หลังขรก.ใหญ่พม.บอกปัด ทั้งที่รับปากต่อหน้านายก“น้องแบม” โวย พม.ผิดสัญญารับปากต่อนายกรัฐมนตรีจะรับเข้าทำงาน หลังเปิดโปงคดีฉาวโกงเงินคนจน ทำให้หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพากันยกย่อง เมื่อเรียนจบ ป.ตรีไปทวงถามกลับแนะให้สมัครตามขั้นตอน ไม่มีสิทธิพิเศษ รู้สึกน้อยใจผู้ใหญ่ผิดสัญญา ขณะที่ “วัชระ” เผยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไม่มีสัจจะ เชื่อ “บิ๊กตู่” สั่งได้ภายหลังที่ “น้องแบม”น.ส.ปณิดา ยศปัญญา อายุ 23 ปี อดีตนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสถูกสั่งให้ปลอมเอกสารราชการโกงเงินคนจน 6.9 ล้านบาท ขณะเข้าฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น และจากการร้องเรียนดังกล่าว กลายเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสนใจ และสั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตใน ภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ตรวจสอบการทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) ทั่วทั้งประเทศ 76 ศูนย์ 76 จังหวัด พบการทุจริตรวม 67 ศูนย์ เป็นการเปิดโปงการทุจริตระดับประเทศจากนักศึกษาฝึกงานเพียงคนเดียว “น้องแบม” ออกมาเปิดเผยการทุจริตของกระทรวง พม. ทำให้หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพากันยกย่อง และมอบรางวัลต่างๆมากมาย รวมถึงการให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท และสัญญาว่าจะรับเข้าทำงานตามที่น้องแบมต้องการ เพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีที่ทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 ส.ค. ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น น้องแบมเปิดเผยว่า เรียนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้รับทุนมาศึกษาต่อปริญญาโท วิทยาลัยนวัตกรรม สาขาผู้นำสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ส่วนการทำงานตามที่ภาครัฐและเอกชนเคยแจ้งไว้นั้น ขณะนี้โรงแรมโฆษะขอนแก่นโดยนายชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ เป็นเจ้าของ รับเข้าทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกันน้องแบมเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้โทรศัพท์ไปหานางไพรวรรณ พลวัน รอง ปลัด พม. ที่เคยรับปากไว้ต่อหน้านายกรัฐมนตรีว่า จะรับเข้าทำงานหลังจากเรียนจบ ตนแจ้งความประสงค์ว่า อยากทำงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น เพราะอยู่ใกล้พ่อแม่ แต่กลับได้รับคำตอบว่า ถ้ามีประกาศรับสมัครคนเข้าทำงาน ให้มาสมัครตามขั้นตอน และสอบเข้าตามปกติ ไม่มีสิทธิพิเศษ และยังไม่ทราบว่าจะประกาศรับสมัครเมื่อใด คำตอบที่ได้ทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ ทำให้รู้สึกว่าผู้ใหญ่ไม่ทำตามคำสัญญา เหมือนถูกทอดทิ้ง ทำให้รู้สึกน้อยใจส่วนชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น น้องแบม เปิดเผยว่า ยังต้องอยู่อย่างระมัดระวังตัวกว่าเดิม ตนและครอบครัวเสียขวัญกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงแม้การ ข่มขู่จากเสียงที่มองไม่เห็น ไม่มีมานานแล้ว แต่ยังคงหวาดระแวง เพราะไม่รู้ว่าในสังคมที่เราพบเจอ มีใครเป็นมิตรหรือแอบแฝงอะไรอยู่บ้าง นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีน้องแบมยังไม่ได้งานทำจากหน่วยงานของรัฐ ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่รับจะดูแลเรื่องงานให้ แต่เป็นเรื่องที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไม่มีสัจจะ ตนเชื่อว่าคนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์สั่งคำไหนคำนั้น มีอำนาจเต็มตามมาตรา 44 ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ปี 60 ทั้งฉบับ แต่เรื่องนี้อาจจะช้าสักหน่อย เพราะน้องแบมเป็นลูกชาวบ้าน ไม่ใช่นามสกุลใหญ่โต นอกจากนี้ ยังมีเรื่องข้าราชการผู้หญิง 2 คนที่ลงชื่อรับรองในหนังสือร้องเรียนของน้องแบม ถูกกรมพัฒนาสังคมฯกลั่นแกล้งโยกย้ายไปต่างจังหวัดไกลๆ และร้องเรียนขอความเป็นธรรมผ่านตน กระทั่งประสานงานกับ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้สามารถโยกย้ายทั้งคู่กลับมารับราชการ ที่ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่นเป็นที่เรียบร้อย ตรงนี้ต้องขอขอบคุณด้วยขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนา สังคมฯรายงานข้อเท็จจริงว่า น.ส.ปณิดา (น้องแบม) เคยพูดคุยกับผู้บริหารกระทรวงฯแสดงความประสงค์ว่า ต้องการรับราชการและทำงานที่ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น เท่านั้น เพราะต้องดูแลบุพการี ไม่สามารถไปทำงานที่อื่นได้ ผู้บริหารกระทรวงฯ อธิบายกับ น.ส. ปณิดาว่า ต้องสมัครสอบเข้ารับราชการตามกระบวนการก่อน เมื่อได้แล้วทางกระทรวงจะดูแลให้เป็นอย่างดี แต่ น.ส.ปณิดาอาจเกิดความเข้าใจผิดว่าสามารถทำงานได้เลย จึงรอเวลา และเมื่อไม่เห็นว่าจะได้งานทำ เลยไปสมัครงานที่อื่นแทน จนปรากฏเป็นเรื่องราวตามข่าว แต่ล่าสุดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ แจ้งว่าสามารถรับ น.ส.ปณิดาเข้าทำงานได้ในเดือน ต.ค.2561 แต่เป็นพนักงานจ้างเหมา แต่น.ส.ปณิดาไม่ประสงค์จะทำงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น แล้ว เนื่องจากจะได้เข้ารับราชการที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เร็วๆนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบเรื่องแล้ว โดยย้ำว่ารัฐบาลยินดีสนับสนุนคนดีเต็มที่ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงทำความเข้าใจกับ น.ส. ปณิดา และครอบครัวให้ชัดเจน พร้อมทั้งให้คำแนะนำช่วยเหลือเกี่ยวกับการเข้ารับราชการด้วย