ผมเขียนเรื่อง “ศึกชิงท่าเรือบกอีสาน” ไปเมื่อต้นเดือนที่แล้ว จังหวัดขอนแก่น กับ จังหวัดนครราชสีมา แข่งกันเสนอตัวเป็น “ท่าเรือบกของภาคอีสาน” หรือ Inland Container Depot ผมเห็นว่า นครราชสีมา มีความเหมาะสมมากกว่า เพราะอยู่ใกล้ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ถ้าไปอยู่ ขอนแก่น จะต้องเสียค่าขนส่งและเวลาเพิ่มขึ้นอีก 200 กม. ก็มีคำชี้แจงจาก เรือตรีทรงธรรม จันทประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการฯรักษาการแทนผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ชี้แจงมาว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ“ตามหนังสือพิมพ์ที่อ้างถึง เสนอข่าวศึกชิงท่าเรือบกอีสานโดย การท่าเรือแห่งประเทศไทย สรุปให้ จังหวัดขอนแก่น เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการเป็น “ท่าเรือบก” ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น การท่าเรือฯ ขอชี้แจงในประเด็นดังกล่าว ดังนี้1.คณะกรรมการการท่าเรือฯ ได้มีนโยบายการศึกษารายละเอียดและความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจ ท่าเรือบก (Dry Port) เพื่อสนับสนุนการให้บริการ ท่าเรือกรุงเทพฯ และ ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างครบวงจร รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถให้เกิดความรวดเร็วและคล่องตัวในการขนส่ง ประกอบกับเป็นการลดต้นทุนการขนส่งและสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกการท่าเรือฯ ได้ทำการว่าจ้าง สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการพัฒนาธุรกิจ ท่าเรือบก (Dry Port) ดังกล่าวตั้งแต่ต้นปี 2558 โดยดำเนินการตามนโยบายและสอดคล้องตามแผนวิสาหกิจการท่าเรือฯ ฉบับที่ 11 (ปี 2558-2562) ซึ่งผลการศึกษาฯได้กำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมในการพัฒนาเป็นท่าเรือบก คือ จังหวัดขอนแก่น สืบเนื่องมาจาก การมียุทธศาสตร์ ในการ ยกระดับให้จังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง รวมทั้งเพื่อให้มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง แต่ยังมิได้นำผลการศึกษาฯไปดำเนินการต่อแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรอผลการศึกษาของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ในการกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมในภาพรวมของประเทศก่อน2.คณะกรรมการฝ่ายบริหารการท่าเรือฯ ได้นำผลการศึกษาฯเสนอคณะกรรมการการท่าเรือ ซึ่งคณะกรรมการการท่าเรือฯได้มีมติให้หารือแนวทางบูรณาการในการพัฒนาท่าเรือบกร่วมกับสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ และกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมในการพัฒนาธุรกิจฯในภาพรวมของประเทศ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) การพัฒนาท่าเรือ เพื่อนำไปสู่การเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ซึ่งคาดว่าผลการศึกษาดังกล่าว จะแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2561...”สรุปคือ เรื่องยังไม่จบ ต้องรอผลการศึกษาของ สนข.ก่อนการที่ ขอนแก่น มียุทธศาสตร์ยกระดับจังหวัดขึ้นเป็น ศูนย์กลางการกระจายสินค้าของกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS ซึ่งประกอบด้วย ไทย จีน (ยูนนาน) ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา 6 ประเทศ ผมก็เห็นด้วย เพราะ ขอนแก่น อยู่ในแผน 6 เหลี่ยมเศรษฐกิจอยู่แล้ว และยังอยู่ในแผน ระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก GMS East-West Economic Corridor การยกระดับจังหวัดขึ้นเป็น ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของกลุ่มประเทศจีเอ็มเอส ก็เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจภาคอีสานในระยะยาวส่วน นครราชสีมา ก็อยู่ใกล้ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ที่กำลังขยายเป็นท่าเรือส่งออกที่สำคัญของระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก มีถนนยุทธศาสตร์และทางรถไฟเชื่อมกับท่าเรืออยู่แล้ว และโคราชยังเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมส่งออกหลายแห่ง จะตั้งเป็น “ท่าเรือบก” สำหรับการส่งออกทางท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง แยกจากกลุ่ม GMS ที่มีขอนแก่น เป็นศูนย์กลาง ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาคอีสานและประเทศไม่น้อยเลยทีเดียวก็ฝากไว้เป็นข้อพิจารณาครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”