เพราะกาลเวลาผ่านไปทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเสื่อมสลาย ต้องซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ดีขึ้น...!วัดราชบูรณะ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก จึงกำลังประสานงานกรมศิลปากรของบประมาณบูรณะหอไตรเก่าแก่ยุคสุโขทัยอยู่ในสภาพชำรุดเสื่อมโทรม เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัด เปิดเผยว่า ด้วยเหตุที่วัดราชบูรณะแห่งนี้มีศาสนสถานที่บ่งบอกเรื่องราวประวัติศาสตร์มากมาย และยังเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลกจึงกำลังประสานกับกรมศิลปากรของบประมาณบูรณะหอไตรโบราณ ใช้เก็บพระไตรปิฎก จากรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย มีเสากลมทั้งหมด 16 ต้น แต่อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมลงไปมากโดยเฉพาะหลังคาไม้ผุพังอาจหล่นใส่นักท่องเที่ยวหรือประชาชนที่มาเที่ยวชมได้ จึงอยากให้กรมศิลปากรเข้าตรวจสอบและบูรณะหอพระไตรปิฎกแห่งนี้ ที่สร้างด้วยคอนกรีต กว้าง 6 เมตร ยาว 6 เมตร สูง 11 เมตรโดยจุดเด่นอยู่ที่เสาปูนรองรับหอไตรมีลักษณะกลม เรียงกัน 4 แถว แถวละ 4 ต้น สูงต้นละ 4 เมตร มีบัวหัวเสากลับ 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นหอระฆัง ชั้นบนเป็นหอไตรเก็บรักษาพระคัมภีร์ต่างๆขณะที่ตัวหอไตรสร้างด้วยไม้สับแบบฝาประกบ มีประตูทางเข้า 1ประตู ทิศใต้มีระเบียงกว้าง 1 เมตร เดินได้โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีหน้าบันปูนปั้นทั้ง 4 ทิศ มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์สวยงามสะดุดตาทั้ง 8 มุมทิศเหนือและทิศใต้มีลายปูนปั้นรูปพระยาครุฑจับพระยานาค ยอดหอไตร มียอดเรียวแหลมรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายยอดพระเจดีย์ ด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมย่อมุมไม้สิบสองเก่า รอบหอระฆังมีกำแพงแก้วล้อมรอบ 10 เมตรสำหรับความเป็นมาของหอไตรแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่พิจารณาจากรูปแบบสถาปัตยกรรม สันนิษฐานน่าจะสร้างในสมัยสุโขทัย และมีการบูรณะครั้งล่าสุดในสมัยรัชกาลที่ 5หากการบูรณะลงตัว หอไตรแห่งนี้ก็จะยังโดดเด่นเป็นแหล่งความรู้และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ...!ยุทธ์ ไกรโชค