วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเรื่อง “การหาคู่ครอง” กันสักวันนะครับ โลกเบี้ยวใบนี้มี สาวโสด หนุ่มโสด เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จน มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก เจ้าของซีอีโอเฟซบุ๊ก รู้สึกเห็นใจ เลยตัดสินใจ “เปิดบริการหาคู่ครอง” ในเฟซบุ๊กให้กับสมาชิกที่เป็น “คนโสดกว่า 200 ล้านคน” เป็น บริการฟรี เน้นการรักษาความลับ และ ช่วยหาคู่ครองระยะยาว เพื่อชดเชยความผิดที่ปล่อยให้ความลับลูกค้ากว่า 87 ล้านคน ถูกขโมยไปมาร์ก ประกาศข่าวนี้ในเวทีประชุมประจำปีที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ส่งผลให้ราคาหุ้นเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นไป 1.1% ไปปิดที่ 173.86 ดอลลาร์มาร์ก บอกว่า บริการช่วยลูกค้าหาคู่ครองในเฟซบุ๊ก เป็นเรื่องที่คิดมานานแล้ว เตรียมเปิดให้บริการในเร็วๆนี้ ซึ่งอาจช่วยสร้างความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อย ให้เข้ามาใช้เฟซบุ๊กมากขึ้น บริการหาคู่ของเฟซบุ๊ก จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ในระยะยาวจริงๆ ไม่ใช่คบกันสั้นๆ การแต่งงานทุก 1 ใน 3 คู่ ในสหรัฐฯเวลานี้ เริ่มต้นกันที่ออนไลน์ ที่สำคัญ มาร์ก บอกว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กกว่า 200 ล้านคน ระบุในข้อมูลส่วนตัวว่า “ยังโสด” ซึ่งชัดเจนมากว่ายังมีอะไรให้ทำอีกมากปัจจุบัน เฟซบุ๊กมีสมาชิกทั่วโลกกว่า 2,200 ล้านคน แต่ละวันมีผู้ล็อกอินกว่า 1,450 ล้านคน 1,150 ล้านคน เป็นแอคทีฟยูสเซอร์ผ่านโทรศัพท์มือถือ และที่สำคัญ 29.7% ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก หรือกว่า 650 ล้านคน มีอายุระหว่าง 25–34 ปี ซึ่งเป็นวัยกำลังแต่งงานพอดีในฟีเจอร์ใหม่ “ช่วยการหาคู่ครอง” ของเฟซบุ๊ก มาร์ก อธิบายว่า ผู้ใช้สามารถสร้างโปรไฟล์สำหรับ “การนัดหมาย” แยกออกไปต่างหาก เครือข่ายเพื่อนต่างๆจะมองไม่เห็นโปรไฟล์นี้ บริการนี้จะมีการ “เสนอแนะคู่ที่มีศักยภาพว่าจะไปด้วยกันได้” จาก ข้อมูลของผู้ใช้ที่ระบุไว้ในข้อมูลส่วนตัว ฟีเจอร์นี้จะช่วยพิจารณาเรื่อง ความชอบต่างๆ เพื่อช่วยประเมินคู่นัดหมายในการออกเดต ไปจนถึงความคุ้นเคยของแต่ละฝ่ายผมฟังดูแล้ว ระบบหาคู่ของเฟซบุ๊ก ดีกว่า เว็บไซต์หาคู่ทั่วไป เพราะเฟซบุ๊กมีข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้กว่า 2,200 ล้านคน แล้วใช้ข้อมูลส่วนตัวในการจับคู่ การลงล็อกระหว่างคู่จึงมีความเป็นไปได้สูง ทั้งในเรื่อง ความชอบ และรสนิยมต่างๆ ที่จะไปด้วยกันได้จากข้อมูลคนโสดในอเมริกา พบว่า ประชากรสหรัฐฯ 325 ล้านคน เป็นคนโสดที่ยังไม่แต่งงานถึง 110.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 46.8 ของประชากรที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และ 53.2% ของคนโสดเป็นผู้หญิง และ 46.8% เป็นผู้ชายในเมืองไทยก็มีคนโสดไม่น้อย ข้อมูล สำนักงานสถิติแห่งชาติ ล่าสุด ระบุว่า ประชากรไทยที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป มีจำนวน 55.82 ล้านคน อยู่ในสถานะโสด 14.99 ล้านคน แต่งงานแล้ว 33.78 ล้านคน เป็นม่าย 4.51 ล้านคน หย่าร้าง 1.15 ล้านคน แยกกันอยู่ 1.36 ล้านคน รวมแล้ว ผู้หญิงโสดมีถึง 22.01 ล้านคน หรือ 39.43% ของประชากรที่มีอายุ15 ปีขึ้นไปจากงานวิจัยของ วิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาฯ ที่ไปสอบถามจากผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงาน ส่วนใหญ่ตอบว่า “ยังไม่เจอคนที่ใช่” ผู้หญิงเหล่านี้มีความคิดว่า ปัจจุบันก็มีความสุขดีอยู่แล้ว หากจะแต่งงานก็ต้องมั่นใจว่า ความสุขที่มีอยู่จะไม่ลดลง ผลวิจัยอีกข้อที่น่าสนใจก็คือ คนที่ขึ้นรถไฟฟ้ากว่าร้อยละ 80 เป็นคนโสดแต่ปัญหาการหาคู่ครองในสหรัฐฯ ซับซ้อนกว่าไทยเยอะ สำนักข่าววีโอเอ เคยรายงานเมื่อปลายปีที่แล้วว่า คนโสดอเมริกันกว่าครึ่ง เลือกคู่เดตจากมุมมองทางการเมือง ผลสำรวจคนโสดในสหรัฐฯก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ผ่านมา พบว่า คนโสดที่เปิดการสนทนาเรื่องการเมืองในนัดครั้งแรก มีโอกาสที่จะได้นัดเป็นครั้งที่สองถึง 91% ซึ่ง Tinder เว็บไซต์หาคู่อันดับ 1 ของสหรัฐฯระบุว่า 71% ของชายหญิงที่หาคู่ทางออนไลน์คิดว่า มุมมองทางการเมืองที่แตกต่างกัน เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกคนที่ใช่ ฟังแล้วมึนไปเลย แต่ก็ยังดีที่มีชายหญิงอีก 96% พิจารณาเรื่องวุฒิการศึกษาด้วยชีวิตคู่เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าเลือกแล้วเป็นคนที่ใช่ก็โชคดีไป ถ้าเลือกแล้วเป็นคนที่ไม่ใช่ก็ต้องทุกข์ไปอีกนาน บางทีการใช้ “บิ๊กดาต้า” จาก “ข้อมูลส่วนตัว” ใน เฟซบุ๊ก มาช่วยเสี่ยงพวงมาลัย ผมคิดว่าน่าจะมีโอกาสพบคนที่ใช่มากขึ้นนา.“ลม เปลี่ยนทิศ”