บอกได้คำเดียวว่า...น่าเสียดายมาก (ก.ไก่ ยาวๆ)กับความสามารถและความฉลาดเชิงปัญญาชนที่แหลมคมของ นายโค อุน กวีผู้ยิ่งใหญ่ ณ โสมใต้ อายุอานามก็ไม่ใช่เล่นๆ 84 เข้าไปแล้ว และยังเป็นความหวังระดับประเทศชาติที่อาจคว้ารางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ไม่วันใดก็วันหนึ่งงานนิทรรศการของตัวเอง ที่มีหลายหัวข้อ ตั้งแต่เรื่องความรักไปถึงเรื่องการเมือง และชีวิตประจำวัน กลางเมืองหลวง ก็ถูกเทศบาลนครโซล สั่งปิดไม่ให้สาธารณชนเข้าไปเสพเป็นการถาวรดาวเคราะห์ซวยยังไม่หมด เจ้าหน้าที่ฝ่ายตำราวิชาการ ประจำกระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้ ก็บอกว่า ทางกระทรวงตัดสินใจถอดบทกวีของปู่ออกจากตำราเรียนที่มีอยู่ทั้งหมดเพราะมรสุมข้อกล่าวหาที่กลายเป็นประเด็น สังคมชาวโลก และกำลังเป็นกระแสต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศ ด้วยการเคลื่อนไหวติด แฮชแท็ก #MeToo จนกลายเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันจากที่เคยเป็นเรื่องต้องห้าม กับพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมมูลเหตุเริ่มต้นจาก “ชอย ยงมี” ออกบทกวีของตัวเองช่วงเดือนธันวาฯที่แล้ว เรื่อง “อสุรกาย” ร่ายไว้ว่า กวีชายชราในหนังสือที่ชื่อ “เอิน” ก่อกรรมด้วยการข่มขืนทั้งกายและใจเหยื่อ แม้เจ้าตัวตอนแรกยังอุบอิบ แต่ก็ไม่ปฏิเสธกระแสสังคมที่ต่างลือว่าเป็นปู่โคแล้วเมื่อเดือนที่แล้ว (กุมภาฯ) นางก็ให้สัมภาษณ์ออกทีวีว่า ตัวเองก็ถูกกวีชื่อดังล่วงเกิน และคนเดียวกันนี้ยังกามขึ้นสมองกับนักเขียนหญิงอื่นๆ ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง แม้ “ปู่ตัณหาจัด” จะปฏิเสธผ่านสำนักพิมพ์ แต่ “ชอย” ก็โพสต์เฟซบุ๊กตัวเองด้วยประโยคพื้นๆว่า “สิ่งที่ฉันร่ายกวี...อสุรกาย...มีจริง”จะจริงหรือเท็จ ปฏิกิริยาของสังคมก็ยังไล่ล่าตอบโต้ “ปู่ราคะ” เรื่อยๆ อาทิตย์ที่แล้ว ก็ถูกถอดจากตำแหน่ง ประธานกรรมการร่วมรวบรวมพจนานุกรมหลวงแห่งประชาชนเกาหลี โครงการที่ต้องการเชื่อมภาษาศาสตร์ระหว่างโสมเหนือ-โสมใต้ สังกัดกระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้...เพราะ “ปู่ขอมา”ก็เลยเข้าข่าย...มือทำรวย แต่ “ของลับ” ทำเจ๊ง!!!ฤทัยรัช จันทร์เพ็ญ