“รักตัวเองให้เป็น เพราะจำเป็น...เมื่อเวลาไม่มีใคร”“รักตัวเองให้มากๆ อย่าปล่อยให้เรื่องใดๆมาทำลายความสุขของเราได้”“เย็นตาโฟ...รสจัด” ใครที่ชอบแนวนี้ขอบอกเลยว่าต้องรักร้านนี้ และยิ่งถ้าจะบอกว่าเย็นตาโฟจานเด็ดที่ว่านี้เป็นเมนูเจ 100 เปอร์เซ็นต์...สำหรับคนรักสุขภาพแล้วยิ่งต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงอาหารเจ กับ อาหารมังสวิรัติ เป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เหมือนกัน แต่ในความเหมือนนั้นก็มีความแตกต่างอยู่เหมือนกัน ด้วยอาหารเจจะมีข้อห้ามมากกว่าว่าต้องไม่มีผักกลิ่นแรง อย่างหอม กระเทียม กุยช่าย ผักชี เครื่องเทศ นอกจากนี้ยังต้องใช้น้ำมันพืชบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ในการปรุง...ย่อยง่าย สบายกระเพาะส่วนอาหารมังสวิรัติเว้นเนื้อสัตว์ ยังแยกย่อยเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มที่ยังคงกิน “ไข่”...“นม” กับกลุ่มที่ไม่บริโภคไข่นมเลย ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งคนกินเจ...กินมังฯก็ยังได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ งดเนื้อสัตว์ ไขมัน“คุณชาย 3” เชิญชวนมาอร่อยกับสารพัดเมนูเจแบบทั้งร้าน หลากหลาย นับร้อยเมนูเห็นจะได้ อยากอร่อยตาลายจนเลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว ที่นี่เลย “ออร์เร้นจ์เจอร์รี่ (Orangerie)” แถวๆพุทธมณฑลสาย 2 จุดสังเกต “ตึกสีน้ำเงิน” ตั้งอยู่ริมถนนเด่นชัด บริการอาหารทั้งคนกินเจ...กินมังสวิรัติ O O O Oเย็นตาโฟจ๋าจัดจ้าน...ถ้าชอบทานก็ไม่ต้องปรุงเลย อร่อยแบบเต็มสูตรต้นตำรับ สั่งแป๊บเดียวก็เสิร์ฟถึงโต๊ะแบบทันใจ...มาเร็วเคลมเร็ว อีกเมนูที่ไล่หลังตามมา “ก๋วยเตี๋ยวเป็ดน้ำข้น”...ให้ความรู้สึกถึงรสเป็ดจริงๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ารสสัมผัสที่กัดลงไปได้อารมณ์ความเป็นเป็ด แบบไม่น่าว่าจะเป็นอาหารเจแล้วก็มาถึงอีกเมนูเด็ด “สเต๊กปลา” ต้องชูนิ้วยกให้ว่ารักเลย กรอบนอกนุ่มใน รสดีมากๆทีเดียว ลงตัวด้วยน้ำซอสครีมสลัดมะนาวทำเอง นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูทานเล่น แต่โต๊ะเราก็สั่งมาทานกันแบบจริงๆจังๆกันเลย...ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน เปาะเปี๊ยะสด ลุยสวนกันแบบเน้นๆผักปลอดสารพิษ เติมรสอร่อยด้วยน้ำจิ้มโหระพา“น้ำจิ้ม”...เห็นเขียวๆอย่านึกว่าพริก เพราะเขาใช้โหระพาปั่น ส่วนเปาะเปี๊ยะสดก็อร่อยไม่แพ้ไปกว่ากัน ชูรสด้วยน้ำจิ้มที่ทำมาจากสับปะรด เปรี้ยวหวานธรรมชาติ เรียกว่า...คัดสรร โชว์วัตถุดิบของอาหารกันจริงๆนอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวน้ำใส บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง ผัดไทย ราดหน้า ผัดซีอิ๊ว ผัดกะเพรา เต้าหู้คั่วสมุนไพร...ขาเห็ด ทำได้หมด เรียกว่าเหมือนกับเข้ามากินที่ศูนย์อาหารทั่วไป อีกทั้งขนมผักกาดก็สั่งได้ว่าจะใส่ไข่หรือไม่ใส่ ข้าวมันไก่ หอยจ๊อ...ก็มี หมูสะเต๊ะก็โดน ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ก็มีให้ลิ้มลองกันนะครับจะบอกให้เรียกว่า...อยากกินอะไรสั่งได้หมด “ออร์-เร้นจ์เจอร์รี่” จัดให้ได้อร่อยแบบครบครันเหลียวมองไปที่ “ตู้ข้าวราดแกง” หน้าตาไม่ต่างกับร้านข้าวแกงทั่วไป เมนูกับข้าวอย่างน้อยๆก็ไม่ต่ำกว่า 6 อย่าง แต่ถ้าเป็นวันพระมีกว่า 10 อย่างแน่นอน ทีเด็ดต้องลองก็จะมี ปลาดุกฟูผัดพริกขิง ต้มมะระยัดไส้...อร่อยจริงเพราะลูกค้าบอกกันเป็นเสียงเดียวกันแบบปากต่อปากว่าไม่ขม กวยจั๊บก็อร่อยมาก จะมีทุกๆวันพระ กับข้าวสั่งได้ทุกอย่าง อยากกินอะไรก็ตามใจลูกค้าจะเลือกสรร อร่อยเจ 100% กับ จิดาภา ทิมน้อย-อนัญญา พงศ์พฤกษา.จิดาภา ทิมน้อย “แตง” อายุ 30 ปี ควงคู่่มากับคุณแม่ อนัญญา พงศ์พฤกษา อายุ 60 ปี สองแม่ลูกเจ้าของร้านที่ช่วยคิดช่วยทำกันมา คุยให้ฟังว่า จุดเด่นที่ต้องบอกให้รู้ อาหารเจตึกน้ำเงินใช้วัตถุดิบจริงไม่ได้ ใช้ปลาปลอม หมายถึงว่า ...พยายามใช้เห็ด ผัก เต้าหู้ เพื่อสุขภาพด้วย เพื่อรสชาติด้วยให้รสเหมือนเนื้อนั้นๆอย่างเป็ด ถึงจะทำเป็นเป็ดปลอม แต่ก็ให้รสสัมผัสเป็นเป็ดจริงๆ นี่คือเสน่ห์ของอาหารเจ รับรองว่าทานง่าย แทบจะใกล้เคียงเนื้อสัตว์ของจริง คอนเซปต์ของเราก็คือ “ทำอาหารเจให้เหมือนอาหารจริง”รสชาติ รสสัมผัส เป็ดทำออกมาเป็นเนื้อแล้วก็ต้องทำให้เป็นพะโล้ เพื่อให้กลิ่นเหมือนเป็ดพะโล้จริงๆก่อนที่จะเอามาทำเป็นก๋วยเตี๋ยวเป็ดเสิร์ฟลูกค้า ไม่ใช่แค่รูปร่าง ต้องครบเครื่อง... ปลาดุกฟูผัดพริกขิง พริกแกงต้องจัดจ้าน รสชาติอร่อย สไตล์ปลาดุกฟูก็ต้องเอามายีให้ฟู แล้วก็เอามาผัดกับพริกแกง“เนื้อสัตว์หลักๆที่ใช้บ่อยก็มี เป็ด ปลา กุ้ง ปลาหมึก หมู ไก่...เอาไปทำเป็นไก่ย่างก็ยังมี”แตง บอกว่า เคล็ดลับการทำอาหารเจ แต่ละเนื้อนั้นต่างกัน ประเด็นหลักๆถ้าไม่ทำจากบุกก็ทำจากโปรตีนถั่วเหลือง ของร้านก็สูตรใครสูตรมัน ไม่อยากแปรรูปวัตถุดิบมากเมนูพิเศษ มาที่นี่ต้องโดน ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวก็ต้อง “เย็นตาโฟ” เปรี้ยว เผ็ด หวานครบรสมาก ตัวเครื่องก็จัดเต็ม ผักบุ้ง ลูกชิ้นมีสองแบบอร่อยหนึบเหนียวโดนใจ ลูกชิ้นเห็ดหอม ลูกชิ้นปลา บางทีก็มีลูกชิ้นผักเสริมมาด้วย เต้าหู้หลอด เต้าหู้นิ่ม เห็ด 3 อย่าง เวลารวมกันมีประโยชน์มาก ก็มีเห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนู เห็ดออรินจิ “เย็นตาโฟ”-“ก๋วยเตี๋ยวเป็ด” ทีเด็ด!“ขั้นตอนวิธีทำโฟเจฯ ความต่างสำคัญอยู่ที่การใส่ไชโป๊สับละเอียดแทนกระเทียม แล้วก็น้ำซอสที่ราดสูตรลับ...ทำเอง...อร่อยชัวร์แน่นอน ต้องมาลอง”จุดเด่นของร้านฯ เริ่มนับหนึ่งด้วยความอยากที่จะทำอาหารเจมังสวิรัติที่คนทั่วไปสามารถทานได้ ไม่เลี่ยน ไม่มัน คนธรรมดาทั่วไปก็ทานได้ “ออร์เร้นจ์เจอร์รี่”...เปิดมานานเกือบ 7 ปีแล้ว กลุ่มลูกค้าแน่นอนว่าเป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ กลุ่มที่ทานอาหารเจ...เป็นลูกค้าประจำ แต่ที่น่าแปลกใจทุกวันนี้มีกลุ่มวัยรุ่นเข้ามาทานกันเยอะ อาจเป็นเพราะต้องการดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น รักสุขภาพมากขึ้น ก็เลยชวนกันหันมาทานอาหารเจO O O O“ออร์เร้นจ์เจอร์รี่ (Orangerie)” ...แปลความหมายเหมือนว่าส้มหลายๆพันธุ์ หลายๆชนิด ชื่อเป็นมงคล คำว่า “ส้ม” ก็ง่ายๆ ส้มหล่นประมาณนี้ แรกเริ่มขายผลไม้นำเข้า ขนม ของฝากเพื่อสุขภาพ...แล้วค่อยๆปรับเปลี่ยนมาทำร้านอาหารเจ ค่อยๆเสริมเติมหลากหลายเมนูเข้ามาเรื่อยๆ ด้วยตั้งใจให้คนหันมาทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้นจุดเด่นสำคัญ ความเป็น “อาหาร เจ” ที่คนทั่วไปจับต้อง สัมผัสได้... แตงเจ้าของร้านยืนยันความตั้งใจว่า เลือกทางชัดเจนว่าขายอาหารเจ เพราะคิดอย่างชัดเจนแล้วว่าถ้าเราไม่ชัดเจน ลูกค้าก็จะไม่ชัดเจน“ตึกน้ำเงิน” โดดเด่นสะดุดตาริมถนนบรมราชชนนี อยู่ระหว่างโชว์รูมมาสด้ากับปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ใกล้กับโรงพยาบาลธนบุรี 2 เวลาเปิด-ปิด 07.30-20.00 น. (ปิดเดือนละ 2 วัน...ให้โทร.มาสอบถามกันก่อนเพราะไม่แน่นอน) ถ้าตรงกับวันพระส่วนใหญ่จะไม่หยุดให้บริการ จองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 0-2448-3702, 09-5232-4165 เฟซบุ๊กเพจ : “Orangerie”“ออร์เร้นจ์เจอร์รี่ (Orangerie)”...จำชื่อนี้ไว้ให้แม่น ร้านนี้ขายอาหารเจล้วน 100 เปอร์เซ็นต์ อร่อยๆสไตล์คนรักสุขภาพนะครับ.คุณชาย 3