มีคนช่างสงสัยถามเรื่องออกเดต ซึ่งมีความหมายคล้ายๆบุคคลที่พึงพอใจกันชวนกันไปเที่ยว เพื่อศึกษาดูใจก่อนที่จะตัดสินใจว่า คุณควรจะคบหากับเค้าต่อไปดีหรือไม่? แต่ไม่ได้ถามเฉพาะที่เกี่ยวกับคนไทย คุณเพื่อนที่ช่างสงสัยกลับถามไปถึงการออกเดตของชาติอื่นๆด้วยว่า เค้าทำกันอย่างไรบ้าง?ประเด็นการออกเดต ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากทีเดียว การที่คุณรู้จักใครสักคนและฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยากชวนอีกฝ่ายไปออกเดตด้วย ถือเป็นสิ่งที่มีความหมายนะ สำหรับคนที่ใฝ่หาความรักงั้นเอางี้ อยากเล่าให้ฟังแล้วกันว่า ตามธรรมเนียมนิยมซึ่งแต่ละชาติเค้าปฏิบัติกันในการชวนใครสักคนไปออกเดตด้วยนั้น เค้าทำกันอย่างไรบ้าง? เผื่อท่านใดมีโอกาสได้พบเจอกับชาวต่างชาติจะได้ทราบวิธีการออกเดตของเค้าว่าเป็นอย่างไรกันไงล่ะ นอกจากนั้นหากท่านใดอยากศึกษาไว้เป็นความรู้คู่ความเลิฟ คืออยากทราบไว้เป็นวิทยาทานก็ดีเหมือนกัน เราจะได้ทราบว่า วิธีการออกเดตของชาติต่างๆนั้น มีความเหมือนหรือแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน? ส่วนใครจะนำมาประยุกต์ใช้ก็ขึ้นอยู่กับผู้อ่านละกันท่านว่า ถ้าเป็นในกรณีของรัสเซีย (รัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปีนี้) หากทั้งคู่ชวนกันไปออกเดตครั้งแรก ชาวรัสเซียจะไม่ถือสาว่า ฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายควรเป็นคนที่ชักชวนไปออกเดตก่อน (อย่างสมมติว่า บ้านเรา อาจเป็นฝ่ายชายที่ควรเปิดเกมขอไปเดตกับหญิงไรงี้) แต่รัสเซียจะเป็นเพศไหนชวนก่อนก็ไม่ว่ากัน ผู้หญิงสามารถเอ่ยปากชวนฝ่ายชายไปเดตก่อนได้ แต่ถ้าฝ่ายชายอยากเป็นฝ่ายรุกก่อนก็ย่อมได้เช่นกันแต่ในเรื่องของการเข้าไปทักทายกันนั้น เค้าไม่จูบกันหรอกนะ ยกเว้นหากสตรีเป็นฝ่ายชวนบุรุษก่อน แล้วเธอยื่นมือมาให้ฝ่ายชาย ฝ่ายชายอาจจูบที่ด้านหลังของมือเธอได้ แต่กรณีนี้ก็ต้องดูความเหมาะสมของสถานที่และสภาพแวดล้อมที่ชวนกันไปออกเดตด้วยนะ (ฝรั่งเค้าก็ไม่ได้จูบกันพร่ำเพรื่อซะที่ไหนเล่า) ดูตามกาลเทศะด้วยส่วนเนื้อหาที่ควรใช้ในการสนทนากันจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ สามารถหยิบยกขึ้นมาคุยกันได้หมด จะคุยเรื่องของตัวเอง, เรื่องเพื่อนๆ, เรื่องสมัยวัยเด็กหรือวัยรุ่นก็คุยไปเถอะแล้วหากใครเป็นฝ่ายชวนอีกคนไปเดต ก็ควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น สำหรับฝ่ายชายควรแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการพอเสร็จสิ้นการเดตแล้วอย่าลืมพาฝ่ายหญิงไปส่งให้ถึงบ้านด้วย หรือเรียกรถแท็กซี่ให้เธอเพื่อรับประกันว่าเธอจะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยก็ดีนะ แหม...น่ารักจังหากเป็นที่ฝรั่งเศส ดินแดนที่แสนโรแมนติกแห่งนี้ก็ไม่ถือสาเช่นกันว่า ใครจะเป็นฝ่ายชวนใครก่อน แต่เมื่อเจอกันตามนัดแล้ว ต่างฝ่ายต่างจะสลับจูบที่แก้มกัน (จะจูบโดนก็ได้หรือไม่โดนก็ได้ตามแต่ความพอใจ) โดยเริ่มต้นจูบที่แก้มให้จูบจากทางซ้ายก่อนนะยะ ส่วนหัวข้อที่จะนำมาพูดกัน ก็พูดได้หลายเรื่องตามที่ต้องการ ทว่าอย่าเอ่ยถึงแฟนเก่าก็แล้วกัน ไม่งั้นคู่เดตอาจหมดอารมณ์เอนจอยก็ได้ ส่วนค่าใช้จ่ายจะแยกกันจ่ายชนิดรับผิดชอบตัวใครตัวมันถือเป็นเรื่องธรรมดามาก ก็แชร์ๆกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตัวเองดีเหมือนกันหากเป็นที่สเปน จะทักทายกันด้วยการพูดคำว่า เฮลโล แล้วตามด้วยการจูบที่แก้มของกันและกันแค่ครั้งเดียวนะ ส่วนข้อห้ามไม่ให้นำมาเป็นหัวข้อสนทนาได้แก่เรื่องของแฟนเก่า (อู้ย.....ไม่ว่าคนชาติไหนเมื่อพูดถึงเดตแรกมักไม่อยากให้พูดถึงแฟนเก่าทั้งนั้น แม้แต่คนไทยยังไม่อยากได้ยินเลย)นอกจากไม่ควรพูดถึงแฟนเก่าแล้ว การสนทนาเรื่องเงินในกระเป๋าของคู่เดต, การเมืองและศาสนายังควรหลีกเลี่ยงอย่าไปพูดถึงด้วย เดี๋ยวจะผิดใจตั้งแต่เดตแรกคงไม่สวยเท่าไหร่ที่สเปน คู่เดตจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแบบตัวใครตัวมันก็ได้ แต่ผู้ชายบางคนอยากให้เกียรติผู้หญิงด้วยการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายก็มี ฝ่ายหญิงก็ประทับใจกันไปและคงมีเดตครั้งที่ 2 ว่ามะในอิตาลี จะทักทายกันในเดตแรกด้วยการจูบที่แก้มของกันและกัน ด้านหัวข้อที่อย่าได้เฉียดเข้าใกล้ในการสนทนา หนีไม่พ้นเรื่องเงินในกระเป๋า, เรื่องแฟนเก่าก็อย่าพูดถึง, เรื่องการเมืองอย่าแตะต้อง เดี๋ยวตีกันแย่ กระนั้น ที่อิตาลีไม่มีกฎห้ามเรื่องการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเดตแรก เพราะจะดื่มเท่าไหร่ก็ได้ตามใจชอบ แต่ดื่มกินแล้วก็อย่าลืมแยกกันจ่ายด้วยล่ะ เค้าถือเป็นเรื่องปกติที่เนเธอร์แลนด์มั่ง คู่เดตทักทายเมื่อเจอกันด้วยการเอาแก้มมาชนแก้ม 3 ครั้ง ต่อจากนั้นก็เซย์ไฮ หรือกอดกันก็ได้หากสนิทกันอยู่แล้วส่วนหัวข้อสนทนา จะไม่หยิบยกเรื่องแฟนเก่ามาพูดให้เสียบรรยากาศเช่นเดียวกับที่ชาติอื่นๆ อีกอย่างหนุ่มสาวที่ออกเดตกันครั้งแรก มีแนวโน้มชอบแยกรับผิดชอบค่าใช้จ่ายแบบตัวใครตัวมัน เพื่อไม่ให้ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต้องตกเป็นภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไงเล่าในเยอรมนี คนที่นี่ถ้าออกเดตจะเอ่ยปากทักทายด้วยการเซย์เฮลโล แล้วก็กอดกันพอเป็นพิธี ส่วนหัวข้อสนทนาที่เป็นข้อห้ามก็เหมือนกับที่อื่นๆ คืออย่าพูดถึงแฟนเก่า จะเพ้อรำพันถึงเค้าไปทำไม, การเมือง, การเงินและศาสนาก็อย่าแตะ กระนั้นที่นี่คุณจะดื่มอะไรหรือดื่มมากน้อยแค่ไหนก็ได้ตามใจชอบเป็นไงบ้าง ชอบวิธีการออกเดตของที่ไหนมากกว่ากัน?เมอร์ลิน