นายกฯ ซิ่งโชว์ บุรีรัมย์ 3 หมื่น เชียร์-ลุงตู่สู้ๆ“บิ๊กตู่” ยก ครม.ลงอีสานใต้ เยือนถิ่น “เนวิน” ถก ครม.สัญจร สุรินทร์-บุรีรัมย์โชว์เว้าขะแมร์ “ออกุนเจริญ” อัดฉีด 200 โครงการ กว่า 2 หมื่นล้าน กล่อมชาวบ้าน ศก.ไม่ได้แย่ตามที่ปั่นกัน เจ้าบ้านครึกครื้นจัดช้างแฝดผู้รับ “เนวิน” ขน 3 หมื่นเชียร์ “ลุงตู่สู้ๆ” อ้อนของบฯลงบุรีรัมย์หมื่นล้าน ประสานเสียงไร้วาระแฝงการเมือง นายกฯปลื้ม 4 ปีคนบุรีรัมย์รักใคร่กันดี พร้อมดันเป็นสปอร์ตซิตี้ ไม่วายเหน็บใครอยากอยู่ ตปท.ปล่อยเขาไปโชว์ฝีมือนักบิดซิ่งบิ๊กไบค์ 900 ซีซี “ยี้ห้อย” อวยให้พ้นภัยสื่อ-นักการเมือง “อนุทิน” ปัดเกณฑ์คนปั่นบิ๊กดีล ทำขึงขังดูดคน ภท.ระวังติดคอตาย “อุตตม” รีบชิ่งปมตั้งพรรค “มาร์ค” สับ 4 ปี คสช. คนระอาปฏิรูป “จาตุรนต์” เย้ยผลงานเหลวเป๋ว “ทักษิณ-ปู” วางคิวไปยุโรปต่อ ป.ป.ช.จัดให้ยื่นฟ้องคดีทีพีไอท่ามกลางการจับตามองถึงการขนคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ ไปจัดประชุม ครม.สัญจรที่ จ.บุรีรัมย์และสุรินทร์ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นการเพิ่มพลังดูด “กลุ่มเพื่อนเนวิน” และพรรคภูมิใจไทย ให้มาเป็นแนวร่วมสนับ สนุนรัฐบาล คสช. รองรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปนั้น “บิ๊กตู่” ยก ครม.ลงอีสานใต้เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 7 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สุรินทร์ และประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค. โดยภารกิจวันแรกในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม โดยนายกฯให้นโยบายว่า การเปิดจุดผ่านแดนถาวรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ จะเปิดทุกที่ไม่ได้จะมีปัญหา โดยเฉพาะรัฐบาลต้องดูเรื่องความมั่นคงด้วย ต้องดูศักยภาพเน้นกิจกรรมเชื่อมโยง สินค้าต้องมีลิขสิทธิ์ถูกต้อง มีคุณภาพ อย่าปลอมปนและสวม อย. จากนั้นได้พบตัวแทนชาวบ้านและคณะกรรมการพัฒนาสตรีกาบ–เชิง 150 คนที่สวมชุดพื้นเมืองมาร่วมร้องเพลง “คืนความสุขให้ประเทศไทย” ต้อนรับ ซึ่งนายกฯก็ร่วมร้องไปด้วยลั่นเศรษฐกิจไม่ได้แย่ตามที่ปั่นพล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่า ร้องเพราะมาก ไม่รู้ใครแต่ง ตนมี 6 เพลงขอให้ร้องให้ได้ เพราะเขียนขึ้นเพื่อพวกเรา เขียนจากหัวใจ ไม่ได้ทำให้ทุกคนรักตนแต่ต้องการให้รักประเทศชาติ รัฐบาลไม่มุ่งหวังทำร้ายใคร ไม่ทำลายรายได้ของประชาชน แต่หลายอย่างต้องจัดระเบียบ หลายคนจึงไม่รักเราเพราะหากินยาก เศรษฐกิจแย่ ขอให้ไปบอกว่าเศรษฐกิจไม่ได้แย่ขนาดนั้น ยืนยันเข้ามาไม่ได้ทำอะไรเสียหาย วันนี้ดีใจที่ทุกคนมีความสุข เชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นเอง อย่าห่วงขายสินค้าออนไลน์ว่าจะถูกยึดครอง แต่เป็นการนำสินค้าที่มีคุณภาพของเราไปขายให้ได้มากขึ้น ตลอด 4 ปีรัฐบาลไม่ได้สั่งอย่างเดียว รับฟังความคิดเห็นประชาชนทุกเรื่อง อย่างเรื่องที่ดินต้องคำนึงถึงพื้นที่ป่าและกฎหมาย เรื่องปฏิรูปต้องใช้เวลา เชื่อใช้เวลาอีกไม่นานทุกอย่างจะดีขึ้น มาที่นี้ด้วยหัวใจไม่ได้มาเพื่อการเมือง ไม่ได้มาแล้วจังหวัดนี้ต้องได้งบ 20,000 ล้านบาท ต้องคิดถึงคนทั้ง 77 จังหวัดเดินหน้าไปพร้อมกัน โชว์เว้าขะแมร์ “ออกุนเจริญ”จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะเยี่ยมชมจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา พร้อมทักทายเจ้าหน้าที่ประจำด่านของกัมพูชา นายกฯกล่าวว่าขอให้ช่วยกันดูแลให้ดี เพราะเรามีแผนจะขยายด่านชายแดนออกไป ถ้าสามารถเปิดได้ขอให้เปิดอย่างถูกต้อง อย่าให้มีปัญหาในอนาคต พร้อมกล่าวอวยพรเป็นภาษากัมพูชาว่า “ออกุนเจริญ” ซึ่งแปลว่า “ขอบคุณ ขอให้เจริญๆ” พร้อมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูและสัญลักษณ์ “มินิฮาร์ต” ให้กับประชาชนผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการลงพื้นที่ด่านช่องจอม พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หรือ “บิ๊กเยิ้ม” แกนนำพรรคชาติพัฒนา และเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ได้มาร่วมต้อนรับนายกฯด้วย เมื่อถูกถามถึงกระแสการดูดอดีต ส.ส.ของรัฐบาลคสช. พล.อ.ธวัชชัยตอบว่า ตอนนี้มีแต่พรรคพวกยังไม่ขอพูดถึงการเมือง รอให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ เมื่อถามย้ำว่ายังไม่โดนดูดใช่หรือไม่ พล.อ.ธวัชชัยตอบว่า ใช่ๆ ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องการดูด ครึกครื้นจัดช้างแฝดต้อนรับต่อมาเวลา 11.00 น. นายกฯและคณะได้เยี่ยมชมหมู่บ้านทอผ้าไหมยกทองโบราณบ้านท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมืองสุรินทร์ มีข้าราชการ ประชาชนและนักเรียน มาต้อนรับกว่า 4,000 คน มีการจัดช้างแฝดคู่แรกของโลกเพศผู้ ชื่อว่าทองคำและทองแท่ง อายุ 8 ปี มาต้อนรับ ด้วยการใช้งวงนำกระเช้าดอกไม้มอบให้นายกฯ พร้อมใช้งวงประกบกันเป็นรูปหัวใจ ขณะที่นายกฯให้กล้วยน้ำว้าและแตงกวาเป็นอาหาร ก่อนเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และสินค้าโอทอปบ้านท่าสว่าง ชมการทอผ้าไหม พร้อมเซ็นชื่อเป็นที่ระลึกและเขียนข้อความว่า “ด้วยรักและห่วงใย” จากนั้นร่วมตีกลองและฟ้อนรำกับชาวบ้าน ลองตำข้าวและสีข้าวด้วยมือ พร้อมชิมข้าวพันธุ์ชนิดต่างๆที่ขึ้นชื่อของ จ.สุรินทร์ อาทิ ข้าวดอกมะลิ 105 ข้าวปกาอำปึล และข้าวเหนียวดำโต้แหลกล็อกเก้าอี้นายกฯจากนั้นนายกฯร่วมจัดรายการวิทยุสำนักงานพัฒนาภาค 5 และกล่าวกับชาวบ้านว่า วันนี้ร้อนแต่มาที่นี่อบอุ่นใจ รัฐบาลทำเพื่อพวกเรา วันหน้าใครมาก็มาทำต่อ เราจะเริ่มให้ดีที่สุด อย่าไปคิดอะไรที่มันง่ายเกินไป เดี๋ยวล้มเหลวไม่ต่อเนื่อง เอาเงินมาแจกคนละพันเดี๋ยวก็หมด ทุกคนต้องปรับตัว “อย่าให้ใครมาบิดเบือน มาบอกว่าผมล็อกเพื่อเข้ามาอีกครั้ง ผมไม่ได้ไปล็อก แต่คนที่พูดนั้นแหละกลัวว่าผมจะเข้ามา อย่าให้ใครมาบอกให้เงิน เชื่อผม เพราะผมไม่ได้มาเพื่อการเมือง ทุกคนต้องเคารพกฎหมายคงไม่มีใครอยากไปบังคับใคร เดี๋ยวจะหาว่านายกฯลุงตู่บังคับคนอย่างที่เขาพูดกัน หน้าตาผมใจดีจะตายทุกคนต้องเคารพกติกา ผมก็เคารพกติกาเช่นกัน ส่วนเรื่องทุจริตดำเนินทุกเรื่องโดยไม่จำเป็นต้องมีใบเสร็จ” มื้อกลางวันหม่ำเมนูไข่มดแดงผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายชาวบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มีประชาชนมาขอถ่ายรูปและนำของมามอบให้ อาทิ พระเครื่อง ผ้าขาวม้า ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ จ.สุรินทร์ ขอให้นายกฯพิจารณาสร้างสนามบินเพื่อพัฒนาระบบขนส่งและการท่องเที่ยว จากนั้นเดินเยี่ยมชมตลาดประชารัฐที่จำหน่ายผ้าไหม เครื่องเงิน ปลาร้าบอง ผักสด จังหวะหนึ่งได้มีชาวบ้านมาร้องเรียนเรื่องปัญหาราคาข้าวตกต่ำ นายกฯจึงกล่าวว่า ทุกวันนี้ขายข้าวหอมมะลิจนไม่มีจะส่งออกแล้ว อย่าคิดว่าราคาข้าวจะขึ้นมาก ต้องขึ้นอยู่กับผู้ซื้อด้วย จากนั้นได้พักทานอาหารกลางวันที่ทางจังหวัดจัดอาหารพื้นบ้านต้อนรับ อาทิ แกงผักหวานปลากรอบใส่ไข่มดแดง แกงจืดปลาร้าบอง ผักสด ไข่เจียวใส่ไข่มดแดง ไก่ย่างเพี้ยราม ลาบหมู ปลาเนื้ออ่อนทอด ตำไก่ใส่มะม่วง ไอศกรีมกะทิและผลไม้ “เนวิน” นำทีมเชียร์ “ลุงตู่สู้ๆ”ต่อมาช่วงบ่ายที่สนามช้าง อารีนา จ.บุรีรัมย์ ที่นายกฯมีกำหนดลงพื้นที่พบประชาชน โดยก่อนเวลา 15.00 น. นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงสนาม และได้นำเชียร์ด้วยตัวเองโดยขอให้ประชาชนกว่า 3 หมื่นคนที่มารอต้อนรับนายกฯ กล่าวเสียงเชียร์ “ลุงตู่สู้ๆ” โดยมีนางกรุณา ชิดชอบ ภริยา และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาร่วมเชียร์ด้วย นายเนวินกล่าวตอนหนึ่งว่า “ขอให้อดทนต่อแสงแดดและความร้อน เพราะนายกฯลุงตู่เดินทางมาบุรีรัมย์แล้ว ขอให้ส่งเสียงดังๆเพื่อให้นายกฯลุงตู่อนุมัติงบประมาณลงพื้นที่บุรีรัมย์หมื่นล้าน ขอให้ร่วมกันให้กำลังใจ” เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเรื่องการเมือง นายเนวินปฏิเสธที่จะตอบคำถามโดยกล่าวเพียงว่า “วันนี้ไม่มีวาระเรื่องการเมือง มีแต่วาระประชาชน ไม่มีการเมือง ไม่ต้องถามอะไร”ยึด “เสี่ยหนู” ทีมประชารัฐจากนั้นเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางมาถึงสนามช้าง อารีน่า ได้เดินโบกมือทักทายประชาชนไปรอบสนาม ท่ามกลางเสียงเชียร์ตะโกนว่า “ลุงตู่ ลุงตู่” ดังกึกก้องไปทั่ว โดยนายกฯ ได้เป็นสักขีพยานพิธีมอบเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่ป่าให้ตัวแทนผู้นำชุมชน จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ และบุรีรัมย์ พร้อมกล่าวแนะนำ ครม.ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวนายเนวิน และนางกรุณา ชิดชอบ ว่าเป็นเจ้าของสโมสรบุรีรัมย์ว่าตอนเป็นประธานสโมสรอาร์มี ยูไนเต็ด แข่งกับบุรีรัมย์ทีไรแพ้ทุกที ยังจำรอยแค้นนี้ได้อยู่ แต่กีฬาคือกีฬา เมื่อสู้ไม่ได้ก็ต้องพยายามกันต่อไป พร้อมกับแนะนำนายอนุทินว่าเป็นทีมงานประชารัฐของรัฐบาลปลื้ม 4 ปี คนบุรีรัมย์รักใคร่กันพล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มาวันนี้รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ เห็นความเจริญของ จ.บุรีรัมย์ เป็นไปในทิศทางที่ดี ยินดีที่ได้เห็นความรักของพวกเราชาวบุรีรัมย์ ที่ไม่มีการทะเลาะขัดแย้งแบ่งสีเสื้อกันตลอดเวลาที่เป็นนายกฯ มา 4 ปีเลย ขอให้รักษาเอาไว้ บุรีรัมย์เป็นเมืองแห่งความรื่นรมย์ เมืองแห่งความสุข มีประวัติศาสตร์อารยธรรมเขมรโบราณมายาวนาน คนทั่วโลกมาเยี่ยมชม แต่จีดีพีของบุรีรัมย์อยู่ในขั้นน่าเป็นห่วง พรุ่งนี้จะมีประชุม ครม.สัญจร มีเรื่องให้พิจารณากว่า 200 โครงการ ร่วมกว่า 2 หมื่นล้านบาท รัฐบาลจะอนุมัติบางส่วนตามโครงการเร่งรัด วันนี้ไม่ได้มาการเมืองอย่างที่หลายคนพูด ไม่มีอะไรกับใครทั้งสิ้น รักทุกคน ต้องการทำให้ประเทศเข้มแข็ง และบุรีรัมย์เองก็เป็นหนึ่งใน 12 เรื่องต้องห้ามพลาด สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรไม่ให้บุรีรัมย์เป็นเมืองทางผ่าน คิดว่าการท่องเที่ยวจะมาช่วยทำให้ทุกอย่างดีขึ้น เพราะเมืองนี้มีคนมีชื่อเสียงทั้งนักมวย นักกีฬา และยังมีสนามฟุตบอลที่ทุกคนมาเยี่ยมได้ ร่วมดันเป็นเมืองสปอร์ตซิตี้“วันนี้มีสนามช้างและสนามอื่นๆ ทำไมสนามเหล่านี้ถึงมาอยู่บุรีรัมย์หมดก็ไม่เข้าใจ จังหวัดอื่นต้องช่วยด้วยเพื่อให้วันหน้ามีสนามเสือ สิงห์ และอื่นๆ ประเทศต้องเจริญเติบโตไปพร้อมกัน วันนี้เราต้องการให้ไทยรู้จักในเวทีโลก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ผมได้สั่งการให้จัดการท่องเที่ยวทั้งปี ไม่ใช่ปล่อยให้โรงแรมมีห้องว่างมาก เมื่อไม่มีการแข่งขันกีฬา หรือไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว เพราะถือว่าการกีฬาของเราดีที่สุดในอาเซียน และในการแข่งขันโมโตจีพีทุกคนต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อต้อนรับนักแข่งขันระดับโลก วันนี้ราคาที่ดินบางพื้นที่ในบุรีรัมย์ขึ้นจากราคาแสนห้า เป็นล้านห้า ดังนั้นเราต้องไปดูว่าจะสามารถพัฒนากีฬาอื่น เช่น กีฬาทางน้ำ จักรยาน เอ็กซ์ตรีม วิ่งมาราธอน ไตรกีฬาได้หรือไม่ อยากให้บุรีรัมย์เป็นเมืองกีฬาหรือสปอร์ตซิตี้ เพื่อต่อยอดเป็นเมืองแห่งสุขภาพ” นายกฯกล่าวเหน็บคนอยู่ ตปท.ปล่อยไปพล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นการวางกรอบว่าจะเดินหน้าประเทศไปอย่างไร อย่าบอกว่านานเกินไปเพราะเป็นเรื่องของลูกหลาน ส่วนเรื่องการทำงานจากนี้ต่อไป ตนจะเป็นอะไรนั้นเป็นเรื่องของอนาคต ยืนยันว่าการมาวันนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองหรือต้องการให้ประชาชนมารักตน เพราะเป็นเรื่องที่พูดยากใครจะไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แต่ขอให้ไม่เกลียดก็พอ ซึ่งรัชกาลที่ 10 ถือว่าเป็นรัชกาลแห่งการปฏิรูป พระองค์มีรับสั่งให้สืบสานรักษาต่อยอดสืบเนื่องจากรัชกาลที่ 9 ที่ทรงริเริ่มเรื่องต่างๆ มามากมาย ขอให้ทุกคนรักกันเพราะบ้านเมืองจะอยู่ได้เพราะคนไทยทั้งประเทศ คนอยู่ต่างประเทศปล่อยเขาไป ทดลองซิ่งบิ๊กไบค์ 900 ซีซีกระทั่งเวลา 16.30 น. พล.อ.ประยุทธ์และนายเนวิน จึงเดินทางมายังสนามช้าง อินเตอร์-เนชั่นแนล เซอร์กิต เพื่อตรวจความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 15 รายการ PTT Thailand Grand Prix เมื่อนายกฯมาถึงได้เยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์และการแข่งขันของสนามต่างๆ รวมทั้งให้กำลังใจผู้สนับสนุนและเยาวชนที่เข้าร่วมแข่งขัน และผู้ฝึกหัด และ พล.อ.ประยุทธ์ได้เปลี่ยนสวมชุดเซฟตี้สำหรับการขี่รถจักรยานยนต์ หรือชุดนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ และได้เลือกขี่รถ yamaha MT-09 Tracer ขนาด 900 CC รถแข่งแนวอเนกประสงค์ตัวแรง ประเภททัวร์ริ่ง ป้ายด้านหลังเขียนว่า GU 12 BURIRAM UNITED 1 ส่วนนายเนวิน ชิดชอบ ขับขี่ Honda CB 1100 ทะเบียน 7 กฌ 6922 “ยี้ห้อย” อวยนายกฯพ้นภัยสื่อผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากขี่วนไป 2 รอบสนาม นายกฯได้ลงมาขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกคน จากนั้นนายเนวินได้นำหมวกกันน็อกลายไทยมอบให้นายกฯพร้อมกล่าวว่า “ขอให้ท่านนายกฯปลอดภัยจากสื่อและนักการเมือง สำหรับหมวกของผมไม่แข็งแรงเท่านี้ เพราะผมไม่ต้องไปยุ่งกับสื่อและนักการเมือง” โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกหมวกกันน็อกมาใส่ให้สื่อมวลชนถ่ายรูปก่อนทำท่าตั้งการ์ดขึ้นป้องกัน ก่อนกลับนายกฯได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับบรรดานักแข่งทั้ง 2 ทีม รวมทั้งได้มอบลายเซ็นบนหมวกเป็นที่ระลึกให้กับเจ้าหน้าที่สนามด้วย จากนั้นจึงเดินมาที่รถยนต์เพื่อจะเดินทางกลับไปยังที่พัก โดยมีนายเนวินและนายอนุทินตามมาส่งและพูดคุยอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่นายกฯจะหันมากล่าวว่า เป็นกำลังใจให้ทุกคน ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ และช่วยกันปฏิรูปประเทศเดินชมถนนคนเดินเซราะกราวต่อมาช่วงค่ำ นายกฯและคณะเดินชมถนนคนเดินเซราะกราว เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ มีการนำการ ละเล่นหุ่นชักมาต้อนรับ ซึ่งนายกฯเดินทักทายพ่อค้า แม่ค้าและประชาชน และลองหยอดทองลงบนผ้าไหม อ.นาโพธิ์ โดยมีประชาชนเข้ามาสอบถามว่าเหนื่อยไหม ซึ่งนายกฯตอบกลับไปว่า ไม่เหนื่อย ท่ามกลางเสียงตะโกนให้กำลังใจนายกฯสู้ๆ ขณะที่กลุ่มศิลปินเมืองแปะ มอบภาพวาดรูปเหมือนนายกฯและรูปพญานาคให้เป็นที่ระลึก จากนั้นจึงเดินมายังลานวัฒนธรรม ร่วมรับประทานอาหาร พร้อมชมการแสดงพื้นบ้านกันตรึม จากกลุ่มนักเรียน และก่อนกลับได้เดินเยี่ยมชมและแวะชิมอาหารในตลาด ก่อนกลับที่พัก“อนุทิน” ปัดเกณฑ์คนปั่นดีลด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ประชาชนที่เดินทางมาต้อนรับ นายกฯและคณะ น่าจะเกินความจุของสนามกว่า 3 หมื่นคน และไม่ได้เกณฑ์มา เพราะ จ.บุรีรัมย์ต้องไม่ธรรมดา เมื่อ ครม.มาถือเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่ต้องต้อนรับ ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม ที่ตนมาวันนี้ไม่มีเรื่องการเมือง แต่มาอำนวยความสะดวกในฐานะ คนที่อยู่ในพื้นที่นี้ วันนี้ไม่มีใครเอาเรื่องการเมืองมาในสนามแห่งนี้ ใครเอามาก็สลบ เพราะยังเร็วเกินไปที่จะคิดเรื่องการเมือง วันนี้เป็นเรื่องของประชาชน แค่มาดูเผื่อหาเสียงหรือปราศรัยใหญ่แล้วมาจัดที่สนามแห่งนี้ก็ไม่เลว คนที่มานับหมื่นวันนี้ก็ไม่ได้ประชาสัมพันธ์เพื่อมาเป็นฐานเสียงรัฐบาล ต้องไปถามประชาชนทำขึงขังดูดคน ภท.ติดคอตายเมื่อถามว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ต่อไปหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนพรรคและคนของพรรค ตอนนี้เร็วเกินไปที่จะพูดอะไร ยังไม่รู้ว่าจะมี ส.ส.กี่คน และสมาชิกจะทนพลังดูดได้แค่ไหนก็ไม่รู้ และตนจะไม่มีวันพูด ไม่มีวันคิด ไม่มีวันทำอะไรโดยที่ยังไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในกระเป๋าบ้าง ทุกอย่างจะชัดเจนเมื่อเห็นจำนวน ส.ส.อยู่ในมือ ต้องรอให้มีการเลือกตั้งเรียบร้อยก่อน ไปตกลงตอนนี้โดยที่เราไม่รู้เรื่องทำไม่ได้ ยืนยันว่าพรรคภูมิใจ-ไทยต้องขายนโยบาย ไม่ใช่ขายทิศทาง เมื่อถามถึงกระแสข่าว คสช.ดูดสมาชิกกลุ่มเพื่อนเนวินให้ไปร่วมงานกับรัฐบาล นายอนุทินย้อนถามว่า ใครดูดไปคิดอย่างนั้นไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยเพิ่งอายุ 10 ปี ตนเป็นหัวหน้าพรรคมา 5 ปี จะให้ใครมาดูดใครง่ายๆได้อย่างไร ใครดูดติดคอตายแน่นอน ขอย้ำว่าอย่าเพิ่งไปพูดอะไร “อุตตม” รีบชิ่งหนีปมตั้งพรรคผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างสัมภาษณ์นายอนุทินอยู่นั้น นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ได้เดินผ่านมาพอดี ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามความคืบหน้าการตั้งพรรคเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกสมัยหลังเลือกตั้ง โดยนายอุตตมกล่าวปฏิเสธทันทีว่า “ไม่รู้ๆ”“มาร์ค” สับ 4 ปี คสช.คนระอาปฏิรูปวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการต้องถาม ทางสถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ ต่อคำถามว่าคุ้มหรือไม่ที่บ้านเมืองถูกยึดอำนาจโดย คสช.ใกล้ครบ 4 ปี ว่า ใช้คำว่าคุ้มไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ในความรู้สึกถ้าพูดคำว่าคุ้ม ต้องไปคิดลักษณะการลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนกลับมา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผู้ก่อรัฐประหารบอกว่าเป็นเรื่องความจำเป็นต้องหยุดยั้งสถานการณ์วุ่นวาย มาถึงวันนี้ประเมินยาก เพราะโจทย์เปลี่ยน เกือบ 4 ปีแล้วไม่คิดว่ายังอยู่ในสถานการณ์นี้ ไม่มีใครคิดว่าการรัฐประหารจะยาวอย่างนี้ เอาเข้าจริง 4 ปีมานี้เรื่องการปฏิรูปขยับน้อยมาก นายกฯมาพูดว่าจะเร่งปฏิรูป 5 ด้าน บอกได้เลยว่าคนที่รอคอยการปฏิรูปไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว ส่วนการปฏิรูปการเมือง บอกว่าต้องทำการเมืองให้ดีกว่าเดิม แต่จากรัฐธรรมนูญ และพฤติกรรม ประชาชนไม่คิดว่าจะดีขึ้น รวมทั้งรัฐบาลที่ขยับมาขอเป็นผู้เล่นทางการเมืองด้วย เหน็บทำตัวเป็นเด็กส่งการบ้านครูนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การขอเวลาของรัฐบาล ตรรกะนี้จะใช้ได้ถ้าสังคมมองเห็นว่าคนขอทำให้เห็นว่าพยายามทำให้สำเร็จ แต่ตนไม่มองว่าเป็นอย่างนั้น กลายเป็นว่ายังไม่เรียบร้อยก็ขอทำไปเรื่อยๆ เหมือนเด็กทำวิทยานิพนธ์ ทำแล้วส่งงานไม่ทันก็มาขอยืดเวลาหน่อย อาจารย์แบ่งได้ว่าเด็กบางคนไปทำเรื่องยากเกินไป เขาพยายามทำแล้ว ถ้ามีเวลาอีกนิดหน่อยจะสำเร็จ และมีเด็กอีกประเภทที่อาจารย์ที่ปรึกษาดูแล้วว่าถึงต่อเวลาไปอีกกี่ปีก็ไม่เสร็จ หรือคุณภาพไม่ได้ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า หรือเปลี่ยนคนทำก็อีกเรื่องหนึ่ง ตนก็ต้องบอกว่าอารมณ์ของคนทั่วไปขณะนี้จะใกล้เคียงกับเด็กคนหลังมากกว่าคนแรก อย่างไรก็ตาม เราคงได้เลือกตั้งประมาณปีหน้า แต่คงไม่มีใครกล้าพูดชัดเจน หากหัวหน้า คสช.เห็นว่าควรก็สามารถใช้อำนาจจัดการให้เลือกตั้งตาม กำหนดได้ ไม่เคยเรียกร้องว่าต้องเลือกตั้งวันนี้พรุ่งนี้ แต่การรักษาคำพูด รักษาความน่าเชื่อถือของประเทศ เป็นเรื่องสำคัญฟุ้งเพิ่มยอด ส.ส.อีสาน 20 ที่นั่งนายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และกิจกรรมพิเศษภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ถึงพลังดูด ส.ส.ของรัฐบาล ว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจ เราไม่ประมาทในเรื่องนี้ แต่กลับกันมีส่วนที่เป็นผลดีกับพรรคประชาธิปัตย์ ในการคัดกรองผู้สมัคร ส.ส. สำหรับภาคอีสานมีกระแสที่ตรงกันข้ามกับพลังดูด ขณะนี้มีผู้สมัครหน้าใหม่ที่มีคุณภาพจำนวนมาก มีอดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรีจากหลายพรรค แวะเวียนเข้ามาแลกเปลี่ยนปรึกษาหารือมากขึ้นเรื่อยๆ จนคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน รู้สึกกังวลว่าจะหาพื้นที่ให้ผู้เสนอตัวลงสมัครได้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ต้องการลงสมัคร ส.ส. แต่เสนอตัวเข้ามาช่วยพรรคทำกิจกรรมจำนวนมาก คุณหญิงกัลยาประเมินว่า การบริหารงานในรูปแบบประชาธิปัตย์ยุคใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน พรรคจะได้ ส.ส.เขตในภาคอีสานเพิ่มขึ้น 100-200 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 20 คน จากเดิมที่มี ส.ส.เขต ภาคอีสาน 4 คน จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเสนอนายกรัฐมนตรีที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง “วัฒนา” เต้นคดีบ้านเอื้ออาทรที่พรรคเพื่อไทย นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมนายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความ แถลงถึงกรณีคดีโครงการบ้านเอื้ออาทร ว่า หลังรัฐประหารปี 2549 มีการแต่งตั้ง คตส.ขึ้นมาตรวจสอบแล้ว แต่ไม่มีประเด็นที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้อง ล่าสุด ป.ป.ช.ทำหนังสือถึงตนให้ไปพบอัยการ เพื่อให้อัยการนำตัวไปส่งฟ้องศาลวันที่ 9 พ.ค. เท่ากับใช้เวลาไต่สวนคดีดังกล่าวนานถึง 12 ปี ทั้งที่เป็นคดีง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อน แต่แสดงให้เห็นว่ามีธงให้ดำเนินคดีกับตน มั่นใจในความบริสุทธิ์และพร้อมจะต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ต่อสู้คดีภายใต้กระบวนการยุติธรรมปกติ ที่ปราศจากการแทรกแซงของคณะรัฐประหารนายนรินทร์พงศ์กล่าวว่า วันที่ 9 พ.ค. จะไปยื่นประกันตัวนายวัฒนา ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะนี้กำลังประสานอยู่ว่าหลักทรัพย์ในการประกันตัวเป็นจำนวนเท่าไหร่ เพราะตัวเงินประกันคดีลักษณะนี้ค่อนข้างสูง “จาตุรนต์” เย้ยปฏิรูปเหลวเป๋วขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศจะขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศใน 5 เรื่องเร่งด่วน ให้เห็นผลภายใน 8 เดือนก่อนเลือกตั้งนั้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์สามารถทำได้คงทำมานานแล้วเกือบ 4 ปีแล้วมีการปฏิรูปอะไรไปบ้าง การแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ถือว่ารัฐบาล คสช.ล้มเหลวที่สุด โอ้อวดอยู่แต่ตัวเลขในภาพรวม ทั้งที่ไม่ได้ดีอะไรนัก ส่วนการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันน่าจะอยู่ในจุดต่ำสุด ระบบและองค์กรที่ใช้ในการปราบปรามได้ถูกทำลายไปแล้วยับเยิน การมีส่วนร่วมของประชาชนเกือบจะไม่มีเลย ถ้ามีก็เป็นเพียงพิธีกรรมให้พอเอาไปอ้างได้ คสช. และรัฐบาลนี้ บริหารประเทศโดยเอื้อ ผลประโยชน์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งในและต่างประเทศมาตลอด ดังนั้นการประกาศจะทำใน 5 ข้อ จึงสวนทางกับสิ่งที่ คสช.กับพวกทำมาตลอดเกือบ 4 ปีมานี้“ทักษิณ-ปู” วางคิวไปยุโรปต่อสำหรับความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาพักผ่อนที่ประเทศสิงคโปร์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีอดีต ส.ส. แกนนำ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทยอยเดินทางไปเข้าพบจำนวนมากนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ค. นายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังคงใช้เวลาอยู่กับคนในครอบครัวชินวัตร โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อุ๊งอิ๊ง” บุตรสาวนายทักษิณยังคงโพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพวิดีโอ ขณะนายทักษิณกำลังป้อนอาหารให้กับ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรสาวที่นั่งทานข้าวพร้อมกับสามี และลูกๆอย่างมีความสุข โดยนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีกำหนดเดินทางออกจากสิงคโปร์ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ กลับไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากนั้นจะเดินทางไปยังทวีปยุโรปต่อไป บก.ลายจุดยื้อชื่อพรรคเกรียนที่ศาลปกครอง นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ยื่นจดแจ้งชื่อพรรคเกรียน ต่อทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าปรึกษาเจ้าหน้าที่ศาลปกครอง กรณีจะยื่นฟ้อง กกต.จากเหตุไม่ยอมให้จดแจ้งชื่อพรรคเกรียน นายสมบัติกล่าวว่า เชื่อว่าชื่อพรรคเกรียนจะไม่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือผิดศีลธรรมอันดีงามตามที่ทาง กกต.ระบุ ยืนยันว่าจะยังใช้ชื่อพรรคเกรียนต่อไป จึงมาปรึกษาการฟ้องคดี เพราะต้องขอให้ศาลปกครองคุ้มครองสิทธิให้ใช้ชื่อพรรคเกรียน แต่ด้วยประเด็นทางกฎหมายศาลปกครองแจ้งว่ากระบวนการดังกล่าวต้องผ่านการวินิจฉัยของ กกต. และมีการอุทธรณ์คำสั่งไม่ให้จดแจ้งชื่อพรรคดังกล่าวก่อน ดังนั้น ทางคณะผู้ตั้งพรรคจะเข้ายื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อสำนักงาน กกต.ในวันที่ 8 พ.ค. เวลา 10.00 น. กรธ.ค้านงดเว้นไพรมารีโหวตนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอจากฝ่ายการเมืองให้ใช้มาตรา 44 งดเว้นการทำไพรมารีโหวตในการ เลือกตั้งครั้งถัดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า จะให้ยกเลิกไพรมารีโหวตไปคงทำไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของแต่ละพรรค ต้องมีกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วม หากจะใช้มาตรา 44 งดเว้นไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งถัดไป ต้องมีกลไกอื่นที่ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมแทน จึงไม่เห็นด้วยคสช.ย้ำร่วมพัฒนาประเทศพ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. กล่าวในที่ประชุมสำนักเลขาธิการ คสช. ถึงเจตนารมณ์ในการสนับสนุนรัฐบาลและดำเนินตามแนวทางของ คสช. ว่า กองทัพคือส่วนสำคัญที่ร่วมดำเนินการในนาม คสช.มาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 ภาพรวมการดูแลด้านความมั่นคง การจัดระเบียบสังคม รวมถึงการดูแลกลุ่มเรียกร้องต่างๆที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี สำหรับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง อาจต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงในบริบทที่กำลังมุ่งสู่การเลือกตั้งภายใต้กรอบกฎหมาย และความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นสำคัญ หากเป็นข้อเรียกร้องเรื่องปากท้องหรือคุณภาพชีวิตประชาชน รัฐบาลและ คสช. พร้อมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และ คสช.จะให้การดูแลอำนวยความสะดวกตามความเหมาะสมด้วยนำข้อเรียกร้องพีมูฟเข้า ครม.ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. นายสุแก้ว ฟุงฟู แกนนำขบวนการประชาชนเพื่อสังคมเป็นธรรม (พีมูฟ) พร้อมชาวบ้านเกือบ 100 คน เคลื่อนขบวนชุมนุมปักหลักรอรับหนังสือตอบกลับจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ใน 4 เรื่อง คือ 1.ขอให้นำปัญหาของกลุ่มเข้าที่ประชุม ครม.สัญจรที่จ.บุรีรัมย์ 2.ให้ สปน.ทำหนังสือยืนยันรายงานว่านำข้อเสนอใดบ้างเข้า ครม. 3.ให้ สปน.กำหนดแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจน และ 4.ขอให้กำหนดวัน เวลา ประชุมคณะกรรมการเพื่อสรุปผลจนนำไปสู่การปฏิบัติจริง ต่อมาเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการประชาชน แจ้งว่าวันที่ 8 พ.ค. จะนำข้อเรียกร้องกลุ่มพีมูฟเข้าที่ประชุม ครม.แน่นอน ทำให้กลุ่มพีมูฟพอใจและเดินทางกลับกกต.ยังไม่ได้เลือกเลขาธิการผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุม กกต.วันที่ 7 พ.ค. ยังไม่มีการพิจารณาคัดเลือกผู้เหมาะสมเป็นเลขาธิการ กกต. เนื่องจากคณะอนุกรรมการพิจารณาผู้สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ กกต. ที่มีนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลย์วุฒิ เป็นประธาน ได้เสนอรายงานผลการพิจารณามาถึงในช่วงท้ายของการประชุม ดังนั้น คาดว่าที่ประชุม กกต.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมวันที่ 8 พ.ค. ทั้งนี้ ผู้สมัครเลขาธิการ กกต.ทั้ง 5 คนที่ประกอบด้วย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. และรักษาการเลขาธิการ กกต.ในปัจจุบัน นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายฉัตร์ชัย ยอดอุดม รองเลขาธิการ ป.ป.ท. ได้แสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะอนุกรรมการ ภายหลังการแสดงวิสัยทัศน์เสร็จสิ้น คณะอนุกรรมการได้มีการประชุมพิจารณาเอกสารผลงานของผู้สมัคร จากนั้นจะนำรายงานดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุม กกต.พิจารณาต่อไป ป.ป.ช.ฟ้อง “ทักษิณ” คดีทีพีไออีกเรื่อง นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานคดี ป.ป.ช. ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หลัง ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายทักษิณไปเมื่อวันที่ 15 ก.ค.2553 กรณีใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2546 ยินยอมให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารฟื้นฟูกิจการบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลป์ไทย จำกัด (ทีพีไอ) นำไปสู่การทำหนังสือยินยอมของรมว.คลัง ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนของทีพีไอ ทั้งที่กระทรวงการคลังไม่มีอำนาจไปเป็นผู้บริหารแผนกิจการให้กับบริษัทเอกชนได้ เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 จึงส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินการ และตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการกับ ป.ป.ช. แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ป.ป.ช.จึงให้เจ้าหน้าที่สำนักคดี มายื่นฟ้องดำเนินคดีต่อศาลฎีกาฯเอง “รังสิมันต์” ค้านอำนาจศาลทหารวันเดียวกันเวลา 15.30 น. ที่ศาล มทบ.23 จ.ขอนแก่น นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เข้าให้คำให้การนัดแรกต่อองค์คณะตุลาการศาลทหาร โดยศาลเบิกตัวขึ้นถามคำให้การใช้เวลาประมาณ 30 นาที นายรังสิมันต์กล่าวหลังให้การว่า ตุลาการศาลทหารนัดเพื่อพิจารณาว่าจะรับคดีความดังกล่าว รวมเป็นคดีเดียวกับผู้ต้องหาทั้ง 9 คนหรือไม่ ในวันที่ 5 ก.ย. ผู้ต้องหาในคดีนี้โดยเฉพาะนายจตุรภัทร์ บุญรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ต้องเดินทางมาที่ศาลเพื่อเบิกตัวคดีร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ด้วยเช่นกัน ตนได้มอบหมายให้ทนายความลงบันทึกคำให้การเพื่อจะแถลงต่อศาลในวันนั้นว่า ศาล มทบ.23 ไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดีดังกล่าว เพราะตนเป็นพลเรือนไม่ใช่ทหาร จะมากระทำลักษณะเช่นนี้กับประชาชนไม่ได้