อย่างที่บอกไปเมื่อวาน...อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มของไทยถ้ายังยึดติดอยู่กับการนำผลปาล์มไปแปรรูปเป็นแค่น้ำมันพืช อนาคตชาวสวนปาล์มจะดับวูบในไม่ช้าไม่นานนี้ปีที่แล้วสหรัฐฯออกกฎหมายห้ามใช้ไขมันที่ได้จากปาล์มน้ำมันมาผสมลงในอาหาร ปีนี้สหภาพยุโรปกำลังแก้กฎหมายห้ามใช้ไบโอดีเซลที่ได้จากน้ำมันปาล์มตลาดน้ำมันปาล์มตีบตันลงทุกวัน...หนทางที่จะให้พี่น้องชาวสวนปาล์มน้ำมันอยู่รอดได้ รัฐต้องหาหนทางนำผลปาล์มไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โอลีโอเคมี ที่มีมูลค่าสูงกว่าน้ำมันเจียวไข่ และมีราคาแพงกว่าไบโอดีเซล เกษตรกรถึงจะมีโอกาสขายผลปาล์มได้แพงกว่า กก.ละ 4 บาทไม่ต้องอะไรมากแค่เอาปาล์มน้ำมันไปแปรรูปเป็นสินค้าที่ใช้กันทุกครัวเรือน จะได้มูลค่ามหาศาลมากกว่าทำเป็นน้ำมันพืชขนาดไหนรู้กันไหม...ปาล์มน้ำมันทำผงซักฟอกได้เฉพาะในบ้านเราใช้กันมากถึงปีละ 2 หมื่นล้านบาทผงซักฟอกไม่ว่าจะเป็นแบบผงหรือแบบน้ำ ล้วนแต่จะต้องมีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผิวที่เรียกว่า surfactant ปัจจุบันสารลดแรงตึงผิวในตลาดโลกมีมูลค่าสูงถึง 1.23 ล้านล้านบาท ทำแล้วส่งออกได้ และไม่ต้องเสียดุลการค้าไปซื้อเขามาใช้เจ้าสารลดแรงตึงผิว หรือ surfactant ที่ถูกนำมาทำผงซักฟอกทั่วโลกรวมทั้งในบ้านเรา ส่วนใหญ่ได้มาจากการสังเคราะห์น้ำมันปิโตรเลียม โดยเขาเรียกสารลดแรงตึงผิวประเภทนี้ว่า...LASส่วนสารลดแรงตึงผิวที่ได้มาจากปาล์มน้ำมัน เรียกว่า...MESทั้ง LAS และ MES นำมาเป็นส่วนผสมในผงซักฟอก ครีมอาบน้ำ แชมพู ได้เหมือนกันแต่ถ้าทำมาจาก MES จะมีคุณสมบัติดีกว่า...ไม่ใช่ดีกว่าในแง่ช่วยให้ชาวสวนปาล์มขายผลผลิตได้ราคามากขึ้นเท่านั้นยังดีกว่าในแง่เป็นผงซักฟอก เป็นครีมอาบน้ำ เป็นแชมพู ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกต่างหาก...พรุ่งนี้มาว่ากันต่อ.สะ–เล–เต