รถตกสะพานดับ 1 เจ็บ 2 ขนของบริจาคช่วยลาวในหลวงพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยดินถล่ม จ.น่าน เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่ปิดหมู่บ้านหวั่นเกิดเหตุซ้ำ ผู้นำชุมชนผวาขอย้ายหมู่บ้านไปตั้งยังสถานที่ใหม่ ขณะที่ญาติร่ำไห้นำ 8 ศพ เหยื่อดินถล่มประกอบพิธีทางศาสนา รัฐบาลช่วยบ้านเสียหายทั้งหลังจ่าย 2.3 แสนบาท ผู้เสียชีวิตศพละ 5 หมื่นบาท เหนือ-อีสาน แม่น้ำโขงใกล้จุดวิกฤติ ทะลักท่วมหลายจุด อุตุฯเตือนฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่วนเหตุเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยของลาวแตก เริ่มคลี่คลาย ระดับนํ้าลดแต่การเดินทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยยังลำบาก ขณะที่รถบรรทุกของบริจาคตกสะพานดับ 1 เจ็บ 2เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 ก.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี ไปประชุมและติดตามการแก้ไขปัญหาการเกิดภัยพิบัติ (ดินถล่ม) ในพื้นที่ อ.บ่อเกลือ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอบ่อเกลือ จ.น่าน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้องคมนตรี และมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภคไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบภัยพิบัติ ณ หอประชุมโรงเรียน บ้านสว้า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำรงชีวิตต่อไป ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปกล่าวให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดภัยพิบัติให้ได้รับทราบ ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่เหตุดินภูเขาสไลด์ถล่มทับบ้านเรือนประชาชนบ้านห้วยขาบ หมู่ 7 ต.บ่อเกลือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน หลังเกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้บ้านเรือนจมใต้ธรณี 4 หลัง มีชาวบ้านถูกฝังทั้งเป็น 8 ศพ และมีบ้านเสียหายกว่า 10 หลัง เจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮตักดินโคลนออก นอกจากนี้ ประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมปิดทางเข้าออกหมู่บ้านห้ามบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ เนื่องจากดินมีความชุ่มน้ำเสี่ยงดินถล่มซ้ำ ขณะเดียวกัน พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 นายไพศาล วิมลรัตน์ ผวจ.น่าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมกับพูดคุยกับผู้นำชุมชน ทั้งนี้ ผู้นำชุมชนเสนอขอย้ายหมู่บ้านออกจากพื้นที่เดิม ไปยังสถานที่แห่งใหม่อยู่ห่างจากจุดเดิม 4-5 กม. มีสภาพเป็นป่า พล.ท.วิจักขฐ์ รับเรื่องไว้พร้อมขอปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเสนอกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการต่อไปต่อมา นายไพศาล วิมลรัตน์ ผวจ.น่าน นางโศภาพรรณ วิมลรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน เยี่ยมผู้ประสบภัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านสว้า ต.ดงพญา พร้อมมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ ตั้งศูนย์พยาบาลช่วยผู้ประสบภัย เพื่อคอยดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด ส่วนหน่วยทหารพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 สนับสนุนรถบรรทุกน้ำและรถผลิตน้ำประปาเคลื่อนที่ไว้คอยให้บริการในศูนย์พักพิง นอกจากนี้ ทีมแพทย์ฟื้นฟูเยียวยาจิตใจของญาติผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัย ส่วนใหญ่มีอาการหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสำหรับผู้เสียชีวิต 8 ศพ ประกอบด้วย นายตุ๋ย ใจปิง อายุ 49 ปี นางกาบแก้ว อักระ อายุ 57 ปี นายธนกร อักขระ อายุ 33 ปี น.ส.กมลรัตน์ อักขระ อายุ 34 ปี ด.ญ.ชรินรัตน์ อักขระ อายุ 10 ขวบ นางกา อักขระ อายุ 64 ปี ด.ญ.ณัฎธิดา อักขระ อายุ 3 ขวบ และ น.ส.ณัฐทิชา อักขระ อายุ 21 ปี แพทย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชปัว ชันสูตรพลิกศพและพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้ว ญาตินำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาสวดพระอภิธรรม ที่วัดพระธาตุดวงคุ้ม (สว้า) ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม จ.น่าน มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ สั่งการให้จังหวัดช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ นายกฯมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนทั่วทุกภาคของประเทศในช่วงที่จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลางและใต้ อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประสบสาธารณภัยที่ จ.น่าน และจังหวัดอื่นๆ คณะกรรมการกำหนดมาตรการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รายงานว่าประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีผู้ประสบภัยในเรื่องการมอบเงินช่วยเหลือ ผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 5 หมื่นบาท ค่าซ่อมแซมบ้าน ถ้าเสียหายทั้งหลัง 2.3 แสนบาท เสียหายมาก 7 หมื่นบาท เสียหายเล็กน้อย 15,000 บาทนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) กล่าวว่า สั่งให้ทุกจังหวัดเตรียมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก วันที่ 29-31 ก.ค. แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานในพื้นที่ เตรียมพร้อมสรรพกำลัง จัดชุดเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กำหนดจุดปลอดภัยและจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว เตรียมพร้อมรองรับการอพยพ กรณีคลื่นลมแรงซัดชายฝั่ง ประสานหน่วยงานทางน้ำ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือ ทั้งเรือเล็กเรือประมง เรือท่องเที่ยว เรือข้ามฟาก หรือเรือเฟอร์รี่ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง มีเสื้อชูชีพและอุปกรณ์ความปลอดภัยให้เพียงพอ ให้ถือปฏิบัติอย่างเข้มงวดในการตรวจตรา และเตือนเรือห้ามออกจากฝั่งหากมีสถานการณ์คลื่นลมและคลื่นทะเลสูงส่วนสถานการณ์น้ำท่วมตามจังหวัดต่างๆ จ.แม่ฮ่องสอน เกิดฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลท่วมถนนแม่สามแลบ-บ้านซิวาเดอ และทางเข้าศูนย์อพยพแม่ลาอูน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย นอกจากนี้มีดินสไลด์บริเวณไหล่ทางหลวงหมายเลข 1263 กม. 18-19 บ้านหัวปอน ต.เมืองปอน อ.ขุนยวม เป็นเหตุให้ถนนเสียหาย 1 ช่องทาง รถสัญจรด้วยความยากลำบาก ส่วน จ.ตาก ดินจากภูเขาสไลด์ปิดเส้นทางเข้าหมู่บ้านขุนห้วยแม่สอด หมู่ 6 ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเปิดเส้นทางแล้ว นอกจากนี้ เกิดน้ำป่าซัดร่างนายหม่องเซ่ง อายุ 69 ปี ชาวเมียนมา จนเสียชีวิตอยู่ในลำห้วย หมู่ 5 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด ขณะเดินเข้าไปภายในไร่นายสุรนาท ศิริโชติ ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูง ออกประกาศเตือนผู้ควบคุมเรือและคนประจำเรือเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น เนื่องจากระดับน้ำอยู่ที่ 6.30 เมตร มีขอนไม้เศษสวะลอยมาจากทางเหนือเป็นจำนวนมากจ.นครพนม แม่น้ำโขงล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและเส้นทางจักรยานพื้นที่หมู่ 7 ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม น้ำล้นตลิ่งเป็นระยะทาง 3 กม. มีความลึกสุดประมาณ 1 เมตร มีแนวโน้มเพิ่มสูงเรื่อยๆ ส่วน จ.มุกดาหาร ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงอยู่ที่ 12.04 เมตร จากระดับวิกฤติ 12.50 เมตร ขณะที่ลำห้วยสาขาเริ่มล้นตลิ่งไหลท่วมชุมชนศรีประเสริฐ หมู่บ้านทรายทิพย์ เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร ชาวบ้านย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงส่วน จ.สกลนคร ฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้ทะเลสาบหนองหาน เป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำเพิ่มเกินระดับ 157 ม.รทก. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด เขต 3 สกลนคร เปลี่ยนการแจ้งเตือนจากธงเหลืองเป็นธงแดง พร้อมประกาศให้ประชาชนให้ขนทรัพย์สินขึ้นที่สูง เนื่องจากน้ำเริ่มไหลท่วมนาข้าวและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองสกลนคร และ อ.โพนนาแก้ว จนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะบ้านโพนแคใหญ่ หมู่ 2 ต.นาตงวัฒนา อ.โพนนาแก้ว น้ำท่วมสูง 1.30 เมตร บ้านเสียหายกว่า 40 หลังจ.กาฬสินธุ์ มวลน้ำจากเทือกเขาภูพานไหลกัดเซาะคันหนองน้ำสาธารณะบ้านหว้าน ต.บ่อแก้ว อ.นาคู จนถนนเลียบคันหนองน้ำเกิดการทรุดตัว น้ำไหลทะลักท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรจนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ น้ำไหลท่วมเส้นทางสัญจร ภายในหมู่บ้าน ประชาชนสัญจรด้วยความยากลำบากขณะที่นายสิทธิชัย ศักดา ผวจ.พังงา ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำ บริเวณคลองสองแพรก ต.สองแพรก อ.เมืองพังงา เป็นแหล่งท่องเที่ยวล่องแก่ง-แอดเวนเจอร์ เนื่องจากเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำป่า เบื้องต้นพบปริมาณน้ำมาก สีน้ำปกติ สามารถล่องแก่งได้ตามปกติ พร้อมเตือนผู้ประกอบการติดตามข้อมูลข่าวสาร หากสถานการณ์สุ่มเสี่ยงให้หยุดการให้บริการทันทีกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 29- 31 ก.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง บริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ช่วงวันที่ 1-4 ส.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนลดลงสำหรับปฏิบัติการค้นหาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเขื่อน “เซเปียน-เซน้ำน้อย” เมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว แตก สำนักข่าวเอบีซีลาว เผยแพร่ภาพชุดกลุ่มกู้ภัยไทยขณะลากเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทุกคนอยู่ในสภาพเปื้อนโคลนไม่ยอมใช้น้ำสะอาดที่มีอยู่ทำความสะอาดร่างกายและเสื้อผ้า เพราะต้องการเก็บไว้ให้ผู้ประสบภัย ได้ดื่ม หลังภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไปชาวลาวต่างแสดงความซาบซึ้งเป็นจำนวนมากขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Fangkhao99 เป็นสำนักข่าวลาว เผยแพร่ภาพอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว นำสิ่งของเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยแขวงอัตตะปือ ประสบอุบัติเหตุเสียหลักตกสะพานเซน้ำ–น้อย เมืองปากซอง แขวงจำปาสัก มีความสูงกว่า 10 เมตร ส่งผลให้นายอินตัน จันทวงศา คนขับเป็นชาวลาว เสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บ 2 คน คาดสาเหตุถนนลื่น ประกอบกับเส้นทางดังกล่าวเป็นภูเขาคดเคี้ยว นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ของลาวแตก ว่า ขณะนี้น้ำเริ่มลดระดับเกือบหมดแล้ว การคมนาคมเข้าไปในบริเวณเกิดอุทกภัยยังไม่สะดวก เส้นทางชำรุดและเป็นดินโคลน สำหรับสิ่งของที่ต้องการคือ ยากันยุงแบบทา นมกล่องสำหรับเด็ก ผ้าอนามัย ผงซักฟอก รองเท้าแตะ ยาสามัญประจำบ้าน ไฟฉาย เสื้อผ้า อาหารแห้ง ส่วนการบริจาคผ่านสถานเอกอัครราชทูตนั้น ทางสถานเอกอัครราชทูตได้จัดส่งไปให้เป็นระยะ โดยมอบผ่านหน่วยงานของทางการลาวส่วนบรรยากาศการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นางปิยพัชร สุบรรณ ณ อยุธยา เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกับชมรมแม่บ้าน สตม. และชาว จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมใจจัดส่งทีมอาสาสมัครไปร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวลาว นำรถประกอบอาหารเคลื่อนที่ไปปักหลัก รพ.อัตตะปือ พร้อมอาหารและน้ำดื่มเนื่องจากอาหารเริ่มขาดแคลน เพื่อประกอบอาหารสดนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยขณะที่ชาว จ.อุบลราชธานี ร่วมกันบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภคและบริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ พ่อค้า-แม่ค้า จำหน่ายเสื้อผ้าภายในตลาดยูปาร์ค ถนนชยางกูร ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี ร่วมกันบริจาคเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ประมาณ 2 หมื่นชิ้น เตรียมส่งมอบบริเวณด่านชายแดนช่องเม็ก อ.สิรินธร เช่นเดียวกับคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ อดีตภริยา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พร้อมด้วย น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ หลานสาว และผู้มีจิตศรัทธาในนามตัวแทนชาว จ.นครพนม ตั้งศูนย์รับบริจาคริมถนนสุนทรวิจิตร ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม เพื่อเตรียมมอบให้ผู้ประสบภัยชาวลาว มีประชาชนร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก