เอ่ยคำว่า “อัฐไม่เข้าใคร” เด็กๆรุ่นใหม่หลายคนก็อาจทำท่างง แต่เมื่อนึกถึงสำนวนอัฐยายซื้อขนมยาย ก็คิดได้ว่า อัฐ ก็คือเงินอัฐยายซื้อขนมยาย กาญจนาคพันธุ์ อธิบายว่า ทำประโยชน์ให้ผู้ใดหรือสิ่งใด โดยวิธีเอาทรัพย์หรืออันใดของผู้นั้น หรือสิ่งนั้นเอง มาทำตนเองได้ประโยชน์ โดยไม่ต้องเสียอะไรเลยส่วนผู้นั้นหรือสิ่งนั้น แม้จะได้ประโยชน์ด้วย ก็ต้องเข้าเนื้อเสียอะไรๆไปในเรื่องขุนช้างขุนแผน นางพิมพ์ก็ใช้อัฐยายซื้อขนมยาย คือ ให้เงินพลายแก้วมาสู่ขอตัวเองสำนวนอัฐยายคล้ายสำนวน เนื้อเต่ายำเต่า ต่างกันที่เนื้อ เต่ายำเต่า หมายถึง เอาในเนื้อนั้นเอง ทำประโยชน์ต่อไป โดย ไม่ต้องเสียหายต่อผู้อื่นสำนวนทำนองนี้ ชาติอื่นก็มี เปอร์เซียว่า เขาถอนเคราเอามา ใส่หนวย แขกมาระถีว่า ลักน้ำมันจากโบสถ์หนึ่ง มาจุดโคมอีกโบสถ์หนึ่ง อังกฤษว่า ขโมยของโบสถ์ปีเตอร์มาให้โบสถ์ปอล คำ “อัฐ” ไม่ว่าใช้ในสำนวนไหน มีความหมายถึงเงินก็จริง แต่เป็นเพียงเงินนิดเดียว“กาญจนาคพันธุ์” อธิบายในหนังสือสำนวนไทย อัฐเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนปลีกย่อย“เงิน” ที่ใช้กันสมัยโบราณ เป็นเงินแท้ เดิมมีสามขนาดเงิน บาท เงินสลึง และเงินเฟื้องเงินเฟื้องที่ทำด้วยทองแดง แบ่งเป็น 8 ส่วน แต่ละส่วนเรียก “อัฐ” (อัฐแปลว่าแปด)เงินเฟื้องที่ทำด้วยทองแดงเหมือนกัน ยังมีแบ่งเป็น 16 ส่วน แต่ละส่วน เรียก “โสฬศ” (โสฬศแปลว่า 16)เงินเฟื้องหนึ่ง จึงเท่ากับ 8 อัฐ หรือ 16โสฬศสมัยโบราณ สมัยที่ใช้เงินจริงๆ ใช้เงินอัฐ และเงินโสฬศกันในท้องตลาด เมื่อไม่มีเงิน ก็พูดกันว่า ไม่มีอัฐ หรือพูดว่า อัฐฬศไม่ค่อยมี สมัยนี้ก็คือพูดว่า ไม่มีสตางค์คำพังเพยโบราณ เล่นแร่แปรธาตุ ผ้าขาดเป็นวา คิดสะระตะโสฬศ นอนอดเหมือนหมา คำโสฬศ ที่มักใช้กัน ในเรื่องการเล่นหวย เล่นการพนัน นั้นฟังแล้วคิดว่าเป็นเชื่อวิชาขลัง...วิชาสำคัญที่จริง ก็หมายถึงวิชาหาเงินมาถึงสำนวนอัฐไม่เข้าใคร เป็นสำนวนโบราณ กาญจนาคพันธุ์ แปลตามตัวภาษาไทยว่า เงินไม่ถือว่าใครดีใครชั่ว ใครยุติธรรมเงินจะทำให้อะไรๆ กลับกลายไปอย่างไรก็ได้ถ้าเป็นสำนวนจีน ก็ใช้ว่า ใครมีเงิน ทำได้ทุกอย่างกระทั่งจ้างผีโม่แป้งผมเจอสำนวน อัฐไม่เข้าใคร ตอนดูข่าวม็อบการเมืองทางทีวี ...ม็อบการเมืองนั้นหลายครั้ง จากม็อบเล็กๆ ก็กลายเป็นม็อบใหญ่ เพราะคนมากๆคิดตรงกันเช่น ม็อบ 14 ตุลาฯ 2516 ประชาชน นิสิต นักศึกษา กระทั่งนักเรียน คิดเหมือนๆกันว่า ทนไม่ไหว ต้องออกมาช่วยกันขับไล่เผด็จการแต่ม็อบการเมืองระยะหลังๆ ก็พอรู้กัน ระดมคนความคิดตรงกันได้มากไม่พอ ก็ต้องเติมต่อด้วยพลังเงิน แต่ละม็อบ ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงใหญ่โต ล้วนแต่ใช้เงินมหาศาลใครที่ว่า...มีพลานุภาพนักหนา กระทั่งผู้นำพรรครุ่นใหม่ๆ ที่ปล่อยข่าวว่ากำลังมาแรงนั้น ก็ใครที่ไหน มาในมาด “เจ้าสัว” เต็มตัว ยิ่งมีเค้าว่า เจ้าสัวใหม่บวกเจ้าสัวเก่า ก็น่ากลัวยิ่งขึ้นสงครามสัประยุทธ์ทางการเมืองรอบนี้ น่าจะวัดดวงกันที่ ฝ่ายไหนมีเงินมากกว่าผมคงทำได้แค่ภาวนา ขอให้รอดปลอดภัย เจ้าประคู้น! อย่าถึงขึ้นเผาบ้านเผาเมืองไล่กันอีกเลย.กิเลน ประลองเชิง