รับหัวใจไม่ว่าง 'ซีน' นางเอกร่วมวิก เป็นคนพิเศษสลัดลุคหนุ่มสุดเซอร์กลายเป็น “มาเฟีย” มาดขรึม สำหรับ เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ นักแสดงหนุ่ม จากละคร “ไข่มุกมังกรไฟ” ค่ายเป่าจินจง ทางช่อง 3 พิสูจน์ฝีมือทั้งสายบู๊ระห่ำดราม่าหนัก ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีอะไรใกล้เคียงตัวตนมาก่อน เพราะนอกจอเป็นหนุ่มขี้อายมาก ส่วนหัวใจแอบซุ่มปลูกต้นรักกับ ซีน–ภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี นางเอกสาวร่วมวิก ยกให้เป็นคนพิเศษที่ปรึกษาได้ทุกเรื่องราว ใน “คนดังนั่งคุย”อ่านนิยายเรื่อง "ไข่มุกมังกร" ได้ที่นี่ปกติเป็นคนบ้าพลัง บู๊แหลกเหมือนในละครมั้ย“ไม่ครับ ชีวิตจริงไม่เคยต่อยกับใคร สมัยเรียนก็ไม่เคยมีเรื่องกับใครเป็นเด็กติ๋มมากครับ มาเรื่องนี้ต้องไปเวิร์กช็อปเกี่ยวกับคิวบู๊ก็จะต้องฝึกพื้นฐานมวย มวยไทยชิ ที่เห็นในละครหลายคนจะงงเป็นสไตล์ไหน มีปัดเยอะ มีลวดลายทำมือแบบมวยจีนหน่อยมาผสมกัน ตอนไปเรียนคิวแรกๆ ไม่ค่อยได้งานเท่าไหร่ เป็นการปรับพื้นฐาน จำได้วันแรกกำมือผิดด้วย นอกจากมวย มีมีด ปืน กระบองด้วยฝึกเข้มมาก”เท่าที่ฝึกอะไรไหนยากสุด “ที่มีอาวุธจะยากหมด ถ้าเป็นหมัดเราจะรู้ระยะ แต่เป็นมีด เป็นกระบองปุ๊บมีระยะความยาวเข้ามา จะกะระยะลำบากหน่อย”ช่วงถ่ายทำไปทำเค้าเจ็บหรือเล่นเองเจ็บเอง “ตอนถ่ายทำเราจะเซฟกันมาก รู้ว่าผิดคิวยกมือแยกย้ายเลยเพราะว่าเราเล่นสมจริงและค่อนข้างเร็ว ได้แผลมาบ้างนิดหน่อยตามประสาละครบู๊”ได้แผลเป็นของฝากตรงไหนบ้าง “จะเป็นฉากที่เราวิ่งหนีกระสุน ต้องม้วนตัวไปหยิบปืนใหญ่ เทกแรกๆ โอเค พอ 2 เทก กระแทกปากตัวเอง อย่างพี่เดี่ยว สุริยนต์ เข้าฉากด้วยกันบ่อยพอผิดคิวปุ๊บก็ยกมือถอย ไม่ฝืน” เล่นทางบู๊ติดใจขนาดไหน “ติดใจนะครับ ชีวิตจริงไม่เคยเตะต่อยใคร ได้มาทำเป็นประสบการณ์ที่ดี เป็นศิลปะป้องกันตัวได้ด้วยแต่ก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเราหรอก”ไม่ใช่แค่บู๊หนักดราม่าก็หนักเข้าทางเพื่อนมั้ย“ดราม่าก็ชอบนะเพราะชีวิตจริงมีความสุขดีมาก ชีวิตจริงแทบไม่เคยร้องไห้ บทเรไม่เหมือนเพื่อนเลย ใครที่รู้จักเพื่อนจะรู้ชีวิตจริง อารมณ์ดีไปวันๆ สนุกสนานตลอดเวลาแต่ไม่ได้อะเลิร์ตดุ๊กดิ๊กขนาดนั้น จะคุยสนุก คุยเล่น”ในเรื่องบทพูดน้อยมากเจอแบบนี้อึดอัดมั้ย “ไม่อึดอัดเลย ปกติชีวิตประจำวันเพื่อนนั่งอ่านบทจะคิดภาพ คิดขึ้นมาเห็นเป็นภาพเห็นตัวเราเล่น เหมือนเราได้ซ้อมไปก่อนแต่ถ่ายจริงๆ ก็จะเป็นอย่างที่เราคิด ไปอยู่หน้าเซ็ตจริงๆ ต้องฟังอาตู่ นพพล ผกก.อีกทีนึง หลายคนมองว่าอาตู่ดุแน่ๆ ด้วยลุคแต่จริงๆ ไม่ดุเลย ค่อนข้างให้อิสระเราในการเล่นมากๆ มีอะไรเล่นไปก่อน ตรงไหนที่ไม่โอเคจะบอกเป็นจุดๆ ไป อีกอย่างที่อยากจะพูดถึงอาตู่ ฉากไหนใครเล่นไม่ได้ อาตู่เดินมาปุ๊บเหมือนเจอการ์ดเพิ่มพลัง ทุกคนจะเล่นได้ทันที (หัวเราะ)” แหม่ๆ มีเม้าท์นะเนี่ย กระแสละครที่ออกไปคนพูดถึงเยอะอยู่นะ“คนพูดถึงเยอะครับ ส่วนตัวดีใจเห็นผลงานออกมาฉบับสมบูรณ์ สุดยอด ดูเก่งมาก (หัวเราะ) เรื่องนี้ทุกคนเต็มที่กับมันดูแล้วก็ชื่นใจ วันแรกที่ละครออกอากาศอาตู่ก็นัดกองไปดูกัน พูดเลยว่าทุกคนคิดเหมือนกันฟีดแบ็กออกมายังไงแทบไม่ต้อง ชื่นใจ เราภูมิใจผลงานที่ออกมา มีแซวกันเอง”ฉากที่โดนแซวหนักถอดเสื้อลงอ่างแต่ไม่ถอดรองเท้ายังไงกัน “(หัวเราะ) กางเกงก็ไม่ถอด คนถามเยอะมาก เพื่อน (เสียงสูง) ทำไมไม่ถอดรองเท้าว่ะ? เอ้า ตอนนั้นก็อย่างนั้นแหละ รีบจัด (หัวเราะ) เค้าเป็นคนมีเวลาน้อย เดี๋ยวน้องมา (วาววา) ตื่นมาใครที่สังเกตก็จะเป็นกางเกงตัวเดิม (ยิ้ม)”จะต้องถอดเสื้อโชว์หน้าอกหรา “ถอดเสื้อใครไม่เขิน เขินแหละ” ต้องไปฟิตหุ่นเพื่อฉากถอดเสื้อเลยมั้ย “แรกๆ แห้งมาก นั่นคือดีขึ้นมากแล้ว จากปกติไม่เคยเข้าฟิตเนสเพราะผมจะเล่นกีฬาบาส ไม่ได้ไปเล่นกล้าม เล่นบาสออกกำลังกายเอาเหงื่อแต่อันนี้ถอดเสื้อด้วย อุ้ย! แย่แล้ว ยกดัมเบล วิดพื้นทุกวัน เลยมีขึ้นมาหน่อย”ร่วมงานกับวาววา นางเอก เป็นยังไงบ้าง“เคยถ่ายเอ็มวีด้วยกันมาก่อนถ่ายละคร เอ็มวีของขนมจีน เพลง อย่าบอกเขาว่าเราเคยคบกัน บางคนอาจจะเคยเห็นแต่ตอนนั้นเพื่อนจะหัวฟู เจอกันอีกทีก็ถามวาววาว่าจำได้มั้ย วาววาบอกจำได้สิ วาว เก่งมาก หลังจากไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ทำอะไรมาบ้าง ยิงเป้าบิน ขี่ม้า ทำอะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด เล่นกีฬาลุยมากเป็นสายบู๊มาผิดกับเราไม่เคยทำอะไรมาก่อนเลย (หัวเราะ) ทั้งๆ ในเรื่องเราเก่งมากแต่น้องเก่งกว่าเราเยอะ พอกระแสมาขนาดนี้หายเหนื่อย”ฉากหวานๆ กับวาววาเล่นออกมั้ย “แรกๆ มีเขินนะ แต่เป็นเพื่อนเขินนะ วาววาไม่เขิน ก็ต้องทำให้คุ้นชิน เวลาพักนั่งคุยเล่นกันบ่อยๆ เวลาเข้าฉากจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ” เรื่องนี้เล่นจริงจูบจริง “จูบจริงครับแต่จูบกี่ทีไม่รู้ (หัวเราะ)”เวลาอยู่กับนางเอก เร จะมีหางเสียงคะ ขาด้วยมันขัดๆ เขินๆ มั้ย“ไม่เคยพูดกับใครมาก่อนเลยในชีวิต ปกติพูดกับแม่ก็ครับ แรกๆ ต้องถามคนรอบๆ เลยพูดคะแปลกมั้ย? แต่ก็โอเค ชินปากมั้ยไม่รู้ค่ะ ก็ได้มั้งคะ (หัวเราะ) พยายามทำให้ชินแต่ที่บ้านจะงงพูดคะด้วยเหรอ?”เวลาโดนแซวเยอะๆ “มันชินตั้งแต่เรื่องแรกๆ แซวหนักเพราะเค้าไม่คิดเราจะมาทำงานตรงนี้เด็กๆ จะเป็นคนขี้อายมาก สั่งกับข้าวยังไม่กล้าสั่งเองแม่สั่งให้หน่อย”ความขี้อายในตัวเราตอนนี้ล่ะ “ยังขี้อายเหมือนเดิม รู้สึกว่าถ้าเป็นงานที่เราต้องทำก็ต้องทำให้ได้”จุดไหนต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองจากคนเงียบๆ “ทำงานตรงนี้แหละ มีช่วงนึงมีคนพูดให้ข้อคิดแต่ละฉากเราเล่นได้ครั้งเดียวในชีวิตแล้วคนดูก็ดู ถ้าทำลงยูทูบไปแล้วเกิดทำละครรีเมกทำใหม่ คนที่เล่นเป็นเราเค้าจะกลับมาดูวิธีการเล่นของเรา จะให้เค้าดูแล้วชื่นชมสุดยอดว่ะ หรือ เล่นได้แค่นี้เหรอ? จากที่เราเต็มที่ก็ยิ่งเต็มที่กับมันขึ้นไปอีก”เข้าวงการชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน“เปลี่ยนนะครับ อย่างแรกเลย การใช้ชีวิตแน่นอนไปไหนปกติไม่ชอบให้ใครมอง มากๆ ยิ่งละครเรื่องแรก สุดแค้นแสนรัก ออกอากาศ คนมองก็อายทำตัวไม่ถูก ตอนนี้ก็ดีขึ้นเดินห้างคนเดียว กินข้าวคนเดียวได้ ส่วนการวางตัวเปลี่ยน การแต่งตัวก็เปลี่ยนปกติเราชอบเล่นกีฬาจะใส่เสื้อยืด ขาสั้นสไตล์กีฬา โชว์ขนหน้าแข้งแต่ตอนนี้ออกไปไหนต้องแต่งตัวรักษาภาพลักษณ์ให้มันดูดีด้วย ส่วนการใช้ชีวิตอื่นๆ เหมือนเดิมกินง่ายๆ อย่าทำอะไรยากๆ ให้กิน มีคนถามเพื่อนกินแต่ไข่เจียว ไม่กินนี่เหรอต้มยำ แกงโน่นนี่ จะมีคำถามเพื่อนไม่กินกุ้งเหรอ จริงๆ กินได้แต่เราชอบกินไข่เจียว กินเผ็ดได้ คนคิดไม่เอาผักทำรสจืดมาให้จริงๆ กินได้หมดเวลาออกกองเน้นกินง่ายๆ มากกว่า”ช่วงว่างไม่ถ่ายละครชีวิตเพื่อนทำอะไร“กลับบ้านที่นครสรรค์ครับ ตอนนี้มีหลาน เป็นลูกของพี่สาว ผมเป็นอากู่ ใครที่ตามไอจีจะเห็นผมลงรูปหลานเยอะเรียกว่าหมกมุ่นเลยแหละ กลับไปเห็นสตอรี่ จากชีวิตผมไม่เคยอัพสตอรี่อะไรเลย แต่เวลากลับบ้านจะเห็นผมลงตลอด มีคนเข้าใจเหมือนกัน แรกๆ คนที่ไม่รู้ว่าผมมีหลาน ลงรูปคู่กับหลาน เพื่อนๆจะทักมาเลยเฮ้ย! มีลูกแล้วเหรอ? เพราะหน้าเหมือนมากไม่ใช่ เวลาว่างเลี้ยงหลาน ถามว่ากลับบ้านบ่อยมั้ย ว่างก็กลับเฉลี่ยเดือนละครั้งนึง”จะต้องกลับไปสืบทอดกิจการด้วยมั้ย “ไปครับ ผมเป็นลูกชายคนเดียวด้วย แล้วป๊ากับแม่ก็เริ่มมีอายุก็ไม่อยากให้มาทำงานหนักเยอะๆ ทุกวัน”แต่งานวงการเพื่อนกำลังไปได้สวยเลย “มีงานวงการก็ทำไป ส่วนอนาคตต่อไปต้องไปช่วยทำงานที่บ้านด้วย ถ้ามีถ่ายละครด้วยอาจจะเทียวไปเทียวมา ยังไงธุรกิจนั้นก็ต้องช่วยที่บ้านดูแล”ความรักบ้างล่ะยังไงหล่อเลือกได้รึเปล่า“มีคนคุยๆ บ้าง ก็คุยแค่คนเดียว คุยกันนานแล้วแต่ยังไม่ได้เปิดตัวอะไรขนาดนั้น”ทำไมล่ะ “อยู่กันเงียบๆ ก็สบายดีนะ ไม่ได้คุยกันต้องลงรูป ในไอจีก็มีลงคู่กันบ้าง ค่อยๆ คุยกันไป มีอะไรค่อยคุยกัน มีปัญหาอะไรปรึกษากันมากกว่า” จุดเริ่มต้นคบกันมาจากเล่นละครด้วยกัน “(ยิ้ม) สนิทกันที่สุดแล้ว”ไม่ค่อยเปิดตัวแบบนี้คนที่เราคุยเค้าเข้ามามากน้อยแค่ไหน “เข้าใจครับ มีการคุยกันตั้งแต่แรกๆ อีกอย่างที่บ้านเรา แม่กับเจ๊ก็หวงด้วย คือที่บ้านก็รู้เราคุยกับใครอยู่ จะบอกแม่กับเจ๊ไว้ด้วยอยู่แล้ว”พาไปทำความรู้จักครอบครัวเรา “ไม่ๆ ยังไม่ขนาดนั้นแต่เค้าก็รู้ว่าเราคุยคนไหนๆ”ทำงานแบบนี้มีเวลาเจอกันเยอะมั้ย “คือจริงๆ ต้องมีอยู่แล้วแหละเวลาเจอกัน บางทีว่างนิดๆ หน่อยๆ ก็ไปกินข้าวกันก็ได้” หลายคนที่ทำงานวงการมีแฟนมักจะบ่นเวลาไม่แน่นอน “อ่อ ใช่เวลาไม่แน่นอนแต่มีเวลา คือคนเราคงไม่ว่างขนาด 24 ชม.ขนาดนั้น มันต้องมีว่างบ้าง”การที่ไม่เปิดตัวคบกันเป็นห่วงเรื่องเรตติ้งจะตกด้วยหรือเปล่า “ไม่ได้กลัว จริงๆ ไม่ถึงกับไม่เปิดตัว อยากค่อยๆ ศึกษาเรียนรู้กันไปก่อน เป็นกำลังใจในการทำงานมากกว่า”ต้องใช้เวลาคบกันนานขนาดไหนถึงมั่นใจที่จะเปิดเผยเรื่องรักๆ ได้เต็มที่ “คือเราไม่ได้ปิดบัง ใครรู้จักผม เค้าก็รู้เพื่อนคุยกับใคร”มีงอน ทะเลาะ “ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรให้เค้าหึง”ทุกคนส่งไลน์หวานๆ “ก็มีกู๊ดไนต์ฝันดีกัน”อร๊าย...ยหัวใจไม่ว่างแบบนี้ สาวๆ ทั้งประเทศอกหักกันระนาวล่ะสิ.ทีมข่าวบันเทิง