ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลสัปดาห์นี้ เรามาว่ากันด้วยเรื่องของเทพีในเทพปกรณัมกรีก-โรมัน นามว่า ไดอานา (Diana) ค่ะ และประติมากรรมที่นำมาให้ชมกันนี้ นามว่า Diana Hunting (ไดอานาล่าสัตว์) สลักเสลาขึ้นในปี ค.ศ.1850 ซึ่งก็ยังไม่เก่ามากเท่าไหร่ เพราะเป็นผลงานที่ดัดแปลงมาจากผลงานต้นแบบดั้งเดิมจาก 4 ศตวรรษก่อนคริสตกาล ซึ่งผลงานต้นแบบอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) ประเทศฝรั่งเศส ส่วนงานจำลองนี้อยู่ที่พิพิธภัณฑ์อังกฤษ (British Museum) ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งแม้จะเป็นผลงานจำลอง แต่ก็งดงามและแสดงได้ชัดเจนถึงภาพลักษณ์ของไดอานา ที่ศิลปินนำเสนอให้องค์เทพีถือคันศร และกำลังหยิบลูกธนูขึ้นมา โดยมีสุนัขล่าสัตว์ผู้ภักดีของพระนางอยู่เคียงข้างไม่ห่างสำหรับไดอานา เป็นพระนามแบบโรมันค่ะ ส่วนพระนามแบบกรีก คือ อาร์ทีมิส นางเป็นเทพีแห่งการล่าสัตว์ สัตว์ป่า ความสมบูรณ์ และในระยะหลังก็ได้เป็นเทพีแห่งดวงจันทร์ คู่กับฝาแฝดของพระนาง คือ อพอลโล เทพแห่งดวงอาทิตย์ โดยเป็นโอรสและธิดาของ มหาเทพซุส กับเลโต ซึ่งเดิมเลโตเป็นเทพีอยู่บนสวรรค์ แต่พอเฮราชายาของซุสรู้เข้าว่า เลโตตั้งครรภ์กับซุส เฮราก็จัดการขับไล่ศัตรูหัวใจออกจากโอลิมปัส แถมยังส่งงูไพธอนไปตามรังควานนางด้วย เลโตจะหนีไปทางไหนก็ไม่พ้น จนต้องหนีลงทะเล ขอความช่วยเหลือจากโพไซดอน เทพแห่งมหาสมุทร ซึ่งยอมเสี่ยงต่อการขัดใจกับเฮรา ด้วยการปกป้องเลโต และเนรมิตเกาะให้นางได้พักอาศัยเพื่อคลอดลูกซึ่งก็คือฝาแฝดชายหญิงคู่นี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเห็นผลของความรักที่ทำให้พระมารดาต้องเดือดร้อนหรือเปล่า ทำให้ไดอานาครองตนเป็นเทพีพรหมจรรย์ ที่สนใจแต่ป่าเขาลำเนาไพร เป็นนางพรานที่เก่งฉกาจ ในขณะที่บางตำนานก็บอกว่า นางสนใจพงไพรมาตั้งแต่ถือกำเนิด โดยทันทีที่เกิดมา นางก็ร้องขอกับซุสผู้เป็นเทพบิดรว่า ต้องการเสื้อผ้าแบบนักล่าสัตว์ พร้อมธนูและลูกศร ซึ่งเมื่อซุสได้ประทานให้แล้ว นางก็ใช้ออกล่าสัตว์ และออกผจญภัยไปทั่ว โดยไม่เคยเหลือบแลชายใด แอคเทออนหลงทางไปพบไดอานากำลังสรงน้ำ.บริวารของนางที่ยึดมั่นในพรหมจรรย์เช่นเดียวกันนั้น นางจะคอยให้การสนับสนุน เช่น กรณีของเอเรธูซา (Arethusa) พรานสาวผู้เป็นสาวกของอาร์ทีมิส ในวันหนึ่ง นางถูกอัลเฟอัส (Alpheus) เทพเจ้าแห่งแม่น้ำหลงรัก และติดตามนางไปอย่างไม่หยุดยั้ง นางได้แต่วิ่งหนี แต่หญิงสาวคนหนึ่งหรือจะหนีพ้นจากเทพแห่งแม่น้ำได้ นางจึงร้องขอความช่วยเหลือจากอาร์ทีมิส เทพีที่นางนับถือ และอาร์ทีมิสก็รีบเข้ามาช่วย ด้วยการผ่าแผ่นดินออกเป็นช่อง และเมื่อเอเรธูซากระโดดลงไป นางก็กลายเป็นน้ำผุด และบ่อน้ำพุที่เกิดขึ้นมานั้นก็กลายเป็นสถานที่สำหรับสักการะอาร์ทีมิสแต่ว่ากันว่า งานนี้อาร์ทีมิสพลาดเสียแล้วค่ะ เพราะอัลเฟอัสนั้นเป็นเทพแห่งแม่น้ำ เมื่อเอเรธูซาถูกช่วยเหลือด้วยการเปลี่ยนนางเป็นน้ำผุด ก็ง่ายเข้าไปใหญ่ซิคะ เทพแห่งแม่น้ำก็ไหลมารวมกับนางที่ใต้บ่อน้ำผุดเสียเลย งานนี้อาร์ทีมิสเสียรังวัดไปพอดูและด้วยความมั่นคงในพรหมจรรย์ของอาร์ทีมิสนี้ ทำให้เกิดเรื่องขึ้นอีกมากมาย เช่น จะเกิดอะไรขึ้นหากมีผู้ชายมาเกาะแกะพระนาง ก็ต้องไปดูเรื่องของ โอทัส (Otos) กับเอฟิอัลเทส (Ephialtes) สองพี่น้องฝาแฝดโอรสของโพไซดอน ที่ทั้งงามสง่าหล่อเหลา แต่ดันมาหลงรักสาวผิดคนเสียแล้ว คนที่หลงรักอาร์ทีมิสคือเอฟิอัลเทส สองพี่น้องที่ช่วยเหลือกันในทุกเรื่อง ก็เลยช่วยกันออกตามหาอาร์ทีมิสจนได้พบนาง นางรู้เจตนารมณ์อันไม่บริสุทธ์ของฝาแฝด จึงได้วิ่งลัดเลาะหลอกล่อทั้งสองพี่น้องให้ตามไปเรื่อยๆจนถึงป่าแห่งหนึ่ง ที่จู่ๆร่องรอยของอาร์ทีมิสก็หายไป เหลือแต่กวางที่แสนงดงามตัวหนึ่งมาแทนที่พอเห็นกวางแสนงามเข้า โอทัสกับเอฟิอัลเทสก็หลงลืมตัวว่ากำลังตามหาอาร์ทีมิสอยู่ แต่หันไปตามกวางแทน และในพฤกษ์ไพรอันเป็นสถานที่ของอาร์ทีมิสนั้น พี่น้องฝาแฝดได้เดินพลัดพรากจากกัน แล้วต่างคนต่างก็เห็นกวางตัวงามยืนเด่นอยู่ในลานโล่ง ทั้งสองคนจึงพุ่งแหลนออกไป หมายจะสังหารกวางน้อย แต่ก็พลันพบว่าไม่มีกวางอยู่ตรงนั้น มีเพียงพวกเขาเองที่ซัดอาวุธใส่กันและกันจนล้มตายลงทั้งคู่ อัลเฟอัสไล่ตามจับเอเรธูซา.ชายอีกคนหนึ่งที่ต้องมาตายเพราะอาร์ทีมิส คือ แอคเทออน (Actaeon) เขาเป็นนายพรานมือฉมัง และวันหนึ่งชายหนุ่มเดินหลงเข้าไปในถ้ำเล็กๆที่มีสระน้ำใสไหลเย็นเป็นอยู่ในนั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่า นี่คือสถานที่สรงน้ำของอาร์ทีมิส พอเดินไปถึง แอคเทออนคงตกใจแทบสลบ เมื่อได้พบหญิงสาวที่แสนงดงามกำลังเปลือยร่างอยู่ตรงนั้น ซึ่งก็คืออาร์ทีมิส องค์เทพีโกรธกริ้วเป็นอย่างมากที่มีชายหนุ่มเข้ามายังสถานที่ส่วนตัวของนาง จึงสาปให้เขากลายเป็นกวาง แอคเทออนในร่างกวางหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ วิ่งหนีเตลิดออกไป และถูกฝูงสุนัขล่าสัตว์ของเขารุมขย้ำตาย ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำผิดอะไรเลย นอกจากเดินหลงทางไปเท่านั้นอาจจะเป็นเพราะผู้แต่งตำนานของกรีก-โรมันชักจะเห็นว่า แม้อาร์ทีมิสต้องการรักษาพรหมจรรย์ แต่นางก็น่าจะยังพอมีหัวใจไว้สำหรับความรัก จึงได้มีเรื่องเกิดขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องของโอไรอัน (Orion) เขาเป็นชายหนุ่มผู้สง่างาม อาศัยอยู่ที่เกาะครีตในฐานะนายพรานภายใต้การอารักขาของอาร์ทีมิส เทพีผู้ปกปักพรานทุกผู้ทุกคน แต่โอไรอัน เป็นคนพิเศษ อาร์ทีมิสที่ไม่เคยมีสายตาไว้มองชายใดเกิดหลงรักเขา ในเวลาเดียวกันก็มีหญิงอื่นมาหลงรักเขาด้วยเช่นกัน และโดยไม่ใช่ความผิดใดๆ ของนายพรานหนุ่มผู้สักการะอาร์ทีมิสเป็นเนืองนิจ เขาถูกอาร์ทีมิสสังหารด้วยความหึงหวง โอไรอันกลายเป็นกลุ่มดาวนายพราน.แต่บางตำนานที่ยังคงปักหลักพื้นฐานว่า อาร์ทีมิส จะไม่หลงรักชายคนไหน จึงได้เขียนขึ้นอีกในแง่มุมหนึ่งว่า การตายของโอไรอันเป็นเพราะเขาเผลอไปทำให้อพอลโลโกรธกริ้ว เทพแห่งแสงสว่างจึงลวงให้อาร์ทีมิสช่วยสังหารโอไรอันให้แทน และอีกตำนานหนึ่งที่แพร่หลายมากกว่าคือ โอไรอันนั้นเป็นนายพรานที่เก่งกาจ จนเป็นที่รักใคร่ของอาร์ทีมิสที่ชื่นชมนายพรานตามปกติ แต่โอไรอันก็ปากเปราะ พอรู้ตัวว่าเก่งก็เที่ยวโอ้อวดเรื่อยไปว่าเก่งกว่าใครๆในโลก ครั้นได้ยินถึงเหล่าเทพก็เลยถูกสั่งสอนด้วยการส่งแมงป่องลงมาจัดการ ต่อยโอไรอันจนตาย ทำให้อาร์ทีมิสเสียใจเป็นอย่างมากแต่ไม่ว่าจะเป็นตำนานไหน หลังจากสิ้นใจแล้ว โอไรอันก็ถูกยกขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมด้วยสายคาด ดาบ กระบอง และหนังสิงโตของเขา กลายเป็นกลุ่มดาวโอไรอัน หรือกลุ่มดาวนายพรานให้ได้เห็นกันจนทุกวันนี้ ในขณะเดียวกัน แมงป่องที่สังหารเขาก็ได้ขึ้นไปอยู่บนฟ้าด้วย และนายพรานโอไรอันก็ยังกลัวแมงป่องไม่เลิก ทำให้กลุ่มดาวนายพรานจะไม่ปรากฏขึ้นบนฟ้าเลยหากกลุ่มดาวแมงป่องจะไม่ลับไปเสียก่อนนอกจากนั้น ยังมีชายอีกผู้หนึ่งที่อาร์ทีมิสรัก แต่ไม่ใช่รักแบบหนุ่มสาว นางรักเขาในฐานะนายพรานที่เคารพนาง เขาเป็นสาวกแห่งภูเขาลำเนาไพร ชายคนนี้ คือ ฮิปพอลิทัส (Hippolytus) บุตรชายของเธเซอัส (Theseus) วีรบุรุษผู้ปราบมิโนทอร์ (Minotaur) นั่นเอง ฮิปพอลิทัส กับบิดาและแม่เลี้ยงสาว.ฮิปพอลิทัสเป็นชายหนุ่มผู้รักการกีฬาและการล่าสัตว์ เขาสนใจแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ โดยไม่มองเรื่องความรักเลยเช่นเดียวกับอาร์ทีมิส แต่โชคร้ายก็เกิดขึ้น กล่าวคือ ในยามที่เธเซอัสสูงวัยขึ้นแล้ว เขาได้สมรสใหม่กับเฟดรา (Phaedra) แต่ทว่าเจ้าสาวของยอดวีรบุรุษไม่ได้สนใจเขา นางกลับหลงรักบุตรชายของเจ้าบ่าวผู้ชรา แต่ฮิปพอลิทัสไม่เล่นด้วย ชายหนุ่มจึงด่าทอแม่เลี้ยงสาวอย่างเกรี้ยวกราด เฟดราตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่ทิ้งข้อความไว้บอกสามีผู้เฒ่าของนางว่าเป็นเพราะถูกฮิปพอลิทัสหักหาญน้ำใจเธเซอัสโกรธลูกชายอย่างเหลือล้นในทันที แม้ฮิปพอลิทัสจะพร่ำบอกความจริงอย่างไร เธเซอัสก็ไม่เชื่อ เขาขับไล่ลูกชายออกจากเมือง พร้อมคำสาปแช่ง และคำแช่งนั้นก็เป็นผล ฮิปพอลิทัสเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้บาดเจ็บสาหัส และตอนนั้นเองที่อาร์ทีมิสลงมาปรากฏกาย และบอกความจริงให้เธเซอัสได้รู้ แต่ก็ไม่ทันการณ์ที่จะช่วยชีวิตลูกชายที่อาการหนักเจียนตายเสียแล้ว ฮิปพอลิทัสได้แต่กล่าวคำตะกุกตะกักเป็นห้วงๆ บอกอาร์ทีมิสที่เขาบูชาว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และเทพีแห่งพงไพรก็ตอบกลับไปก่อนเขาจะสิ้นลมว่า เขาจะเป็นที่รักของนางตลอดไป โดยไม่มีใครแทนที่ได้โดยรวมแล้ว อาร์ทีมิสเป็นเทพีที่ถือว่า รักแรง เกลียดแรง (กว่า) ดังนั้น เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เราได้เห็นว่า เมื่ออยู่กับผู้มีอำนาจ ต้องระวังตัว ทุกฝีก้าว เพราะหากทำดีก็จะได้ผลตอบแทนอย่างสวยงาม แต่หากทำผิดใจ หรือพลาดพลั้งไป ก็อาจล่มจมได้ทุกเมื่อเช่นเดียวกัน ประติมากรรมไดอานาล่าสัตว์ (Diana Hunting)เรื่องราวสนุกๆในตำนานเทพกรีก-โรมันนั้นยังมีอยู่อีกมากมาย ผู้เขียนและสมพร ฐาปนาชัย ได้ร่วมกับทีมงานต่วย’ตูนจัดทำพ็อกเกตบุ๊ก “ประติมากรรมปรัมปรา” เพื่อเล่าตำนานสนุกๆผ่านการนำเที่ยวชมประติมากรรมซึ่งเหล่าศิลปินระดับโลกได้สลักเสลาเอาไว้ นอกจากจะเล่าถึงตำนานและงานศิลป์แล้ว ยังแทรกเกร็ดความรู้ศัพท์สำนวนภาษาอังกฤษซึ่งมีที่มาจากตำนานเหล่านี้ด้วย หากท่านผู้อ่านสนใจก็ติดต่อสอบถามได้ที่สำนักพิมพ์ต่วย’ตูน โทร. 0-2514-4071-3 ต่อ 110 หรือไอดีไลน์ p.vatin หรือจะแวะไปพบกันที่บูธต่วย’ตูน ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ 17-28 ตุลาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก็ยินดีค่ะ.โดย : สุภาพรรณ เปล่งมณีพันธ์ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน