ฟิลิปปินส์เจอเต็มๆ อุตุเตือนไทยรับมือซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “มังคุด” เข้าถล่มฟิลิปปินส์ 15 ก.ย.นี้ ด้วยความเร็วลม 255 กม./ ชม. รัศมีการทำลายล้างกว้างถึง 900 กม. คาดมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 4 ล้านคน บ้านเรือนเสียหายกว่า 4.8 หมื่นหลังคาเรือน ทางการฟิลิปปินส์สั่งเตรียมพร้อมรับมืออพยพผู้คน จากนั้นพายุจะเคลื่อนตัวเข้าถล่มจีนเป็นประเทศที่ 2 ในวันที่ 16 ก.ย.ทางการจีนสั่งอพยพชาวบ้านและนักท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน จัดตั้งศูนย์พักพิงกว่า 3,777 แห่ง ในขณะที่กรมอุตุฯเตือนคนไทยเตรียมพร้อมรับมืออิทธิพลไต้ฝุ่นมังคุด เหนือ-อีสานฝนตกหนักปราจีนฯ-นครนายกเริ่มได้รับผลกระทบแล้วอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “มังคุด” เริ่มทำให้หลายพื้นที่ของประเทศเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน โดยที่ จ.ปราจีนบุรี เกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 13 ก.ย.ต่อเนื่องถึงช่วงเช้าของวันที่ 14 ก.ย. ส่งผลให้น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านทรัพย์ไพลิน ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี ในระดับสูง สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้ถูกน้ำท่วมขังอยู่แล้วมานานแรมเดือน ชาวบ้านนับร้อยหลังคาเรือนไม่สามารถใช้ห้องน้ำในการขับถ่ายได้ ต้องไปอาศัยตามปั๊มน้ำมันใกล้เคียง ช่วงเช้าแต่ละวันผู้ปกครองต้องใช้วิธีให้บุตรหลานนั่งในกะละมังพลาสติกเป็นพาหนะแทนรถเดินจูงลุยน้ำไปส่งโรงเรียน ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสส่วนที่ตลาดเทศบาลเมืองปราจีนบุรี น้ำท่วมร้านค้าได้รับความเสียหาย และถนนถูกน้ำท่วมในระดับสูง เจ้าหน้าที่เทศบาลต้องเร่งระบายน้ำลงสู่แม่นํ้า ปราจีนบุรี นอกจากนี้ น้ำป่ายังไหลเข้าท่วมวัดบ้านพระ โรงเรียนบ้านพระ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.บ้านพระ อ.เมืองปราจีนบุรี ในระดับสูงเช่นกัน กำลังพลทหารจาก พล.ร.2 พัน. 1 ค่ายจักรพงษ์ นำกระสอบทรายสร้างแนวป้องกันน้ำไหลเข้าห้องเรียน ขณะเดียวกันหน่วยกู้ภัยได้นำเรือท้องแบนเข้าไปขนย้ายผู้ป่วยและหญิงตั้งครรภ์แก่ใกล้คลอดออกจากหมู่บ้านออกมาอย่างทุลักทุเล หลังน้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านสูงไม่สามารถพักอาศัยได้ ล่าสุดพบมีผู้ประสบภัยแล้วกว่า 300 ครัวเรือน จ.นครนายก น้ำท่วมขยายวงกว้างใน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.บ้านนา อ.ปากพลี และ อ.องครักษ์ รวม 18 ตำบล 110 หมู่บ้าน 6,663 ครัวเรือน บางจุดระดับน้ำสูงถึงอก ชาวบ้านต้องใช้เรือแทนรถโดยเฉพาะชาวบ้านที่พักอาศัยในหมู่บ้านรอยัลลากูน หมู่ 4 ต.ทรายมูล อ.องครักษ์ กว่า 100 หลังคาเรือน เดือดร้อนอย่างหนัก ขอเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ของ อบจ.นครนายก มาติดตั้งเพิ่มอีก 1 เครื่อง รวมเป็น 3 เครื่อง ในขณะที่กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 12 ลำ บริเวณสะพานโยทะกา หน้าวัดพลอยกระจ่างศรี ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำของแม่น้ำนครนายก เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกงลงทะเล แต่เนื่องจากมีน้ำทะเลหนุนทำให้ระบายยากขึ้น จ.บึงกาฬ น้ำโขงลดระดับลงบ้างแล้ว นาข้าวในที่ลุ่มบ้านดอนปอ บ้านชัยบาดาล ต.โนนสว่าง อ.เมืองบึงกาฬ ยังมีน้ำท่วมขังสูงและเริ่มเน่าเสียเนื่องจากจมอยู่ใต้น้ำมานานแรมเดือน ชาวบ้านยังชีพด้วยการจับปลาขาย พ.อ.โฆสิตพงษ์ นิลเอก ผบ.กกล.รส.จ.บึงกาฬ นำเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายช่วยเหลือ พร้อมแจ้งเตือนชาวบ้านเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุไต้ฝุ่นมังคุด ส่วนที่ จ.นครพนม น้ำโขงลดลงต่ำกว่าจุดวิกฤติ 2 เมตร ลำน้ำสาขาเริ่มระบายได้ดีขึ้น เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำออกจากลำน้ำก่ำและลำน้ำอูนเพื่อรองรับมวลน้ำใหม่จากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นมังคุด ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่ายังมีชาวบ้านใน ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม ถูกน้ำท่วมขังกว่า 150 หลังคาเรือน คาดว่าหากไม่มีฝนตกซ้ำภายใน 1 สัปดาห์ น้ำที่ท่วมขังก็จะกลับคืนสู่ปกติ กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนพายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) ฉบับที่ 2 ว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ 14 ก.ย. 61 พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกหรือด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 126.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 204 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบนในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย.61 หลังจากนั้นผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน เข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 16-18 ก.ย.61 และอ่อนกำลังลงตามลำดับส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 ก.ย.61 ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม สำหรับคลื่นลมทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนในช่วงวันที่ 16-20 ก.ย.61 จะมีกำลังแรงขึ้น ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งให้ระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกาะติดสถานการณ์ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “มังคุด” ในมหาสมุทรแปซิฟิก กำหนดขึ้นฝั่งทางภาคเหนือฟิลิปปินส์ ในวันที่ 15 ก.ย. ด้วยความเร็วลมสูงสุดกว่า 255 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่าเป็นไต้ฝุ่นรุนแรงที่สุดของปีนี้ด้วยรัศมีการทำลายล้างกว้างถึง 900 กิโลเมตร ขณะที่เบื้องต้นทางการฟิลิปปินส์อพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดเกษตรกรรมคา-กายัน และอิซาเบลา กว่า 9,000 คน และอาจอพยพเพิ่มเติมปรับตามสถานการณ์ พร้อมจัดทีมกู้ภัยจำนวนมากจากหลายหน่วยงานเตรียมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่ประเมินว่าอาศัยอยู่ตามเส้นทางของพายุมากกว่า 4 ล้านคน ทั้งมีบ้านเรือนที่ทำจากวัสดุเบา อาจพังเสียหายจากแรงลมพายุกว่า 48,000 หลัง รวมถึงอาจเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในพื้นที่ภูเขา กรมอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ ระบุด้วยว่าซุปเปอร์ไต้ฝุ่นมังคุด หรือออมปอง ตามชื่อเรียกคนท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ยังคงทิศทางมุ่งสู่จีนแผ่นดินใหญ่ทางภาคใต้และเกาะฮ่องกงตามเดิม คาดว่าจะขึ้นฝั่งจีนในวันที่ 16 ก.ย. ขณะที่ทางการฮ่องกงประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือสภาพอากาศที่จะเลวร้ายอย่างต่อเนื่อง ส่วนรัฐบาลจีนสั่งเตรียมการรับมือไต้ฝุ่นในมณฑลกวางตุ้ง กวางสี ไหหลำ อพยพชาวบ้านและนักท่องเที่ยวกว่า 100,000 คน จัดตั้งศูนย์พักพิงกว่า 3,777 แห่ง สั่งเรือประมงกลับเข้าฝั่ง 36,000 ลำ เช่นเดียวกับการปิดชายหาด ระงับให้บริการขนส่งมวลชนบางส่วนรวมเรือข้ามฟากเกาะไหหลำ ทั้งนี้ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นลูกรุนแรงที่สุดในประวัติการณ์ของฟิลิปปินส์ คือไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน เมื่อปี 2556 ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายกว่า 7,350 คน