เป็นข่าวไม่ค่อยดีที่มีพนักงานสอบสวนตำรวจกองปราบปรามเรียกรับเงินค่าทำสำนวนคดีเครื่องสำอางไม่ได้คุณภาพ “เมจิกสกิน” ซึ่งในคดีนี้มีผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีเป็นจำนวนมากแต่ที่เป็นข่าวจับกุมนายตำรวจกองปราบปรามมีส่วนเรียกรับเงินจากผู้ต้องหา เป็นการออกมาแถลงด้วยตัวเองของ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เกี่ยวกับการดำเนินคดีตำรวจที่มีส่วนเรียกรับผลประโยชน์ชี้แจงว่า ในชั้นสอบสวนพบความผิดของตำรวจกองปราบฯยศรอง สว. เรียกรับเงินจากผู้เสียหายและเป็น “คดีเมจิกสกิน” ซึ่งเป็นคดีดังเป็นที่สนใจ เพื่อแลกกับการช่วยเหลือในเรื่องสำนวนสอบสวนหรือที่เข้าใจง่ายๆในวงการวิ่งเต้นคดีว่า “ค้าสำนวน”ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการตำรวจหลายๆคดี ผู้ต้องหาหาทางวิ่งเต้นเข้าหาพนักงานสอบสวนเพื่อช่วยเหลือคดี ทำสำนวนคดีอ่อนลง เอาผิดผู้ต้องหาหรือผู้บงการไม่ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับ “จิตสำนึก” ของพนักงานสอบสวนแต่เรื่องนี้แดงขึ้นมาจากที่มีผู้เสียหายรายหนึ่งติดต่อมาที่พนักงานสอบสวนทางแอปพลิเคชันไลน์ และทางโทรศัพท์ ขอให้ช่วยเหลือเร่งรัดดำเนินการสอบสวนคดีเมจิกสกินพนักงานสอบสวนบอกว่า ถ้าอยากให้คดีเดินหน้ารวดเร็วมากขึ้น ผู้ต้องหามีค่าใช้จ่ายคือจ่ายค่าทำสำนวนจนมีการโอนเงินเข้าบัญชีให้กัน เป็นพยานหลักฐานมัดตัวนายตำรวจกองปราบปรามรายนี้พล.ต.ต.ไมตรีย้ำว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชา ยืนยันว่า จะไม่มีการปกป้องเด็ดขาด ที่ผ่านมาหน่วยงานกองปราบปรามพยายามทำหน้าที่รับใช้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถที่สุดเมื่อคนในองค์กรประพฤติตนเสื่อมเสียเช่นนี้ ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ย่อมไม่ได้ขณะนี้ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัย เข้าข่ายความผิดมาตรา 157 และผิดวินัยร้ายแรง มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนมีการดำเนินคดีอาญาด้วยแม้นายตำรวจที่เรียกรับเงินไม่ได้เป็นการช่วยเหลือผู้ต้องหาแต่เป็นผู้เสียหายมาติดต่อประสงค์ขอให้การเพิ่มเติม และอ้างอิงไปถึงคดีเก่า จำเป็นต้องแก้ไขคำให้การในสำนวนเยอะจึงเสนอค่าใช้จ่ายเป็นผลประโยชน์ในการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกกับพนักงานสอบสวน แต่เมื่อตำรวจรับเงิน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเป็นความชัดเจนของผู้นำหน่วยที่ไม่ปกป้อง คุ้มครองตำรวจที่ทำความผิดย่อมเจ็บเพื่อรักษาหน่วยหลัก.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th