หนังสือชื่อ “ว่าด้วยรากผัก” (หงอิ้งหมิง เขียน บุญศักดิ์ แสงระวี แปลเป็นไทย ชื่อสายธารแห่งปัญญา สำนักพิมพ์ ก.ไก่ ) รวมขุมปัญญาตามวิถีแห่งพุทธ เต๋า และขงจื๊อคนญี่ปุ่นถือเป็นคัมภีร์สร้างสรรค์ชีวิต แปลกันหลายสำนวน อ่านกันแพร่หลายถ้ายังแปลกใจ ทำไมไปญี่ปุ่นทำของมีค่าหายจึงได้คืน ลองอ่านนิทานเรื่องนี้วันนั้น จางเอ้อหมา พ่อค้าหาบเร่ ออกจากหมู่บ้างหวางเจียชุนตอนบ่าย เขาตั้งใจเร่งฝีเท้าจะไปให้ถึงหมู่บ้านจางเจียชุน ก่อนฟ้ามืดจางเอ้อหมา เดินไปด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงไม่รู้กี่ร้อยเที่ยวนับได้หลายปี เขารู้เส้นทางถึงตรงนี้ข้างหน้าจะเจอเนินดิน ผ่านไปถึงลำธาร เดินต่อไปตามทางเล็กๆ อีกครู่ก็จะถึงหมู่บ้านที่หมายนอนพักเอาแรง รุ่งขึ้นจะซื้อสินค้าเพิ่มเติม เพื่อจะหาบไปขายที่หมู่บ้านต่อไปในหมู่บ้านนี้ จางเอ้อหมาติดใจสาวสวยแซ่หวาง เมื่อเดินขึ้นเนินดิน เขานึกถึงเธอแล้วก็ครึ้มใจ ร้องเพลง “หล่อนช่างเหมือนดอกไม้จริงๆ ดอกไม้ที่น่าทะนุถนอมเสียนี่กระไร”“โอ๊ย! “เสียงโอ๊ย ไม่ได้ตั้งใจ ให้เป็น” ลูกล้อลูกขัด” ทำนองเพลงแต่เป็นเสียงโอ๊ยจริงๆ จางเอ้อหมาหกล้มลงไปแล้ว ก้นกระแทกพื้นมือเท้าชี้ฟ้า หาบสินค้ากลิ้งไปอีกทางชาดทาปาก น้ำมันใส่ผม ด้าย เข็ม กระจายเกลื่อนไปทั่วบริเวณจางเอ้อหมาพยายามลุกขึ้น มองไปรอบๆ ด้วยความขัดใจ เขาคิดว่าจะต้องมีอะไรใหญ่โตขัดเขา ทำให้เขาหกคะเมนมองไปทางไหนก็ไม่เจอก้มลงมองตำแหน่งที่หกล้ม เขาเห็นรังมดเล็กที่มีขุยดินพูนสูงจากพื้นปกตินิดเดียวเรื่องราวทำนองที่สำนวนไทยว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง จางเอ้อหมาโมโหจนหน้าเขียวตั้งสติได้ จางเอ้อหมานึกถึงคำโบราณ “คนเราไม่ถูกภูเขาใหญ่ขัดขาให้ล้ม แต่อาจจะล้มเพราะสะดุดรังมดเล็ก” เขาก็อุทาน ไม่อยากเชื่อเลยว่า ตัวเองจะมาเจอเช่นนั้นนิทานเรื่องจางเอ้อหมา ให้แง่คิดว่าในเรื่องเล็กๆจะประมาทเลินเล่อมิได้ จึงจะสามารถหลีกพ้นจากความเสียหายใหญ่หลวงเรื่องเล็กของเราบางเรื่อง อย่าเผลอคิดว่าคนอื่นมองไม่เห็น จึงไม่ควรปกปิด เป็นเช่นเดียวกับเรื่อง คนยิ่งยากจนก็จะยิ่งเกียจคร้าน เมื่อเกียจคร้านก็จะสูญเสียความกระตือรือร้น ตั้งสติ มองตัวเอง เมื่อรู้ว่ายากจน ก็ยิ่งขยันหมั่นเพียร เมื่อผิดก็รับผิดคนเช่นนี้ เมื่อเจออุปสรรคขวางหน้า จะสามารถทำการใหญ่ได้สำเร็จภาษิตรากผัก จากนิทานเรื่องนี้ ตั้งชื่อว่า “มองเรื่องใหญ่ ทำเรื่องเล็ก” ทั้งยังมีคำอธิบายเพิ่มเติม...เรื่องเล็กไม่เสียหาย ที่มืดไม่หลอกลวงปิดบัง อับจนไม่เกียจคร้านนี่จึงเป็นวีรชนที่แท้จริงบางเรื่องอื้อฉาวในบ้านเมืองเรา แทนที่เราจะมีวีรชน องอาจหาญกล้าสารภาพผิด เพิ่มขึ้นอีกสักคน แต่น่าเสียดาย เราไม่มีพ่อค้าหาบเร่ จางเอ้อหมา สะดุดรังมดเล็กล้มหงายหลัง ชายชาติทหารบางนาย ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อแล้วว่าล้มเพราะนาฬิกาที่คาดข้อมือเรือนเดียว.กิเลน ประลองเชิง