สัญญาณควัน ศึกชิงแม่ทัพประชาธิปัตย์เริ่มอย่างไม่เป็นทางการตามจังหวะการเปิดตัวของ “เสี่ยจ้อน” นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ยอมรับเองเลยว่า มีคนในพรรคเชียร์ให้ลงแข่งชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคเปิดหน้าท้าชิงตำแหน่งกันแบบไม่ต้องกั๊กเพิ่มเข้ามาในบัญชีแคนดิเดตที่มีการเปิดโพยมาก่อน ทั้ง “อู๊ดด้า” นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม มือปราบจำนำข้าว รวมทั้งชื่อขลังๆอย่าง “ปรมาจารย์ชวน หลีกภัย”อย่างไรก็ตาม โฟกัสจากหน้าตาตัวละครที่เปิดออกมาชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ดูท่าว่าประชาธิปัตย์ก็คงไม่ได้หวังถึงโอกาสชิงเป็นแกนนำจัดรัฐบาลโดยสถานการณ์ขอแค่เกาะขบวน ไม่ให้หลุดวงดีลอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านเท่านั้นซึ่งนั่นก็โยงกันได้กับตัวเลขล่าสุด “สวนดุสิตโพล” เปิดโพยว่าที่นายกรัฐมนตรี“นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. นำโด่งเป็นอันดับหนึ่งตามด้วย “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อันดับสอง ส่วนอันดับสาม “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่เมืองกรุงพรรคเพื่อไทย อันดับสี่ “ไพร่หมื่นล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และอันดับห้า อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรวัดตามตัวเลขก็ล้อตามผลของนิด้าโพลที่สำรวจมาแล้ว 2–3 รอบ คำตอบของประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังเทคะแนนให้ “นายกฯลุงตู่” ยึดแป้นเป็นอันดับหนึ่งเหมือนกันอันดับสอง “เจ๊หน่อย” อันดับสาม “เดอะมาร์ค” ตามมาด้วย “ธนาธร”มันชัดเจนเลยว่า “นิด้า–สวนดุสิต” ทั้งสองโพลผลออกมาชื่อซ้ำๆกัน เพียงแค่สลับอันดับตามเงื่อนไขสถานการณ์ที่เข้าใจได้ ในจังหวะที่ “เจ๊หน่อย” มีโอกาสหลุดคิวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เลยถูก “เดอะมาร์ค” แซงขึ้นมาอันดับสอง เพราะยังมองหาคนมาเบียดแทนหัวหน้าประชาธิปัตย์ไม่ได้แต่สังเกตหรือไม่ ชื่อที่หายไปเลย ไม่ติดโพยทั้งสองโพลนั่นคือคิวของ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยทั้งๆที่เคยขึ้นแท่นเป็น “ตัวแปรสำคัญ” ที่หลายสำนักฟันธง ตามสถานการณ์ที่รู้กันทั้งวงนอกวงใน เจ้าตัวแสดงความพร้อมเป็นแคนดิเดตชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีแล้วถึงตรงนี้ชื่อ “อนุทิน” หายไป ไม่ติดอันดับได้ลุ้นเลยเรื่องของเรื่อง นี่หรือเปล่าคือคำตอบ กับอาการเฮี้ยวๆของ “เสี่ยหนู” ที่อยู่ๆก็เปิดเกมห้าวท้ารบทีมเศรษฐกิจรัฐบาล “ลุงตู่” แบบไม่ไว้ไมตรีมุ่งเป้าเขย่าเมกะโปรเจกต์ “เรือธง” ยุให้ล้มกระดานโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี)เริ่มตั้งแต่มุกเบิ้ลบลัฟให้เอาเงินไปจ่ายให้คนรากหญ้าพัฒนาระบบการศึกษาก่อนดีกว่า หนักเข้าก็ตอกลิ่มภาคนิยม ฝนตกไม่ทั่วฟ้า โวยอีอีซีเป็นการพัฒนาให้ภาคตะวันออกเจริญอยู่ภาคเดียว แล้วภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ไม่ต้องเจริญเหรอตั้งหน้าตั้งตาเตะตัดขา ดิสเครดิตกันแบบเอาจริงเอาจังตามสถานการณ์ลากไปปั่นกระแสกันในโซเชียลมีเดียให้กองเชียร์ตามแห่ และยังได้แนวร่วมเพจเครือข่าย “ทักษิณ” ช่วยตีปี๊บขย่มทีมเศรษฐกิจรัฐบาล “ลุงตู่”ประกาศสงคราม ยกระดับเป็น “ศัตรูทางการเมือง”ในสถานการณ์ที่อีกฝั่งก็โต้กลับแบบไม่ไว้ไมตรี ทีมโซเชียลฯสายเชียร์ “นายกฯลุงตู่” โชว์บทความสื่อยักษ์ระดับโลกอย่างสำนักข่าว “บลูมเบิร์ก” วิเคราะห์โครงการอีอีซี คือผลงานโบแดงของรัฐบาล “ลุงตู่” ในการเดินหน้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว รองรับโลกอนาคตเบิ้ลกลับข้อมูลวิจารณ์ของ “เสี่ยหนู” ก็แค่ “วิชันแป๊ะขายขวด”ให้ราคาแค่ผู้รับเหมาถนัดเซ็งลี้ทางการเมืองตามท้องเรื่อง อ่านเกมเขี้ยวของ “เสี่ยหนู” เดินแต้ม “คั่วไพ่ 2 หน้า” ด้านหนึ่งก็เบิ้ลใส่พลังประชารัฐ เบียดแต้มไว้ต่อรองดีลอำนาจทีม “ลุงตู่” อีกทางก็เผื่อสวิงขั้วไปแจมกับฝั่ง “นายใหญ่” ได้ทุกเมื่อแต่ก่อนอื่นใด มันคือไฟต์บังคับ “เสี่ยหนู” ต้องเร่งปั่นเรตติ้งตัวเองวิธีเร็วสุดก็คือท้าบู๊กับทีม “ลุงตู่” กระโดดชกข้ามรุ่นกับมวยใหญ่ระดับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ อาศัยทางลัดปั่นราคา “อัปเกรด” ขึ้นมาอยู่ในบัญชีผู้เล่นแถวหน้าเพราะในจังหวะที่ “นายใหญ่” ยังควานหาตัว “นอมินีรุ่น 3” ไม่ได้ ประชาธิปัตย์กำลังโละ “อภิสิทธิ์” แท้ๆแต่ “อนุทิน” ชื่อหายไปเฉยเลย.ทีมข่าวการเมือง