บรรดล ตัณฑไพบูลย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้รับหนังสือเล่มหนึ่ง หน้าปกสีดำ พิมพ์ด้วยตัวอักษรแดง พร้อมกับรูปนายตำรวจยศพันตำรวจเอก ในเครื่องแบบเต็มยศ หน้าตาอิ่มเอิบ ภูมิฐานผิวค่อนข้างขาวแบบชาวเหนือทั่วไปชื่อหนังสือที่เป็นอักษรสีแดงตัวเบ้อเริ่มนั้น อ่านได้ใจความว่า “มือปราบเหยี่ยวดำ” ตามมาด้วยตัวอักษรตัวเล็กลงมาหน่อย แต่ก็ยังอ่านได้ชัดเจนว่า “พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์” ผู้ปิดบัญชีแก๊ง “ตี๋ใหญ่”ส่วนข้างบนสุดของหนังสือพาดหัวไว้ด้วยตัวไม่ใหญ่ไม่เล็ก ใจความว่า “เรื่องจริงที่คนทั้งประเทศต้องอ่าน...มีตำรวจไทยไว้ทำไม? หนังสือเล่มนี้จะให้คำตอบ” พร้อมกับมีตัวอักษรสีขาวอยู่ในวงกลมสีแดง ซึ่งมีคำอธิบายสั้นๆว่า “สร้างเป็นละครดังช่อง 7 สี” ขณะนี้ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้เมื่อไม่กี่วันนี่เอง มีข่าวเล็กๆเกี่ยวกับเรตติ้งละครและรายการบันเทิงทางโทรทัศน์เผยแพร่ออกมาพอดิบพอดีระบุว่า ละครโทรทัศน์ “มือปราบเหยี่ยวดำ” ของช่อง 7 สี มีเรตติ้งคนดูสูงสุด 5.719 เหนือกว่าอันดับ 2 “หนุมาน สงครามมหาเทพ” ของช่อง 8 ที่ได้เรตติ้ง 3.550 และเหนือกว่าอันดับ 3 “The Mask Singer 4” วันแรกที่ได้ 3.049 และเหนือกว่า “เสน่ห์นางงิ้ว” ของช่อง 3 ที่ได้ 2.699ผมรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้อ่านหนังสือเรื่องที่กลายมาเป็นละครโทรทัศน์ยอดนิยมอยู่ในขณะนี้ที่สำคัญเป็นหนังสือที่ตัวนายตำรวจผู้ปิดบัญชีแก๊ง “ตี๋ใหญ่” และเป็นมือปราบคนสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า “มือปราบเหยี่ยวดำ” ท่านลงมือเขียนด้วยตนเองผมอ่านรวดเดียวจบตั้งแต่วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แบบวางไม่ลง เพราะเนื้อหาซึ่งส่วนใหญ่เคยเป็นข่าวอาชญากรรมขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์มาแล้วเกือบทั้งหมด...บวกกับสไตล์การเขียนแบบเรียบง่ายเป็นกันเองที่ชวนอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้ายตั้งแต่การก้าวเข้าสู่ชีวิตตำรวจในฐานะพลตำรวจลูกแถว ที่ไต่เต้าขึ้นไปเรื่อยๆ จนเป็นนายสิบ นายร้อย จนในที่สุดก็ได้ยศพันตำรวจเอก ก่อนเกษียณอายุราชการเป็นหนึ่งในขบวนการปราบแก๊ง “ตี๋ใหญ่” และรับบทบาทสำคัญในฐานะ “สายลับ” ที่ต้องปลอมไปอยู่กับแก๊งตี๋ใหญ่ จอมโจรจากราชบุรีที่เข้ามาอาละวาดถึงเมืองกรุงหลังจากมีส่วนในการ “เช็คบิล” ตี๋ใหญ่ ตำรวจชั้นประทวนรายนี้ก็ได้เลื่อนยศและได้รับมอบหมายให้ทำงานทั้งสืบสวนและปราบปรามอีกนับสิบนับร้อยคดี จนชั่วระยะเวลาหนึ่งก็ได้ขึ้นกลับไปรับราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ท่านเคยเรียนหนังสือสมัยเป็นเด็ก เพราะเป็นคนลำปาง และไปได้ฉายา “มือปราบเหยี่ยวดำ” ที่เชียงใหม่นี่เองจากนั้นก็เข้ามาอยู่นครบาล ไปอยู่ภาคตะวันออก ไปอยู่ภาคใต้เป็นผู้กำกับทุ่งสง แล้วก็กลับมาอยู่นครบาลอีก ก่อนจะไปเกษียณอายุที่สระบุรีเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในทุกๆพื้นที่ที่ไปอยู่ เคยถูกยิงถึงท้องทะลุก็เจอมาแล้ว แต่ก็แน่นอน ท่านก็ดับโจรร้ายไปหลายๆชีวิตเหมือนกันผมชอบวิธีการเล่าเรื่องของท่าน ที่เขียนอย่างธรรมดาๆ แฝงด้วยความถ่อมตน มิได้เขียนในเชิงโอ้อวด หรือยกตัวเองเป็นพระเอกแต่อย่างใดเลยในยามทุกข์ยามถูกกลั่นแกล้ง ตามวิสัยของการทำงานก็จะต้องเจอเข้าบ้าง ท่านก็เพียงแค่บ่นและรำพึงรำพัน ไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยวเจ้าคิดเจ้าแค้นออกมาเป็นตัวหนังสือเวลาพูดถึงการปราบปรามคดีต่างๆก็จะเอ่ยถึงเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด ทั้งเจ้านาย ทั้งเพื่อน ทั้งลูกน้อง มิใช่ยกความดีใส่ตัวเองคนเดียวอ่านแล้วก็เบาใจ สบายใจ แถมชื่นใจขึ้นอีกหลายกระบุงที่ทราบว่าตำรวจไทยที่เป็นตำรวจอาชีพแท้ๆที่น่าสรรเสริญนั้น ยังมีอีกมากมายในประเทศไทยของเรามิใช่จะมีแต่ตำรวจประเภท “ไซด์ไลน์” เข้ามารับราชการตำรวจเป็นอาชีพเสริม แต่ได้ดิบได้ดีอย่างที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ลองหาอ่านกันดูนะครับ หนังสือ “มือปราบเหยี่ยวดำ” โดย พ.ต.อ.บรรดล ตัณฑไพบูลย์ ของสำนักพิมพ์บุ๊คสโตน จัดจำหน่ายทั่วประเทศ โดย อมรินทร์ บุ๊คเซ็นเตอร์ เล่มนี้เผื่อจะได้คำตอบที่ถูกต้องสำหรับคำถามที่ว่า...มีตำรวจไทยไว้ทำไม? ดังที่หนังสือเล่มนี้ และคนไทยจำนวนไม่น้อยตั้งโจทย์ไว้.“ซูม”