี และนางธนพร สุขโขจัย อายุ 50 ปี ภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขณะกบดานอยู่ในรีสอร์ตครัวใหญ่ ต.ละหาร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เมื่อตอนเย็นวันที่ 12 ต.ค. หลังก่อคดีบุกยิงนายประชา วรทัด อายุ 52 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมันศรีสุวรรณรุ่งเรือง อ.เมืองสระแก้ว เสียชีวิต และนางปาลิดา วรทัด อายุ 49 ปี ภรรยาบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา คุมตัวไปสอบสวนที่ บก.ป. เบื้องต้นนายพันศักดิ์อ้างว่า ได้รับว่าจ้างจากนายดำรงค์ฤทธิ์ กิตติวราภรณ์ หรือเฮียท้ง ที่เสียชีวิตไปแล้วให้ไปสังหารนายประชา แต่ไม่ได้ลงมือยิงเอง เป็นคนจัดหาปืนไปให้มือปืน 2 คนที่รับช่วงต่อไปยิงแทนความคืบหน้าเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 13 ต.ค. ตำรวจกองปราบปรามพร้อมอาวุธครบมือกว่า 10 นายควบคุมตัวนายพันศักดิ์ และนางธนพร สองผู้ต้องหาขึ้นรถตู้ มีรถเก๋งนำขบวนออกจาก บก.ป. ไปยัง สภ.เมืองสระแก้ว เมื่อไปถึงชุดสืบสวนรับตัวนำเข้าห้องสอบปากคำทันที ต่อมาเวลา 03.00 น. พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบช.ภ.2 พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รรท.ผบก.ป. เดินทางตามมาร่วมสอบสวนนายพันศักดิ์ยังให้การตามเดิมว่าไม่ได้เป็นคนลงมือสังหารเสี่ยเจ้าของปั๊มน้ำมัน แต่มือปืนลั่นไกเป็นชาวกัมพูชา 2 คน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพันศักดิ์และภรรยาถูกเค้นสอบสวนอย่างหนักตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้ามีอาการอิดโรยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นตำรวจได้แยกตัวนางธนพรขึ้นรถตู้ไปควบคุมไว้ที่ สภ.เขาสิงโต อ.เมืองสระแก้วช่วงเช้าวันเดียวกัน น.ส.ปัทมาภรณ์ วรทัด อายุ 30 ปี ลูกสาวของผู้ตาย พร้อมญาติ เดินทางไปที่ สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน น.ส.ปัทมาภรณ์เผยว่า รู้สึกยินดีที่ตำรวจจับคนร้ายได้ หลังจากรอคอย 12 วันตั้งแต่พ่อถูกยิงเสียชีวิต แม้ผู้ต้องหาจะปฏิเสธแต่พยานหลักฐานทั้งหมดชี้ชัดอยู่แล้ว คืนก่อนเกิดเหตุแม่ฝันว่าจะมีคนมาปล้นปั๊ม ตื่นกลางดึกรู้สึกใจคอไม่ดี ออกมาเปิดปั๊มตั้งแต่ตี 4 เช้ากว่าปกติ เกิดความกลัวจึงกำเหรียญของครูบาบุญชุ่มไว้ในมือ ส่วนที่ข้อมือมีประคำของครูบาบุญชุ่มเช่นกัน เชื่อว่าช่วยปกป้องทำให้ รอดชีวิตมาได้ ส่วนปัญหาขัดแย้งเรื่องที่ดินปั๊มน้ำมันที่ซื้อต่อมาจากนายดำรงฤทธิ์ หรือเฮียท้ง พ่อไปกู้เงินธนาคารมาซื้ออย่างถูกต้องทุกบาททุกสตางค์ แต่ต่อมาเฮียท้งต้องการจะซื้อคืนเพราะกิจการดีขึ้น พ่อไม่ยอมขายให้จนมีเรื่องบาดหมางกันตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่คิดว่าจะกล้าทำแบบนี้เพราะรู้จักกันมานานและเฮียท้งก็พิการมานาน 30 ปีแล้ว ส่วนเรื่องชู้สาวไม่มีแน่นอนเพราะพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันมาตลอด 30 ปี ไม่เคยมีเรื่องแบบนั้นต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 เดินทางไปติดตามคดีที่ สภ.เมืองสระแก้ว พร้อมเผยว่า คดีที่เกิดขึ้นตำรวจสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่านายพันศักดิ์เป็น ผู้ก่อเหตุ ส่วนนางธนพรเป็นผู้รับเงินจากผู้จ้างวาน ศาลจังหวัดสระแก้วออกหมายจับที่ 226/2561 ลงวันที่ 2 ต.ค.61 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คนประกอบด้วยนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ นางธนพร สุขโขจัย และนายนิคม หรือป๊อด มนศิริ ตอนนี้ฝากขังนายนิคมไปแล้ว ส่วนนายพันศักดิ์อยู่ในกระบวนการสอบสวน ให้การเป็นประโยชน์บ้างแม้จะบอกความจริงไม่ครบทั้งหมดก็ตาม แต่ตำรวจมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล พยานแวดล้อม สามารถดำเนินคดีได้ ยืนยันปมขัดแย้งเป็นเรื่องธุรกิจที่ดิน ไม่ใช่ชู้สาวผบช.ภ.2 เผยต่อไปว่า สำหรับเฮียท้งผู้จ้างวานเสียชีวิตไปแล้ว หากการสอบสวนของตำรวจพบบุคคลใดมีความเกี่ยวข้องหรือให้ความช่วยเหลือมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครจะขออนุมัติออกหมายจับทุกคน เชื่อว่าน่าจะมีเพิ่มเติมอีก ส่วนของกลางปืน .380 ออโตเมติกพร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง ที่ตำรวจกองปราบฯยึดได้ตอนบุกเข้าจับกุมที่รีสอร์ตใน อ.ปลวกแดง คาดว่าเป็นปืนที่ก่อเหตุ ตอนนี้ยังส่งตำรวจเฝ้าดูแลความปลอดภัยครอบครัวของนางปาลิดาอยู่ขณะเดียวกัน นางปาลิดา วรทัด อายุ 49 ปี ภรรยาผู้ตายที่ได้รับบาดเจ็บออกจากโรงพยาบาลมาพร้อมกับลูกสาวมอบช่อดอกไม้ให้ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 เพื่อขอบคุณที่ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายและผู้เกี่ยวข้องได้แล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานพานางปาลิดาไปยังปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ เพื่อชี้จุดที่คนร้ายบุกเข้ามายิง ต้องมีญาติคอยประคองตลอดเวลา การชี้จุดคนร้ายทำทีเข้ามาซื้อน้ำมันพอนายประชาผู้ตายเอ่ยปากทักว่าทำไมต้องใส่หมวกไหมพรมปิดบังหน้าตา คนร้ายเปิดหมวกออกมาพร้อมชักปืน ผู้ตายหันหลังจะวิ่งหนีแต่ถูกคนร้ายจับคอเสื้อพร้อมลั่นไกยิงใส่ท้ายทอยจนล้มทรุด ส่วนนางปาลิดาที่ยืนห่างออกมาเพียง 2 ก้าว ถูกคนร้ายยิงเข้าที่ท้องและแขนล้มลงแล้วยิงซ้ำเข้าที่ใบหูและแก้มก่อนจะวิ่งหลบหนีไป จากนั้นนางปาลิดาพยุงร่างเดินไปขอความช่วยเหลือจากบ้านเฮียท้งที่อยู่ห่างกันเพียง 10 เมตร ให้คนดูแลเฮียท้งขับรถไปส่งโรงพยาบาลต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนี-ละบุตร รอง ผบช.ภ.2 เปิดเผยว่า หลังการสอบปากคำนานกว่า 10 ชม. ในที่สุดนายพันศักดิ์ยอมเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือยิงนายประชากับนางปาลิดาด้วยตัวเอง ไม่ได้นำปืนไปให้คนอื่นยิงตามที่ให้การกับตำรวจกองปราบในตอนแรก ประกอบ กับคำให้การของนางปาลิดาว่า เห็นหน้านายพันศักดิ์ หลังลงมือยิงแล้วได้ถอดหมวกไหมพรมออกดูว่าตายหรือไม่ นางปาลิดาแกล้งนอนตายจึงรอดชีวิตมาได้ จำหน้านายพันศักดิ์ได้เพราะเคยมาหาเฮียท้งที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ไม่ทราบว่าเป็นคนร้ายหลบหนีคดี จากนั้นตำรวจนำตัวนายพันศักดิ์ไปยืนในห้องชี้ตัวผู้ต้องหาปะปนกับคนอื่น 5 คน เพื่อให้นางปาลิดา ชี้ตัว ปรากฏว่านางปาลิดาชี้ตัวได้ถูกต้องผบช.ภ.2 กล่าวด้วยว่า สั่งการให้ตำรวจไปตามหาเสื้อผ้าที่นายพันศักดิ์สวมใส่วันก่อเหตุ คาดว่าเอาไปทิ้งในพื้นที่ ต.เขาสิงโต อ.เมืองสระแก้ว เพื่อนำมาเป็นหลักฐานมัดตัวผู้ต้องหา ส่วนตัวนายพันศักดิ์และนางธนพรหลังการสอบสวนคงไม่ได้พาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะเป็นความประสงค์ของผู้ต้องหา โดยวันที่ 14 ต.ค. เวลา 10.00 น. จะนำตัวนายพันศักดิ์และนางธนพร ไปยื่นฝากขังต่อศาลจังหวัดสระแก้ว พร้อมกำชับชุดควบคุมฝูงชน 6 นาย ที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไป ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษด้วยช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ต.ทศพล เปรมกมล สวป.สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง รับแจ้งพบวัตถุระเบิดซุกซ่อนอยู่ในท่อน้ำทิ้งภายในห้องน้ำของห้องพักรีสอร์ตครัวใหญ่ ต.ละหาร จึงประสานกับ ร.ต.อ.สุรเดช มณีพิทักษ์ หัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จ.ระยอง ไปตรวจสอบ ต้องผ่าท่อน้ำทิ้งนอกห้องน้ำใช้เวลาประมาณ 30 นาที พบระเบิดขว้างสังหารชนิดเอ็ม 67 หรือลูกเกลี้ยง จำนวน 2 ลูก สภาพพร้อมใช้งาน ยังไม่ถอดสลัก 1 ลูก ส่วนอีกลูกถอดสลักแล้วใช้เทปกาวพันไว้ เจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้ปลอดภัย สอบสวนทราบว่า ห้องพักดังกล่าวเป็นห้องที่นายพันศักดิ์ และนางธนพร สองผู้ต้องหาคดีสังหารโหดเสี่ยปั๊มน้ำมันใช้เป็นที่กบดานก่อนจะถูกตำรวจกองปราบฯ บุกจับกุม หลังตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมเก็บรวบรวมหลักฐานในห้องไปแล้วเจ้าของรีสอร์ตสั่งให้พนักงานเข้าไปทำความสะอาดจนกระทั่งพบระเบิดซุกซ่อนอยู่ในท่อน้ำทิ้ง คาดว่าเป็นระเบิด ของนายพันศักดิ์ ที่ซุกซ่อนไว้เผื่อใช้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ นำไปตรวจหารอยนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีต่อไป