นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยถึงการจัดตั้งบริษัททุนกับ 5 เสือบริษัทเอกชนวงการยางของประเทศไทย ที่ นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท.ได้ทำเอาไว้ว่า ขณะนี้ได้มีการยกเลิกกิจการทั้งหมดและยุติบทบาทการทำงานทุกอย่างแล้ว และที่ประชุมบอร์ด กยท. ได้วางแผนที่จะตั้งบริษัทร่วมทุนฯในรูปแบบใหม่ขึ้นมาแทน โดยให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เข้ามาร่วมถือหุ้นในบริษัทเพื่อนำผลผลิตยางของเกษตรกรไปจำหน่ายให้กับผู้ค้าในประเทศและต่างประเทศได้โดยตรงและกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะนำยางขาย ได้แก่ บริษัทผู้ผลิตยางล้อในตลาดต่างประเทศ จะไม่ได้มองแค่ตลาดประเทศจีนเท่านั้น แต่จะเปิดตลาดในประเทศอื่นๆ ทั้งในยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยจะประสานขอความร่วมมือจากทูตพาณิชย์ที่อยู่ในประเทศต่างๆขยายตลาดยาง พร้อมนำกลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่างๆมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Marketing Promotion การทำ Road-Show หรือ Business Matching นอกจากนี้ ได้วางแผนเจรจาในการแลกเปลี่ยนยางทั้งยางแผ่นรมควัน น้ำยางสด หรือยางแปรรูปกับสินค้าอื่นๆ เช่น ปุ๋ย เครื่องจักรที่จะใช้ในการแปรรูปยางแบบจีทูจี โดยจะต้องเสนอขอความเห็นชอบจากรัฐบาล หากเป็นไปได้จะมีการจัดตั้งสำนักงานขายยางในต่างประเทศด้วย เพื่อเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายและเจรจาทำสัญญาในการซื้อขาย เพื่อให้ได้ยอดสั่งซื้อก่อนที่จะมารับซื้อยางจากเกษตรกรไปจำหน่าย รักษาการผู้ว่าการ กยท.กล่าวอีกว่า การตั้งบริษัทร่วมทุนนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาของบอร์ด กยท. เพื่อนำเสนอให้ ครม.พิจารณาตัดสินใจอีกครั้ง เพราะยังมีปัญหาข้อกฎหมายในเรื่อง สหกรณ์ชาวสวนยาง จะสามารถเข้ามาถือหุ้นในกิจการของบริษัทได้หรือไม่ หากไม่มีปัญหา หลังจากมีการตั้งบริษัทแล้ว จะเริ่มทำการตลาดก่อนการผลิต ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หาลูกค้าให้ได้ก่อนและทำสัญญาให้ชัดเจนว่า ต้องการจำนวนเท่าไร ส่งมอบเมื่อไหร่ ในราคาเท่าไหร่ โดยบริษัทร่วมทุนจะเป็นผู้กำหนดราคา ภายใต้พื้นฐานของต้นทุนการผลิตที่ชาวสวนยางอยู่ได้ บวกกำไรที่จะได้รับ ซึ่งจะช่วยให้ชาวสวนยางไม่มีความเสี่ยง แต่สิ่งสำคัญสถาบันชาวสวนยางจะต้องมีความรับผิดชอบต่อข้อตกลง ถ้าทำผิดสัญญาจะต้องมีมาตรการลงโทษด้วยเช่นกัน.