ทั้งเหนือ-ตะวันออก ทาบทามปลื้มสุรบถ เข้ามาร่วมงานพรรค“ประชาธิปัตย์” ระส่ำเสียทรง “สมศักดิ์-สุริยะ” เจาะฐานเสียงกระเจิง อดีต ส.ส.กลุ่มตะวันออกจ่อทิ้งบ้านเก่า ซบพลังประชารัฐยกก๊วน “อัศวิน” โอดภาคเหนืออาการหนักไม่แพ้กัน นอมินีรัฐบาลกับพรรคขนาดกลางทุนใหญ่รุมทึ้งเด็กปั้น หวั่นจัดคนแทนไม่ทัน “บุญเลิศ” รับถกสามมิตรโดดเกาะขบวนพัฒนาอีอีซี เช็กยอดเด็ก ปชป.เกือบ 10 คนหอบผ้าหนี “เทือก” เจอหางเลข “ธวัชชัย” หนีบหลานชายเปลี่ยนที่หมายจาก รปช.ไปพรรคหนุน “บิ๊กตู่” ส่วน “ประมวล” แยกทางเข้าภูมิใจไทย “อภิสิทธิ์” บอกรู้หมดใครชิ่งตีจาก รับทาบ “ปลื้ม สุรบถ หลีกภัย” เสริมทีม “ถาวร-วรงค์” เคลียร์ใจกติกาชิงผู้นำ ยิ้มออกส่ง 3 คนร่วมทำแอปพลิเคชันโหวตเสียง พท.ประกาศเจตนารมณ์ชัดต่อต้านรัฐประหาร ส่งแกนนำดาวกระจายรับสมัครสมาชิก นายกฯย้ำผ่านทูตฮอลแลนด์เลือกตั้งต้นปี 62พรรคการเมืองเดินเครื่องเตรียมการประชุมใหญ่ เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และจัดเตรียม ผู้สมัครรับเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์มีการขับเคี่ยวกันเข้มข้น ขณะที่กระแสข่าวการโยกย้ายพรรคของอดีต ส.ส.ที่ถูกพลังดูดของกลุ่มสามมิตรมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้รับผลกระทบพอสมควร พื้นที่ภาคตะวันออกมีอดีต ส.ส.จะย้ายไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐประมาณ 10 คน และยังลุกลามไปถึงพื้นที่ภาคเหนือบางส่วนที่กำลังถูกเจาะฐานเสียงด้วย“มาร์ค” รู้หมดใครชิ่งหนี ปชป.เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ย. ที่โรงแรม เดอะ พาลาซโซ กรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.ระบบเขตแล้วว่า พรรคพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย หากจะเกิดปัญหาคงเป็นเพียงบางจังหวัดที่มี ส.ส.ลดลง เป็นเรื่องภายในของพรรคต้องหาวิธีการ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา เพราะทราบอยู่แล้วว่าจังหวัดใดบ้างที่เขตเลือกตั้งลดลง มั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาอะไร คนที่เคยทำงานร่วมกับพรรค เคยเป็นอดีต ส.ส.ต้องให้โอกาสทำงานต่อไป รวมถึงต้องดูว่าจะบริหารจัดการต้องแบ่ง ส.ส.ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อให้ลงตัว ต้องรอความชัดเจนรูปแบบการแบ่งเขตจาก กกต. จากนั้นพรรคจะให้ความเห็นประกอบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนขณะนี้มีอดีต ส.ส.ของพรรคจำนวนมากออกจากพรรคอาจไปอยู่พรรคอื่น มองว่าไม่จำเป็นต้องมีการเช็กชื่อ เพราะสัปดาห์หน้าพรรคจะประชุมใหญ่อยู่แล้ว ได้ติดตามข่าวการดึง ส.ส.ของพรรคอยู่ตลอดทราบดีว่าใครนัดใคร ไปกินข้าวกับใคร บางคนออกจากพรรคไปแล้วได้แจ้งให้ทราบ แต่บางคนไม่ได้มาแจ้ง ส่วนที่มีข่าวอดีต ส.ส.ของพรรคจ่อย้ายออกยกภาค อีกไม่นานข้อเท็จจริงจะปรากฏ ผู้สมัครลง ส.ส.หน้าใหม่ไม่ว่าสนาม กทม.หรือที่อื่นได้ชักชวนให้มาร่วมงาน หวังว่าจะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาสู่การเมืองมากขึ้น ชี้กติกาหยั่งเสียงแจงได้เป็นธรรมสุดนายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนร่างระเบียบเกี่ยวกับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ที่นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรค กังวลจะมาพบเพื่อหารือนั้น ตนยังสงสัยเพราะบางเรื่องไม่ใช่สิ่งที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคได้พูดคุยกัน ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจน มีแต่เพียงความเห็นในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น เห็นว่า ยังไม่มีจุดไหนที่ไม่เป็นธรรม ที่ผ่านมาตนเป็นผู้ตรวจสอบระเบียบเพื่อให้เป็นธรรมมากที่สุด ข้อมูลบางส่วนจึงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน สามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง“ถาวร-วรงค์” จูงมือเคลียร์ข้อข้องใจเมื่อเวลา 13.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรค ประชาธิปัตย์ ที่ประกาศตัวชิงหัวหน้าพรรคเข้าหารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค เพื่อหารือถึงข้อกังวลเกี่ยวกับร่างระเบียบการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคนานร่วม 2 ชั่วโมง ยิ้มได้ส่ง 3 คนร่วมทำแอปฯโหวตกระทั่งเวลา 14.30 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เปิดเผยว่าพอใจผลการหารือถึงข้อกังวลเรื่องการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคในเบื้องต้น เพราะทีมนายอภิสิทธิ์รับฟังและยอมให้ส่งตัวแทน 3 คน เข้าร่วมหารือการทำแอปพลิเคชันหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค จากเดิมให้นายศิริโชค โสภา ประสานบริษัทผู้รับจ้างฝ่ายเดียว จะหารืออีกครั้งวันที่ 24 ก.ย. ส่วนประเด็นสมาชิกเก่า 2.9 ล้านคนที่ยังไม่ยืนยันความเป็นสมาชิก แต่จะให้สิทธิโหวตนั้น เกรงว่าจะขัดกับกฎหมาย แต่เมื่อหัวหน้าพรรคมั่นใจว่าทำได้ก็สบายใจ แต่ยังติดใจวิธีนับคะแนนเสียงที่จะใช้ระบบสัดส่วน ทีมเราอยากใช้แบบวันแมน วันโหวตคือสมาชิกพรรคทุกคนเท่ากัน ยืนยันว่าการลงแข่งหัวหน้าพรรคไม่ใช่ความขัดแย้งในพรรค ไม่ว่าจะได้รับเลือกหรือไม่จะยังทำงานกับพรรคเช่นเดิม ยอมรับการตัดสินใจของสมาชิก พรรค ไม่กังวลที่ถูกมองว่าไม่ได้เป็นเลือดประชาธิปัตย์ที่แท้จริง สัปดาห์หน้าจะแถลงเปิดตัวพร้อมทีมงานอย่างเป็นทางการ จะแจ้งสื่อ ล่วงหน้า 3 วัน จะใช้สถานที่นอกพรรคแถลง จะได้พบกับมิติใหม่ ทุกอย่างใหม่หมด “อภิสิทธิ์” ให้สมาชิก 2.5 ล้านลงคะแนนต่อมาเวลา 16.05 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหลังการหารือร่วมกับ นพ.วรงค์ และนายถาวรว่าข้อสงสัยกรณีการลงคะแนนแบบอีเล็กโทรัล โหวต หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ยังไม่ได้ข้อยุติจะใช้รูปแบบไหน คาดว่าจะได้ข้อสรุปสัปดาห์หน้า กระบวนการเลือกหัวหน้าพรรคจะแล้วเสร็จในเดือน พ.ย. เพราะเดือน ธ.ค.คาดว่า จะมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง อาจจะออกมาเร็วก็ได้ พรรคต้องพร้อมจัดเตรียมส่งผู้สมัครด้วย ส่วนผู้มีสิทธิหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค ควรเปิดให้สมาชิก 2.5 ล้านคน ที่ต้องพ้นสภาพเพราะคำสั่งหัวหน้า คสช. น่าจะให้มีส่วนร่วมกับการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค เชื่อว่าเปิดกว้างจะเป็นธรรมที่สุด เพราะฐานยิ่งกว้างจะได้การมีส่วนร่วมและการแข่งขัน เป็นธรรมชาติ ยืนยันไม่มีอะไรขัดแย้งกับใคร สิ่งที่ ทำต้องการให้กระบวนการนี้เป็นคุณกับพรรคประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตยและประเทศมากที่สุด รับเคยทาบ “ปลื้ม-สุรบถ” เสริมทีมนายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีข่าวว่านายสุรบถ หลีกภัย หรือปลื้ม บุตรชายของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคนั้นทราบจากข่าว ที่ผ่านมาเคยทาบทามให้สมัครเป็นสมาชิกพรรค หากมาจริงเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ด้วยหรือไม่ แต่ถือว่าเป็นคนที่มีศักยภาพ ส่วนกรณีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ระบุว่า กกต.และ คสช. มีอำนาจกำหนดกติกาเกี่ยวกับการเผยแพร่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และมีคำสั่งยับยั้งได้ ไม่อยากให้การเขียนกฎหมายหรือคำสั่งทำให้ยากต่อการปฏิบัติหรือฝืนธรรมชาติ สำหรับกรณีที่นายกฯมีหนังสือเวียนถึงหน่วยงานราชการให้เร่งประชาสัมพันธ์ผลงานควบคู่กับการให้ความรู้การเลือกตั้ง จะถือเป็นการหาเสียงหรือไม่นั้น รัฐบาลไม่ใช่พรรคการเมือง จึงใช้สถานะความเป็นรัฐบาล แต่เราเรียกร้องการปฏิรูปการเมือง เพื่อให้เกิดกระบวนการที่เสรีและเป็นธรรม ใครที่ทำตรงกันข้าม จะเป็นตัวถ่วงทำให้การเมืองไม่พัฒนากลับสู่วังวนเดิม ที่ใช้อำนาจรัฐอำนาจเงินและอิทธิพลมาครอบงำ“บุญเลิศ” รับคุยสามมิตรพัฒนาอีอีซีนายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของฉายาโหร ส.ว.เปิดเผยหลังมีข่าวว่าไปร่วมทานข้าวกับแกนนำกลุ่มสามมิตร ดึงให้ย้ายไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐว่านัดหมายกันเพื่อไปพูดคุยการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ว่าจะพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออก ผลักดันให้ผังเมืองออกมาโดยเร็ว จะได้ทราบว่าพื้นที่ใดทำอะไรได้บ้าง ตนไม่ได้ไปร่วมรับประทานอาหาร เนื่องจากติดงานในพื้นที่ จึงขอตัวออกมาก่อน แต่ได้คุยกันก่อนหน้านั้นแล้วที่ร้านกาแฟในปั๊มน้ำมัน ปตท.ติดกับสโมสรกองทัพบก มีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร และ พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส.ชลบุรี และนายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ที่นัดไปด้วยกัน เรารวมกลุ่มกันในนาม ส.ส.กลุ่มตะวันออก มี พล.ต.ท.พิทักษ์เป็นหัวหน้ากลุ่ม และยังมีนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในกลุ่มด้วย แต่ไม่ได้มาคุยในนัดนี้ ส่วนรายละเอียดบนโต๊ะอาหารไม่ทราบ แต่ที่คุยที่ร้านกาแฟหารือกันว่าเราจะร่วมพัฒนาพื้นที่อีอีซีอย่างไรให้เป็นรูปธรรมแย้มไปยกกลุ่มเพื่อพื้นที่ก้าวหน้านายบุญเลิศกล่าวต่อว่า ส่วนจะย้ายพรรคหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหัวหน้ากลุ่ม หากจะไปก็ไปด้วยกันทั้งหมด ปัจจัยหลักที่จะทำให้ตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่คือเราเป็น ส.ส.จะอยู่พรรคใดก็ได้ หากพัฒนาพื้นที่จังหวัดที่เราเป็นตัวแทนประชาชนให้เจริญก้าวหน้า พัฒนาชาวบ้านอยู่ดีกินดี แต่ไม่ได้มีความขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ หากจำเป็นต้องย้ายพรรคจริง ต้องเข้าไปกราบลาผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคแน่นอน ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ยังรักพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดิม หากเราต้องไปก็ไปเพื่อการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อพื้นที่ภาคตะวันออกและประชาชน“สาธิต” ไม่กังวลเพื่อนพ้องพ่ายพลังดูดนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคตะวันออก กล่าวถึงกรณีอดีต ส.ส.พรรคภาคตะวันออก 4 คน คือ พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ อดีต ส.ส.ชลบุรี และนายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง ไปทานอาหารกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตรว่า ทราบเรื่องนี้แล้วแต่อดีต ส.ส.กลุ่มนี้ยังไม่ได้แจ้งว่าจะลาออกไปสังกัดพรรคอื่น ขณะนี้มีอดีต ส.ส.ภาคตะวันออกที่ลาออกไปแล้ว 2 คน คือ นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี และนายธวัชชัย อานามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี ที่ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรค ไม่กังวลเกี่ยวกับการจัดตัวผู้สมัคร หากมี ส.ส.จะลาออก เพราะมีคนทดแทนได้ เช่น การเลือกตั้งปี 2550 พรรคประชาธิปัตย์ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนใน จ.ชลบุรียกจังหวัด ทั้งที่ส่งผู้สมัครหน้าใหม่ลง สะท้อนว่าประชาชนมองนโยบายพรรคด้วยไม่ใช่ยึดติดกับตัวบุคคลเท่านั้นตะวันออกเหี้ยนอดีต ส.ส.ย้ายอื้อผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ภาคตะวันออก ที่จะย้ายออกจากพรรคมี 8 คน ทั้งย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัย คือ 1.พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ 2.นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา 3.นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ 4.นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.ชลบุรี 5.นายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง 7.นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส.ชลบุรี ที่มีแนวโน้มย้ายไปพรรคภูมิใจไทย 8.นายธวัชชัย อานามพงษ์ อดีต ส.ส.จันทบุรี พร้อมหลานชายคือนายแสนคม อานามพงษ์ ที่ก่อนหน้านี้ย้ายไปเพื่อร่วมงานกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. แต่ระยะหลังมีรายงานว่าแกนนำพรรคพลังประชารัฐเจรจาทาบทามขอให้มาทำงานการเมืองด้วยกันกับกลุ่มอดีต ส.ส.ภาคตะวันออก เพื่อพัฒนาพื้นที่อีอีซีในแต่ละเขตจังหวัด ภายใต้ทิศทางเดียวกันในนามพรรคที่ร่วมสนับสนุนรัฐบาล คสช. ต้องติดตามผลสรุปการเจราต่อรองหึ่งบิ๊กพรรคใหม่ทุ่มให้หัวละ 50 ล้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ กระแสข่าวการทาบทามอดีต ส.ส.ให้ย้ายพรรคในขณะนี้ มีรายงานข่าวที่พูดคุยกันในหมู่นักการเมืองที่ถูกทาบทามว่า อดีต ส.ส.ที่เคยสอบได้สมัยล่าสุดเมื่อการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.2554 จะได้รับการสนับสนุนงบฯให้หัวละ 50 ล้านบาทต่อคน แต่หากเป็นอดีต ส.ส.รุ่นเก่าจะลดหลั่นจำนวนลง เพื่อให้ไปดำเนินงานการเมืองจนจบสิ้นการเลือกตั้ง โดยให้ไปบริหารจัดการใช้งบฯเอง โดยผู้บริหารพรรคใหญ่ที่กำลังจัดตั้งจะจ่ายให้เป็นลอตไป “อัศวิน” กุมขมับภาคเหนือถูกแซะหนักนายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ดูดว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคเหนือว่า ขณะนี้สถานการณ์ดูดผู้สมัครของพรรคที่วางตัวไว้รุนแรงมาก ทั้งจากพรรคขนาดกลางที่มีทุนใหญ่และกลุ่มสามมิตร บรรดาผู้สมัครทั้งที่เป็นอดีต ส.ส. และผู้สมัครหน้าใหม่ที่พรรคคัดเลือกและให้ทำพื้นที่ไว้นานแล้วถูกทาบทามเสนอเงื่อนไขต่างๆให้ย้ายพรรคเช่นกัน ผู้สมัครหลายคนได้หารือตน และยังมีอีกมากที่พอรู้ข้อมูลมา มีจำนวนไม่น้อย กว่าอดีต ส.ส.ภาคตะวันออกที่ถูกดูดไปโวยดูดเด็กปั้น หาคนแทนไม่ทัน“ถือเป็นการเอาเปรียบ เพราะเราสร้างคนของเรามา แต่เขามาเสนออะไรต่างๆให้เอาไป เราสร้างคนไม่ทัน เพราะลักษณะพื้นที่ภาคเหนือและอีสานของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เหมือนพื้นที่ภาคใต้ที่มีตัวผู้สมัครสำรองทดแทนได้ทัน ขณะนี้ที่มีติดต่อจ่อจะถูกดูด เช่น จ.สุโขทัย นครสวรรค์ พิจิตรและอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน ผมจะหารือเรื่องนี้กับหัวหน้าพรรค เพราะยังไม่ถึงที่สุด ผู้สมัครหลายคนยังไม่ตัดสินใจไป แต่ยอมรับว่าถ้ายังเป็นแบบนี้จนถึงช่วงสุดท้าย ถ้าไปจริง เราสร้างคนแทนไม่ทัน ทั้งเหนื่อยและกระชั้นชิด มันไม่ต่างจากการเมืองแบบเก่า” นายอัศวินกล่าวพท.ถกตีกรอบประชุมใหญ่ 3 ต.ค.เมื่อเวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า รักษาการคณะกรรมบริหารพรรคเพื่อไทย ได้จัดประชุมยกร่างแก้ไขข้อบังคับพรรคที่จะเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรคเดินเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการรองหัวหน้าพรรค นายดนุพร ปุณณกันต์ รักษาการรองเลขาธิการพรรค นายเอกธนัช อินทร์รอด รักษาการนายทะเบียนพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรค โดยนายภูมิธรรม กล่าวก่อนการประชุมว่า ที่ประชุมจะหารือถึงการแก้ไขข้อบังคับพรรค จะเป็นตัวกำหนดโครงสร้าง กรรมการบริหารพรรค วิธีการคัดเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ฝ่ายกฎหมายร่างเตรียมการไว้ให้รักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา จะทราบว่าการประชุมใหญ่พรรคจะเกิดขึ้นวันไหน เบื้องต้นกำหนดไว้วันที่ 3 ต.ค. กระบวนการคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ต.ค. ชื่อผู้ชิงนายกฯสมาชิกต้องเห็นชอบเมื่อถามถึงบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรมตอบว่า ส่วนใหญ่ได้ฟังรายชื่อจากสื่อ ขอขอบคุณที่ให้เกียรติกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม แต่ถึงอย่างไรคงมีการหารือเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมทันกับสถานการณ์ ส่วนหัวหน้าพรรคจะเป็นผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่งหรือไม่นั้น กฎหมายเปิดโอกาสให้หัวหน้าพรรคลงสมัคร ส.ส.ได้ ถ้าลงแบบปาร์ตี้ลิสต์ควรเป็นเบอร์หนึ่ง ส่วนรายชื่อบุคคลที่พรรคจะเสนอเป็นนายกฯ 3 คน กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องมีหัวหน้าพรรคหรือผู้เป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์หมายเลข 1 ของพรรคอยู่ในนั้น แต่ความเหมาะสมควรมีหัวหน้าพรรคเป็นปาร์ตี้ลิสต์หมายเลข 1 เป็น 1 ใน 3 รายชื่อ ขณะนี้เร็วไปที่จะมาพูดเรื่องเหล่านี้ แต่ยืนยันว่า 3 รายชื่อที่พรรคจะเสนอต้องเป็นที่เห็นพ้องต้องกันของสมาชิกพรรคส่งแกนนำลงพื้นที่รับสมัครสมาชิกจากนั้นเวลา 13.30 น. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานที่ปรึกษากฎหมายพรรค ร่วมแถลงผลการประชุม โดยนายภูมิธรรมกล่าวว่า การประชุมวันนี้ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังมีชีวิตต่อ พร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง โดยในวันที่ 21 ก.ย. เวลา 17.00 น. พรรค จะเผยแพร่ร่างข้อบังคับพรรคลงเว็บไซต์ เนื้อหาทั้งคำประกาศเจตนารมณ์ คำประกาศอุดมการณ์ คำประกาศนโยบายพรรค รวมไปถึงกำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการพรรครูปแบบใหม่ วันที่ 25 ก.ย. จะเปิดรับสมัครสมาชิก วันที่ 26 ก.ย. จะเชิญอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.มารับฟังข้อบังคับพรรค วันที่ 3 ต.ค. ประชุมใหญ่รับรองข้อบังคับพรรค จากนั้นจะตั้งสาขาพรรค 4 สาขาตามกฎหมายกำหนด ภาคเหนือตั้งที่ จ.เชียงใหม่ ภาคอีสาน ที่ จ.อุดรธานี ภาคกลางที่ จ.สมุทรปราการ ภาคใต้ ที่ จ.นครศรีธรรมราช รวมถึงจะเปิดรับผู้สมัครสมาชิกแต่ละภูมิภาค มีแกนนำเดินทางไปรับสมัครสมาชิก คสช.อย่ากังวลว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง เราทำตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก คสช.อย่ากลัวแม้แต่เงาตัวเองไม่เกิน 28 ต.ค.ได้ตัว หน.พรรคนายภูมิธรรมกล่าวว่า เมื่อที่ประชุมใหญ่รับรองข้อบังคับพรรคแล้ว วันที่ 28 ต.ค. หรือเร็วกว่านั้นจะมีการประชุมใหญ่พรรค เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จำนวน 21 คน สำหรับคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ทุกคนที่เป็นสมาชิกพรรคสามารถถูกเสนอชื่อได้ แม้มีแคนดิเดตหลายคนแต่ไม่ทำให้พรรคขาดเอกภาพ คนจะมาเป็นหัวหน้าพรรค สมาชิกต้องเห็นพ้องต้องกัน มีอุดมการณ์ชัดเจน สามารถนำพาพรรคแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ และในวันดังกล่าวจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค จำนวน 11 คน ที่ประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรค 4 คน และตัวแทนสมาชิกพรรค 7 คนด้วย มั่นใจเลือกตั้งยังมาอันดับหนึ่งเมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยคาดหวังจำนวน ส.ส. ไว้เท่าไหร่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรคมั่นใจจะได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง และร่วมมือกับพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย นำพาสังคมไทยพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ วันข้างหน้าการเมืองมีแค่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายผู้มีอำนาจในปัจจุบัน กับฝ่ายประชาธิปไตย ที่พร้อมเปลี่ยนแปลงให้ความเป็นอยู่ประชาชนดีขึ้น แต่ว่าทุกอย่างยังมีปัจจัยเงื่อนไขที่น่าพึงกังวล เช่นกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯพูดทำนองว่าพรรค การเมืองไม่เข้าใจกรอบเวลาการหาเสียงขอเรียนว่าเราเข้าใจ แต่พวกท่านทำสวนทางกลับสิ่งที่ควรจะเป็น ระบบการเมืองปกติพรรคการเมืองสามารถสื่อสารกับประชาชนได้ตลอด นายวิษณุ ไม่เคยลงเลือกตั้งเลยไม่เข้าใจ ดังนั้นวันที่ 28 ก.ย.ที่ กกต.จะหารือกับพรรคการเมือง เราพร้อมส่งตัวแทนเข้าร่วม และจะนำเรื่องนี้ไปหารือด้วยเมินสามมิตรเกทับดูดได้ดูดไปเมื่อถามอีกว่ามีกระแสข่าวกลุ่มสามมิตรจะดึงอดีต ส.ส.เชียงใหม่ไปเข้าร่วม นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ค่อยสนใจกลุ่มสามมิตร อยากไปดูดคนนั้นคนนี้มีสิทธิจะทำ ช่วงเลือกตั้งมีการโยกย้ายบุคลากรเป็นธรรมดา แต่มีเหตุผลที่ประชาชนเข้าใจและยอมรับได้หรือไม่ ตอนนี้เหมือนเกทับบลัฟแหลก บางคนไปด้วยเหตุอะไรต้องไปดูกัน แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นว่าพรรคเพื่อไทยใครจะไป เมื่อถามว่าบทบาทนายทักษิณ ชินวัตรและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่รัฐธรรมนูญห้ามยุ่งเกี่ยวกับพรรค นายภูมิธรรม กล่าวว่านายทักษิณเป็นบุคลากรของโลกไปแล้ว หลายประเทศเชิญเป็นที่ปรึกษา ไม่ได้กังวลใจ เป็นปัญหาเก่าที่มักถูกถามขึ้น แต่เรายืนยันจุดยืนยึดมั่นตามรัฐธรรมนูญให้เฝ้าร้องคัดค้านแบ่งเขตผิดปกติเมื่อถามว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ของกกต.ส่งผลกระทบหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่าเขตเลือกตั้งที่ลดลงเพราะจำนวน ส.ส.เขตลดลงตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คงส่งผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย ขอให้ผู้สมัครติดตามจาก กกต.ด้วย หากไม่เป็นไปตามเกณฑ์ต้องคัดค้านประกาศเจตนารมณ์ต้านรัฐประหารเย็นวันเดียวกัน เว็บไซต์พรรคเพื่อไทย เผยแพร่ร่างข้อบังคับของพรรคที่ผ่านการพิจารณาของรักษาการกรรมการบริหารโดยมีเนื้อหาสรุปว่า คำประกาศเจตนารมณ์ของพรรคเพื่อไทย พรรคมีความมุ่งมั่นฟื้นฟูประเทศในทุกด้านให้ประชาชนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคอย่างแท้จริง นำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย แก้ปัญหาความยากจน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล ประเทศมีความรักความสามัคคี การบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายดังกล่าวและร่วมกันป้องกันและต่อต้านการรัฐประหารขอให้สมาชิกทุกคนร่วมแรงร่วมใจให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ของพรรคยึดอุดมการณ์สร้าง ปชต.กำจัดยากจนส่วนคำประการอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรค มี 9 ข้อ อาทิ ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดถือว่าประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย มุ่งมั่นในการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ ขจัดความยากจน สร้างความเสมอภาค มุ่งพัฒนาพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง สร้างระบบการเมืองของประเทศให้เป็นการเมืองของประชาชน มุ่งสร้างความสามัคคีปรองดอง เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคของบุคคล สร้างประเทศไทยให้มีบทบาทโดดเด่นและสร้างสรรค์ในเวทีโลก ขณะที่คำประกาศนโยบายพรรค มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำและกระจายทรัพยากรและอำนาจอย่างเหมาะสม ให้ประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนาตนเองและท้องถิ่นมากขึ้น มุ่งสร้างประเทศให้พร้อมรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ในทุกมิติ และปรารถนาจะเห็นประเทศไทยพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง การเมืองมีเสถียรภาพ ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ประเทศยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชน“ตู่” เตือนคนไทยดื้อเงียบกดขี่ยิ่งสู้เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรว่า เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองหนึ่งเท่านั้น ต้องให้ทุกพรรคเดินพบชาวบ้านเหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ไม่มีอะไรน่ากลัว เมื่อถามถึงความเป็นปึกแผ่นของพรรคเพื่อไทยหลังโดนดูด ส.ส. นายจตุพรกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาหาเสียงเลือกตั้ง เชื่อว่าประชาชนมีคำตอบอยู่ในใจ ควรเคารพการตัดสินใจของประชาชน อยากให้ฟังความกันทุกฝ่าย ถ้าใครเห็นว่าไม่มีอะไรน่าวิตก เป็นเพียงภาพมายาที่อาจเขย่าขวัญคนที่ตกใจ แต่คนในแวดวงการเมืองมองเป็นเรื่องปกติ ถือเป็นสีสันทางการเมือง อย่างไรก็ตาม กกต.ยังสับสนว่าพรรคการเมืองจะฟัง กกต.หรือฟังองค์กรอื่นที่แสดงความคิดเห็นแทน กกต. ผู้ทำหน้าที่กรรมการต้องไม่เป็นผู้เล่นเอง หากเป็นผู้เล่นด้วยบ้านเมืองจะยุ่ง ถ้าปรารถนาจะเป็นผู้เล่น ต้องลาออกจากการเป็นกรรมการ อย่ามาบอกว่าเป็นกรรมการ ควบผู้เล่น เพราะจะสร้างวิกฤติชาติ อยากให้ไปศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองว่า รัฐบาลรักษาการใดใช้อำนาจในการเลือกตั้งจะแพ้ทุกครั้ง รัฐบาลที่ฉลาดจะไม่ใช้อำนาจระหว่างหาเสียง คนไทยดื้อเงียบ ยิ่งไปกดขี่จะคิดต่อสู้ แต่ไม่แสดงออก “นายใหญ่-บิ๊กป้อม” คนละหมัดจบกันไปนายจตุพรกล่าวถึงการโต้ตอบของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมว่า ถือว่าหายกันแลกกันคนละหมัดแฟร์ๆ ถือว่าจบกันไป เหลือแต่กองเชียร์ อยากให้ช่วยกันรักษาบรรยากาศทางการเมืองทุกฝ่ายควรอดทนและเสียสละให้ประเทศเดินสู่การเลือกตั้งด้วยความสงบ เพราะถ้าไม่มีความสงบจะไม่มีการเลือกตั้ง อะไรที่ทำให้เกิดความไม่สงบต้องละเว้น “ศุภชัย” ยัน ภท.ชู “เสี่ยหนู” นั่งนายกฯนายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุมพรรควันที่ 24 ก.ย. และ 2 ต.ค. ว่า เป็นการประชุมแก้ไขข้อบังคับพรรคและตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตามรัฐธรรมนูญกำหนด พรรคยังเสนอชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และเสนอชื่อนายอนุทินเป็นนายกฯด้วย สมาชิกพรรคล้วนเชื่อมั่นว่านายอนุทินจะนำพรรคไปสู่ความสำเร็จได้ เพราะรู้ปัญหาประเทศ เป็นนักบริหารและมีความตั้งใจดี ระหว่างนี้สมาชิกพรรคกำลังหารือกับทีมนักวิชาการและทีมยุทธศาสตร์ เพื่อหานโยบายที่ดีที่สุดมานำเสนอแก่ประชาชนในเวลาที่เหมาะสม“ปองพล-ปรพล” รายงานตัว “สมคิด”ช่วงบ่าย ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายปองพล อดิเรกสาร อดีตรองนายกฯเเละ ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชาชนและอดีตสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ที่ห้องทำงาน ตึกบัญชาการ 1 พูดคุยถึงการพัฒนาพื้นที่ จ.สระบุรี และการจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ นายสมคิดระบุให้รอดูหลังการประชุมใหญ่พลังประชารัฐวันที่ 29 ก.ย.จะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ ร.ต.ปรพล เปิดเผยว่าจะไปร่วมการประชุมใหญ่พลังประชารัฐวันที่ 29 ก.ย.แน่นอน และจะไปสมัครเป็นสมาชิกในเร็วๆนี้ ในการพูดคุยไม่ได้สอบถามถึงกระแสข่าวนายอิทธิพล คุณปลื้ม ผู้ช่วย รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะมาเป็น ผอ.พรรคพลังประชารัฐ และนายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ รองผู้ว่าฯกทม. จะมาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ราชกิจจาฯเผยระเบียบเลือก ส.ว.ค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2561 เนื้อหามี 164 ข้อจาก 8 หมวด กำหนดถึงหลักเกณฑ์วิธีการในการคัดเลือก ต้องมีคุณสมบัติผู้สมัครตามที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.กำหนด การเสนอชื่อจากองค์กรวิชาชีพใน 10 กลุ่ม องค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อมี 2 ประเภท คือ 1.องค์กรที่มีกฎหมายจัดตั้ง 2.องค์กรนิติบุคคลที่ก่อตั้งมาไม่น้อยกว่า 3 ปีที่ดำเนินกิจการต่อเนื่องและไม่แสวงหาผลกำไร ค่าสมัคร 2,500 บาท หลังจากระเบียบมีผลบังคับใช้ภายใน 20 วัน กกต.จะประกาศกำหนดวันลงทะเบียนองค์กร ให้เลือกลงทะเบียนได้กลุ่มเดียว นอกจากนี้ กำหนดวิธีการรับสมัครและการสรรหา เมื่อเสร็จสิ้นการสรรหาจากระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศแล้ว กกต.จะแจ้งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือก 200 คนจาก 2 สาย ให้ คสช.คัดเลือกเป็น ส.ว. 50 และสำรองไว้อีก 50 คน “บิ๊กตู่” ย้ำทูตฮอลแลนด์ ลต.ต้นปี 62ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเกส ปีเตอร์ ราเดอ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการหารือนายกฯได้ย้ำถึงนโยบายเพื่อปฏิรูปและพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ได้แก่ EEC Thailand 4.0 และ Thailand+1 ทั้งนายกฯมีกำหนดการจะเดินทางเข้าร่วมการประชุม ASEM Summit ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ในเดือน ต.ค.นี้ และหวังจะได้พบหารือกับนายมาร์ก รึตเตอ นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้นายกฯยังยืนยันถึงการปฏิรูปประชาธิปไตยของไทยว่าได้บริหารประเทศยึดตามโรดแม็ป และพร้อมจะจัดการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2562แนะเรียนรู้ความขัดแย้งจากอดีตเมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า จากการลงพื้นที่ จ.เลย และเพชรบูรณ์ ประทับใจอย่างมากและขอชื่นชมความเข้มแข็ง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชุมชน พัฒนาท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม หากมองย้อนไปพื้นที่บริเวณรอยต่อ จ.เลย เพชรบูรณ์และพิษณุโลก เดิมเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ต่อสู้กับอำนาจรัฐมายาวนาน แตกต่างทางความคิดจนนำไปสู่การต่อสู้ทางอุดมการณ์ ความเชื่อและรุนแรงขึ้น ถึงขั้นสูญเสีย แต่วันนี้ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งคอยเตือนใจให้เราเรียนรู้ว่าความแตกต่างไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความแตกแยกเสมอไป หากเรารู้จักเรียนรู้ เข้าใจ ที่ จ.เพชรบูรณ์ จัดการโครงการชุมชนไม้มีค่าตามนโยบายรัฐบาล รัฐได้ปรับปรุงร่างกฎหมายเพื่อให้ประชาชนปลูกไม้มีค่าในที่ดินกรรมสิทธิ์ได้โดยชอบตามกฎหมาย เป้าหมายระยะสั้น 1-2 ปีทำให้เกิดชุมชนไม้มีค่า 2,000 ชุมชน ประชาชนได้ผลประโยชน์ 100,000 ครัวเรือน รัฐจะผลักดันกฎหมาย กฎหรือระเบียบให้ครบทุกมิติและเป็นรูปธรรม เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ระยะยาว 10 ปีข้างหน้าจะขยายชุมชนไม้มีค่าเป็น 20,000 ชุมชน ประชาชนได้รับ ประโยชน์กว่า 2,600,000 ครัวเรือน ประเทศชาติได้ป่า ได้ต้นไม้เพิ่ม 1,040 ล้านต้น คิดเป็นพื้นที่ป่า ราว 26 ล้านไร่ เทียบมูลค่าทางเศรษฐกิจได้คร่าวๆ 1,040,000 ล้านบาท วางคิวทัวร์ ตปท.ยาวเหยียดผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าได้เผยแพร่ภารกิจการเยือนต่างประเทศและการประชุมในเวทีนานาชาติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ตลอดเดือน ต.ค. โดยวันที่ 8-9 ต.ค.เข้าร่วมประชุมกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น ที่ประเทศญี่ปุ่น วันที่ 11 ต.ค. เข้าร่วมประชุมระดับผู้นำอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญ ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 18-20 ต.ค.เข้าร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป หรืออาเซียนซัมมิท ประเทศเบลเยียม และวันที่ 30-31 ต.ค.เยือนประเทศเยอรมนีคนสนิทปัด “ป๋าเปรม” ป่วยหนักผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้านั้น พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษและนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม เปิดเผยว่า พล.อ.เปรมเข้าตรวจเช็กร่างกาย ตามวงรอบปกติที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ผลการตรวจของแพทย์เป็นปกติ ที่ท่านต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพราะอายุมากแล้ว จำเป็นต้องนอนที่โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจทุกส่วนของร่างกาย คาดว่าวันที่ 21 หรือ 22 ก.ย.แพทย์น่าจะอนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ได้ปกติ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และไม่ได้เป็นตามที่กระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้โฆษก ทบ.ยันตามคดีชุมนุมปี 53พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นางพะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่น้องเกด นายณัฐภัทร อัคฮาด ลูกชาย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว. กลาโหม ตรวจสอบกรณีมีนายทหารยศนายพลบุกพบอัยการ เพื่อสั่งให้ยุติดำเนินคดีกับทหารกรณีสลายการชุมนุมปี 2553 ว่า กองทัพติดตามคดีมาตลอด ไม่ได้ชะลอหรือทำให้เกิดความล่าช้า คณะทำงานติดตามคดีเป็นระยะแต่เพื่อรักษาบรรยากาศบ้านเมือง การให้ข้อมูลจึงต้องระมัดระวัง เพราะห่วงความรู้สึกผู้ได้รับผลกระทบ หลายคดีที่มีองค์ประกอบเพียงพอจะดำเนินการคดีได้ ส่วนใหญ่อยู่ในกระบวนการแล้ว สำหรับคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารเป็นผู้ถูกกระทำคืบหน้าไม่มาก ส่วนข้อห่วงใยคือการติดตามอาวุธปืนราชการที่หาย เมื่อครั้งถูกปล้นและยึดไปยังคงพยายามเร่งรัดหาคืนสนช.ผ่าน พ.ร.บ.ภาษีปิโตรเลียมเมื่อเวลา 10.30น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมวาระ 2-3 โดยสมาชิก สนช.อภิปรายสอบถามสาเหตุที่คณะ กมธ. วิสามัญตัดเนื้อหามาตรา 4 การให้เอกชนผู้รับสัมปทานหรือสัญญาสำรวจขุดเจาะ ต้องวางเงินเป็นหลักประกันรื้อถอนแท่น ที่หมดสภาพการใช้งานแล้ว หลังหมดอายุสัมปทานหรือสัญญาการสำรวจผลิต และตัดมาตรา 8 การให้เอกชนต้องวางเงินหลักประกันการดูแลสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดปัญหาจากการสำรวจและผลิต ที่อาจทำให้รัฐเสียประโยชน์ออกไปด้าน พล.ร.อ.ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร ในฐานะประธานคณะ กมธ.ร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม สนช.ชี้แจงว่า เหตุผลเพราะผลประกอบการสัมปทานของธุรกิจปิโตรเลียมช่วงปลายสัมปทานมักจะขาดทุน ต้องเอาผลขาดทุนมาหักออกจากหลักประกันที่จะนำมาเป็นรายได้ก่อน ถ้าผลการขาดทุนเพิ่มมากขึ้นจนเท่ากับหรือมากกว่าหลักประกันวางไว้ จะทำให้รัฐไม่ได้รับภาษีส่วนนี้คืนเลย นอกจากนี้ การนำหลักประกันมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีไม่เคยมีมาก่อนในไทย ถ้าตราเป็นกฎหมายจะเป็นแบบอย่างให้ธุรกิจสัมปทานอื่น จนเป็นปัญหาทางภาษีหรือรายได้ของรัฐในอนาคต ในที่สุดที่ประชุม สนช. มีมติเอกฉันท์ 164 คะแนน เห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป