สังคมเมืองนับวันจะอยู่ยาก เพราะมีอันตรายรอบด้าน ไม่รู้จะป้องกันยังไง?ยิ่งช่วงนี้มีคดีข่มขืนให้เห็นอยู่แทบจะทุกเมื่อเชื่อวันเหยื่อมีตั้งแต่แก่ชราไปจนถึงเด็กหญิงอายุไม่กี่ขวบ ทำให้เห็นว่า จิตใจของคนสมัยนี้มันทรามลงไปจริงๆอย่างคดีเล็กๆที่นักเรียนหญิงวัย 9 ขวบ เรียก จยย.รับจ้างจากละแวกโรงเรียนไปส่งย่านถนนสุขาภิบาล 5 ไม่ห่างไปมากนัก แถมเดี๋ยวนี้ย่านนั้นผู้คนพลุกพล่านรถราติดทั้งวันยังถูก จยย.รับจ้างทรชนล่อลวงพาเข้าไปในห้องน้ำวัดอยู่ดีบำรุงธรรม หรือที่เรียกติดปากว่า วัดออเงิน พยายามข่มขืนกระทำชำเรา!ดีที่พระในวัดได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ คว้าท่อนเหล็กมาโวยวายเคาะประตูห้องน้ำ ทำให้ จยย.รับจ้างแสบเปิดประตูวิ่งหนีไปขึ้นรถ จยย.ยามาฮ่า มีโอ สีดำคาดแดง ทะเบียน อฬก 458 กรุงเทพมหานคร หลบหนีไปหลังตำรวจ สน.สายไหมรับแจ้ง ระดมทั้งฝ่ายสืบสวนและปราบปรามตามล่าตัวชายสวมเสื้อวิน จยย. ผมยาว ไว้หนวด ที่ตำรวจจำได้ว่า เคยเอาตัวมาทำประวัติข้อหาเสพกัญชา จึงใช้เวลาไม่นานก็พบกำลังขี่รถ จยย.เอ้อระเหยอยู่ย่านนั้นพอถูกจับมาสอบสวนเท่านั้นแหละ ความเอ๋อเริ่มเข้าครอบงำ ทำเป็นพูดจาไม่รู้เรื่อง?!ตอนแรกอ้างว่าตัวเองชื่อ “อาจารย์แอร์” ต่อมาก็บอกว่าชื่อ นายปัญญา แก้ววิลัย อายุ 45 ปี พอเอาชื่อไปตรวจสอบในทะเบียนราษฎร ปรากฏว่า เป็นของเด็กชายวัย 14 ปี?ขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า คนแบบนี้แหละ ที่น่ากลัว!เพราะไม่มีที่มาที่ไป ไม่รู้ชื่อนามสกุลจริง เรียกว่า ไม่มีตัวตนอยู่ในสารบบ พอก่อคดีอาญาขึ้นมา คราวนี้ตำรวจจะดำเนินคดียังไง เพราะแค่ชื่อนามสกุล หรือเป็นคนไทยหรือเปล่ายังไม่รู้นี่ถ้าครั้งนี้ก่อเหตุข่มขืนเหยื่อวัยเพียง 9 ขวบสำเร็จแล้วหนีไปได้ ตำรวจจะเอาข้อมูลอะไรไปตาม!ความจริงคนจะมาขี่ จยย.รับจ้าง ตำรวจท้องที่ต้องทำประวัติไว้แล้วไม่ใช่หรือ? ยิ่งรายนี้บอกว่าเคยถูกจับเสพกัญชาเอาตัวมาทำประวัติไว้แล้วด้วย แล้วข้อมูลเดิมอยู่ที่ไหน?หรือว่าทำมันไว้แกนๆ มันบอกยังไงก็เชื่อบันทึกไว้อย่างงั้น ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ถือว่าตำรวจสอบตกกันหมด?สหบาท