ถึงร่างจะถูกเผาสลายกลายเป็นธาตุไปแล้ว แต่แนวโน้มเรื่องยังไม่จบง่ายๆกับกรณีการตายของ “น้องเมย” นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ ที่ล่าสุดมีการเปิดผลสอบของคณะกรรมการชุดที่มี พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร เป็นประธานฯ สรุปว่า “น้องเมย” เสียชีวิตจากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากหลายสาเหตุ รวมถึงอุบัติเหตุตกบันไดส่งผลให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่เกี่ยวกับผลกระทบจากการ “ธำรงวินัย”หรือถูกรุ่นพี่ “ซ่อม” จนตายแต่อย่างใดแน่นอน ผลออกมายังไงก็ขัดความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ สวนกระแส โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่ดักคอดักทางไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แนวโน้มส่อเป็นมวยล้มต้มคนดูทั้งประเทศเพราะปฏิเสธไม่ได้ เรื่องของ “น้องเมย” ไม่ว่าผลการสอบของกองทัพจะออกมาอย่างไร แต่สังคมได้พิพากษาไปแล้ว ตามแนวโน้มแบบที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ยังโดนหางเลขเต็มๆทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำให้ “น้องเมย” ตายโดยตรง แค่โยงกับสถานะ รมว.กลาโหม แล้วเจ้าตัวก็พูดตามสไตล์ทหารอาชีพว่า การธำรงวินัยเป็นเรื่องธรรมดาของการฝึกทหารผมก็เคยโดนซ่อม แต่ผมไม่ตายกลายเป็นว่า ปม “น้องเมย” ถูกแห่ผสมโรงกับกระแสหมั่นไส้ “บิ๊กป้อม” เป็นทุนเดิม เพิ่มเสียงด่ากระหึ่มเมือง เรื่องยังพาลกระทบชิ่งไปถึงผู้นำทหาร คสช.อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. โดนนักสิทธิมนุษยชนเหมารวม ถือโอกาสไล่เค้นคอกดดันปมสิทธิมนุษยชนภายใต้อำนาจพิเศษของทหารสรุปตามเงื่อนสถานการณ์เป็นช่วงจังหวะซ้ำรัฐบาล คสช.ในภาวะขาลงแต่เรื่องของเรื่อง ถ้าไม่เหมาอารมณ์ผสมการเมือง ตัดอาการหมั่นไส้ “บิ๊กป้อม” ออกไป มองอย่างเข้าใจในวัฒนธรรมกองทัพ กับคำว่า “เขตทหารห้ามเข้า” เป็นอะไรที่สะท้อนแนวคิดโบร่ำโบราณมาแต่ไหนแต่ไร“สิทธิ” ความเป็นทหารมันเป็นอะไรที่พิเศษกว่าพลเรือนไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น แม้แต่ดินแดนแห่งเสรีภาพอย่างสหรัฐอเมริกาอาจจะเข้มกว่าด้วยซ้ำถ้าเคยดูภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่องที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับทหาร ปมลึกลับซ่อนเงื่อนในกองทัพ การสอบสวนเกี่ยวกับการตาย การฆาตกรรม จะถูกเก็บงำเป็นความลับภายในหน่วยตำรวจ กระบวนการยุติธรรมปกติ บุคคลภายนอกยากจะเข้าถึง ต้องเผชิญกับอิทธิพลมืดแฝงสารพัดกว่าพระเอกหรือนางเอกจะหาข้อเท็จจริงได้ยังงอมพระรามแต่นั่นมันในหนัง เรื่องจริงอย่างที่รู้ๆกัน วัฒนธรรมของกองทัพจะแยกต่างหากจากวิถีของพลเรือน เพราะคำว่า “ความมั่นคง” และภารกิจหลักในการเตรียมพร้อม “นักรบ” ที่จะต้องออกไปเผชิญ “ความตาย” ในสนามจริงทหารจะถูก “จำหน่าย” เป็นบุคลากร หรือ “สมบัติ” ของ กองทัพเป็นหรือตายไม่จำเป็นต้องสาธยายให้คนนอกรับรู้ว่างั้นเถอะ.กำปั้นหยก