พท.ตามกัดติด ปชป.ร่วมแจม ตู่ขอบคุณชวนป.ป.ช.เด้งเชือกไม่รู้ “บิ๊กป้อม” ส่งหนังสือแจงครอบครองแหวน-นาฬิกา 12 ธ.ค. แนะอย่าเพิ่งคาดเดาอะไร พท.รอพิสูจน์มาตรฐาน “บิ๊กกุ้ย” ชี้ “บิ๊กป้อม” แจงไม่เคลียร์คำถามตามติดพันแน่ “เรืองไกร” เชื่ออ้างนาฬิกาเป็นของเพื่อนยิ่งไปกันใหญ่ ต้องพิสูจน์หลายสิ่ง คุ้ยเค้นยันใบเสร็จ เด็ก ปชป.เย้ยถ้า ป.ป.ช.บ้าจี้เชื่อ “แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน” ต้องยุบองค์กรทิ้ง นายกฯขอบคุณ “ชวน” ชี้แนะปัญหา ยันกำลังเร่งแก้ไม่เคยมองข้าม “วิษณุ” ลั่น คสช.รับผิดชอบแน่ปมปลดล็อกพรรคการเมืองไม่ต้องห่วง ประเมินสถานการณ์กันวันต่อวันอยู่แล้ว “บิ๊กป้อม” ขอให้รอ คสช.ชี้ขาด “ชวน” กระตุกใช้มาตรการพิเศษแก้ปัญหารายได้หด ย้ำจุดเริ่มปรองดอง คนผิดต้องรับโทษก่อน “สมศักดิ์” แนะงดใช้ รธน.บางมาตราเพื่อสร้างปรองดอง พร้อมปลุกสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบการครอบครองนาฬิกาและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ท่ามกลางกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร จะส่งหนังสือชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ในวันที่ 12 ธ.ค. โดยระบุแหวนเป็นของมารดา และนาฬิกาหรูเป็นของเพื่อนนั้นป.ป.ช.ไม่รู้ “บิ๊กป้อม” จ่อแจง 12 ธ.ค.เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เตรียมส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ในวันที่ 12 ธ.ค. เพื่อชี้แจงการครอบครองนาฬิกาหรูและแหวนเพชรที่มีข้อสงสัยไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินว่า ยังไม่ทราบว่า พล.อ.ประวิตร จะมายื่นหนังสือในวันดังกล่าวหรือไม่ แต่ไม่ขอพูดอะไรมาก เนื่องจากทุกอย่างอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบ ขอให้ ป.ป.ช.ทำงานก่อน ปล่อยให้กระบวนการ เดินไป เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร ระบุแหวนเป็นมรดกของมารดา ส่วนนาฬิกายืมเพื่อนมาใส่ นายวรวิทย์ตอบย้ำว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ อย่าเพิ่งไปคาดเดาอะไรกันมากนัก ขอให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายปฏิบัติการดำเนินการตามระเบียบและวิธีปฏิบัติ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีความซับซ้อนอะไรพท.รอพิสูจน์มาตรฐาน “บิ้กกุ้ย”นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์มาตรฐานการทำงานของ ป.ป.ช. ยิ่งสังคมรับรู้ทั่วกันถึงสถานะของ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ว่า มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล เป็นลูกน้องเก่า พล.อ.ประวิตร ก็ยิ่งอยากเห็นการทำงานตรงไปตรงมา ไม่สองมาตรฐาน เรื่องนี้หาก พล.อ.ประวิตรชี้แจงไม่ชัดเจนจะมีคำถามตามมา ดังนี้ 1.ถ้าเป็นของเก่าที่มีแต่เดิม เหตุใดไม่มีในบัญชีทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. 2.ถ้าเป็นของ พล.อ.ประวิตรซื้อจากต่างประเทศ ได้เสียภาษีนำเข้าถูกต้องหรือไม่ มีใบเสร็จประกอบหรือไม่ 3.ถ้าชี้แจงว่านาฬิกาเป็นของแม่ คิดว่าสังคมจะเชื่อว่าแม่ท่านเป็นนักสะสมหรือเจ้าของนาฬิการิชาร์ดมิลล์ 4.ถ้าจะชี้แจงว่าซื้อของปลอมหรือของก๊อปเกรดเอ จะกระทบต่อภาพลักษณ์ปราบสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของรัฐบาลหรือไม่ 5.ถ้ายืมเพื่อนมาใส่ สังคมอาจสงสัย เฉพาะบัญชีที่ พล.อ.ประวิตรแจ้งต่อ ป.ป.ช. มีทรัพย์สิน 87 ล้าน สมเหตุผลหรือไม่ที่ระดับรองนายกรัฐมนตรียืมเพื่อนมาใส่ และเพื่อนต้องนำหลักฐานการซื้อ หมายเลขประจำเครื่อง ใบเสร็จเสียภาษี มายืนยัน นายอำนวย คลังผาจี้ “ประวิตร” เป็นตัวอย่างโปร่งใสนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ พล.อ.ประวิตรจะได้ชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้ ถ้าซื้อนาฬิกาหลังจากเข้ารับตำแหน่งก็ต้องมีใบเสร็จมายืนยัน หรือถ้านาฬิกา แหวนเป็นของใครก็ต้องบอกที่มาที่ไปให้ได้ เพื่อให้สังคมคลายสงสัย และเพื่อความสง่างามในการดำรงตำแหน่งรองนายกฯด้านความมั่นคงของตัวท่านเอง พล.อ.ประวิตรเข้ามาทำหน้าที่ในรัฐบาลพิเศษ ที่มักจะบอกว่านักการเมืองไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ดังนั้น จึงควรทำให้เป็นตัวอย่างในเรื่องความโปร่งใส เพราะกรณีเช่นนี้มีนักการเมืองถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งมาแล้วหลายคนชี้อ้างนาฬิกาเพื่อนยิ่งไปกันใหญ่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เชื่อว่า พล.อ.ประวิตรจะทำหนังสือชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ระบุที่มาของแหวนเพชรและนาฬิกาที่ไม่มีอยู่ในรายการบัญชีทรัพย์ ว่ามาจากมรดกของแม่ และยืมเพื่อนมาใส่ตามกระแสข่าวที่ออกมา เพราะถ้าแจ้งไปเช่นนั้นจะยิ่งไปกันใหญ่ ขัดกับสิ่งที่เคยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นทรัพย์สินของเดิมที่มีมานานแล้ว การไปแจ้งว่านาฬิกาหรูยืมเพื่อนมาใส่นั้น จะทำให้ยิ่งถูกไล่บี้ซักไซ้หนักขึ้น โดยเฉพาะเพื่อนที่รับเป็นผู้ให้ยืม ต้องไปพิสูจน์หลายอย่าง อาทิ เป็นผู้มีตัวตนจริงหรือไม่ ซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่ มีใบเสร็จการซื้อขายมายืนยันหรือไม่ และใบเสร็จการเสียภาษีนำเข้ามีหรือไม่ เพราะรุ่นนี้ ไม่มีขายในประเทศไทย ต้องสั่งเข้ามา จะยิ่งไปกันใหญ่ ตนยังเชื่อว่า พล.อ.ประวิตรจะใช้เวลารวบรวมหลักฐานเพื่อความรอบคอบจนถึงที่สุดภายในกรอบเวลา 30 วัน คงไม่มายื่นชี้แจงในวันที่ 12 ธ.ค.ตามข่าว แม้เรื่องนี้การตรวจสอบไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่เป็นเรื่องชี้แจงลำบากบี้ ป.ป.ช.เค้นสอบยันใบเสร็จนายเรืองไกรกล่าวว่า อยากฝาก ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบไล่บี้ พล.อ.ประวิตรจนถึงที่สุด ให้เหมือน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกไต่สวนกรณีไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินในส่วนนาฬิกา มูลค่า 2.5 ล้านบาท แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะชี้แจง ที่มาที่ไปแล้วว่า ฝากหลานซื้อ และต่อมาได้นำนาฬิกาไปขาย จึงไม่มีอยู่ในบัญชีทรัพย์สิน แต่ ป.ป.ช.ไม่เชื่อ ขอดูหลักฐานการซื้อขายนาฬิกาเรือนดังกล่าว ดังนั้นในกรณี พล.อ.ประวิตรก็เช่นกัน หากกล่าวอ้างว่า แหวนยืมแม่มาใส่ หรือนาฬิกายืมเพื่อนมาใส่ ต้องขอใบเสร็จการซื้อขายมายืนยันเหมือนกัน นายวิลาศ จันทรพิทักษ์“วิลาศ” เย้ย ป.ป.ช.บ้าจี้ต้องยุบทิ้งนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เป็นหนังสือ แต่ไม่รู้ว่าข่าวที่ออกมาว่าแหวนเพชรเป็นของแม่ นาฬิกาเป็นของเพื่อนนั้น เป็นเหตุผลที่ พล.อ.ประวิตรที่จะชี้แจงต่อ ป.ป.ช.จริงหรือไม่ ไม่อยากจะเชื่อว่า พล.อ.ประวิตรจะกล้าชี้แจงเช่นนั้น แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง แล้วปรากฏว่า ป.ป.ช.เชื่อ ตนคิดว่าหน่วยงานแรกที่จะต้องถูกยุบทิ้งก็คือ ป.ป.ช. เพราะนั่นเท่ากับว่าต่อจากนี้ไปจะไม่สามารถปราบปรามการทุจริตได้อีกแล้ว“บิ๊กตู่” ขอบคุณ “ชวน” ชี้แนะปัญหาพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ส่งจดหมายเปิดผนึกเรื่องรายได้ต่อครัวเรือนประชาชนในภาคใต้ลดลง ผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มายังตนว่า ในฐานะที่นายชวนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง รัฐบาลขอขอบคุณในข้อแนะนำ กรณีที่ระบุว่า รายได้ต่อครัวเรือนในภาคเหนือและภาคใต้โดยรวมลดลง ต้องไปดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร จากการลงพื้นที่พบว่าจังหวัดเหล่านั้นยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควรในหลายด้าน หากย้อนไปดูสภาพเศรษฐกิจของประเทศก่อนปี 2557 จะพบว่าบ้านเมืองประสบปัญหา อย่างหนัก เพราะปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจนไม่สามารถขับเคลื่อนงานสำคัญที่จะยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนได้ เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารทำให้เวลานี้เศรษฐกิจโดยรวมเริ่มดีขึ้น มีตัวเลขยืนยันอย่างชัดเจนเร่งแก้ไขไม่เคยมองข้าม ปชช.พล.ท.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า การจะทำให้รายได้ระดับครัวเรือนของประชาชนเพิ่มขึ้นต้องอาศัยหลายปัจจัย ไม่ใช่เรื่องง่าย เชื่อว่าทุกรัฐบาลย่อมทราบดี แต่หลายเรื่องที่นายชวนให้คำแนะนำ รัฐบาลนี้ได้ลงมือทำแล้ว ทั้งการดึงอัตลักษณ์ของชุมชนมาส่งเสริมการท่องเที่ยว สนับสนุนให้เกษตรกรทำอาชีพเสริม นอกจากการปลูกพืชแบบเดิม และมีหลายเรื่องที่กำลังดำเนินการอยู่ แต่ทุกอย่างจะไม่สำเร็จถ้าทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน หรือรอแต่ความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว ยืนยันว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ติดตามข้อมูลรายละเอียดสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งประเทศ ไม่เคยมองข้ามเรื่องนี้ พยายามปรับรูปแบบวิธีการทำงานเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน เช่น กำหนดให้มีแผนบูรณาการบริหาร และงบประมาณแบบใหม่ มี 6 ภาค กลุ่มจังหวัด และจังหวัด เพื่อให้การพัฒนาทุกด้านสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของพื้นที่มากที่สุด นายวิษณุ เครืองาม“วิษณุ” ลั่น คสช.พร้อมรับผิดชอบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ระบุหากพรรคการเมืองปฏิบัติตามกรอบเวลาใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ไม่ทัน คสช.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายว่า เรื่องการปลดล็อก คสช.จะเป็นผู้พิจารณา เพราะมีฝ่ายติดตามประเมินสถานการณ์วันต่อวันอยู่แล้ว ทุกฝ่ายรู้กรอบเวลา แต่ถ้าไม่ทันตามกรอบเวลาขึ้นมา คสช.ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ โดยหาวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้กระทบกับพรรคการเมือง ในการปฏิบัติตามกรอบของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง เมื่อถามถึงกรณีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอให้แก้ไขบทเฉพาะกาลใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อขยายกรอบเวลาออกไป นายวิษณุตอบว่า สนช. ได้หารือกัน และมีคนเสนออย่างไม่เป็นทางการมายังรัฐบาล โดยรัฐบาลรับไว้ และจะส่งให้ คสช.พิจารณาต่อไป เมื่อถามอีกว่า การใช้มาตรา 44 เป็นทางเลือกหนึ่งหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เมื่อปัญหาติดขัดที่ข้อกฎหมาย ก็ต้องใช้วิธีทางกฎหมายในการแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม สุดท้ายที่ประชุม คสช.จะเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้“บิ๊กป้อม” ให้รอ คสช.ชี้ขาดปลดล็อกพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สำรวจความคิดเห็นประชาชนสนับสนุนให้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองว่า การจะปลดล็อกให้พรรคการเมืองหรือไม่ ในช่วงนี้ ตนไม่รู้ และยังไม่ทราบว่าจะปลดล็อกให้เมื่อใด เพราะทาง คสช.ยังไม่ได้ประชุมในเรื่องดังกล่าวเลย จะให้ตนตอบเป็นแนวคิดคนเดียวไม่ได้ ดังนั้น ขอให้ คสช.ประชุมและมีมติเรื่องนี้อย่างเป็นทางการก่อน สำหรับปัจจัยสำคัญที่จะปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้นั้น ต้องให้ฝ่ายข่าว คสช.ประเมินสถานการณ์ภาพรวมของประเทศก่อนว่าควรจะปลดล็อกหรือไม่ เมื่อถามถึงกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ตัวแทนจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนและตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากประกาศ และคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยเฉพาะฉบับที่ 3/2558 พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังไม่รู้เรื่องดังกล่าว เราขอให้เอาข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเข้าที่ประชุมคสช.ว่าจะพิจารณาเรื่องนี้ว่าต้องดำเนินการอย่างไร“ชวน” จี้ใช้มาตรการพิเศษแก้ปัญหาวันเดียวกัน เวลา 15.30 น. ที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดศาลเจ้ามูลนิธิสามัคคีฮกเต็กแป๊ะกง และประธานเปิดนิทรรศการ 100 ปี เมืองปาดังเบซาร์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ อดีต ส.ส.อ่างทอง และนายนิพนธ์ บุญญามณี นายก อบจ.สงขลา ท่ามกลางประชาชนชาวปาดังเบซาร์ร่วมต้อนรับคับคั่ง นายชวนกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานประมาณ 30 นาที ใจความตอนหนึ่งว่า รัฐบาลต้องรีบทบทวนบทบาทในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะประชาชนรายได้ลดลง หายไป 1 ใน 3 เคยมีรายได้ที่ 3 หมื่นบาท เหลือ 2 หมื่นบาท โดยเฉพาะที่ภาคใต้ ซึ่งเคยทำรายได้เลี้ยงประเทศกลับเจอภาวะที่ถดถอย เช่นที่ปาดังเบซาร์ ค่าเงินริงกิตตกต่ำกระทบต่อการส่งออก การท่องเที่ยว ปัญหาราคายางพาราที่ตกลงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 จังหวัดที่รายได้ประชาชนลดลงมากคือ ระนอง ลดลงจาก 32,292 บาท ในปี 2556 เหลือเพียง 22,035 บาท ในปี 2558 จังหวัดตรังลดลงจาก 33,270 บาท ในปี 2556 เหลือเพียง 23,309 ในปี 2558 เท่ากับว่าทั้ง 2 จังหวัด ลดลง 1 ใน 3 และจังหวัดยะลาลดลงจาก 22,483 บาท เหลือเพียง 15,584 บาท จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาปัญหาของภาคใต้และจังหวัดที่ประสบปัญหารุนแรงด้วยมาตรการและนโยบายพิเศษที่มีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ นายชวน หลีกภัยจุดเริ่มปรองดองคนผิดต้องรับโทษ“ขอให้คนไทย หน่วยงานต่างๆ ตระหนักถึงหน้าที่ของตัวเอง ใครมีหน้าที่อะไรให้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เราเคยจัดประชุมเรื่องเวทีผู้นำอาเซียนที่พัทยา มีคนที่ไม่ดีไปล้มเวที แต่ไม่มีหน่วยทหาร หรือตำรวจเข้าไปห้ามหรือจับกุม เพราะเขาไม่รู้หน้าที่ที่แท้จริง หรือว่าหัวหน้าคนที่สั่งการเป็นคนเดียวกับหัวหน้าตำรวจ ตอนนี้เราเห็นคนชั่วถูกดำเนินคดี เพราะรู้หน้าที่แล้วว่าคนชั่วจะต้องเข้าคุก กฎหมายเริ่มศักดิสิทธิ์ เรื่องการปรองดองก็ต้องนำคนผิดมาลงโทษก่อน แล้วมาคุยเรื่องการปรองดอง ไม่ใช่ออกกฎหมายมายกโทษคนผิด ไม่ต้องรับผิด แบบนั้นยังไม่ใช่การปรองดอง” นายชวนกล่าวกรธ.โต้โพลปูทาง คสช.สืบอำนาจนายอมร วานิชวิวัฒน์ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงผลโพลของสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ระบุว่าจุดแข็งคือประชาชนยกให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง ถือได้ว่าเป็นเจตนารมณ์หลักที่ กรธ.มีความมุ่งหมาย รู้สึกดีใจที่ภาพเหล่านี้ยังปรากฏอยู่ในสำนึกของประชาชน ส่วนจุดอ่อนที่ประชาชนเห็นว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจของ คสช.นั้น ยืนยันว่า กรธ.ไม่ได้มีความมุ่งหมายเช่นนั้น การที่ คสช.จะอยู่ต่อไปหรือไม่ แล้วจะอยู่ต่อด้วยวิธีการใดเป็นเรื่องของ คสช. แต่ทุกอย่างต้องผ่านกลไกในรัฐธรรมนูญอย่างเข้มข้น กรธ.ไม่ได้จะทำเพื่อให้ใครคนใดคนหนึ่งให้เข้ามามีอำนาจในอนาคต“สมศักดิ์” ขอ 5 พันล้านพัฒนาสุโขทัยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกฯ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะนำ ครม.ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก และสุโขทัย เพื่อตรวจราชการและประชุม ครม. นอกสถานที่ วันที่ 25-26 ธ.ค.ว่า เป็นโอกาสดีของ จ.สุโขทัย ที่ผู้ว่าฯจะได้นำเสนอของบประมาณพัฒนาจังหวัด งานนี้ถ้า จ.สุโขทัย ได้งบประมาณน้อยกว่า 5 พันล้านบาท ถือว่าขาดทุน แต่ตนมั่นใจว่าผู้ว่าฯ และนายก อบจ.สุโขทัย จะทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมในด้านต่างๆ ให้ได้งบประมาณพัฒนา จ.สุโขทัย รวมทั้งจังหวัดใกล้เคียง ทั้งนี้ ตนอยากนำเสนอความคิดดีๆจากหลากหลายบุคคล คือ 1.การแก้ปัญหาความยากจน ด้วยโครงการนำวัวให้ประชาชนยืมไปเลี้ยง ครบ 10 ปี ก็ให้นำมาคืนตามจำนวนน้ำหนักที่ยืมไป 2. เรื่องการสร้างความปรองดอง เมื่อได้พูดคุยกับผู้มีอำนาจเต็มแล้ว เชื่อว่าคงเป็นเรื่องง่าย อาจมีการของดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี เพื่อความปรองดองในประเทศ ส่วนโรดแม็ปจะเป็นอย่างไรคงต้องใช้เวลาในการพูดคุยอธิบายทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน 3.การสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นที่เป็นเรื่องยากสำหรับรัฐบาลเลือกตั้ง แต่รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มสามารถทำได้ ถ้าสร้างเขื่อนแห่งนี้ปัญหาน้ำท่วมจะหมดไปในบริเวณใกล้เคียงและส่งผลไปถึงกรุงเทพฯด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์“องอาจ” จี้ทีม ศก.แก้หนี้ครัวเรือนนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการติดตามแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากหลังปรับ ครม.ว่า ถึงแม้รัฐบาลจะพยายามโฆษณาว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งเรื่องการส่งออก การท่องเที่ยวก็ขยายตัว การลงทุนของเอกชนมีมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงที่สัมผัสได้พบว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่รัฐบาลกล่าวอ้างยังไม่มีการกระจายตัวเท่าที่ควร รายได้เกษตรกรยังขยายตัวไม่มาก ราคาสินค้าเกษตรยังอยู่ในระดับต่ำ รัฐบาลไม่มีมาตรการอุดหนุนราคา ผลกระทบจากภัยแล้งปีที่แล้วก็ทำให้เกษตรกรมีหนี้เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อในต่างจังหวัด กับดักสำคัญที่ทำให้เกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีกำลังซื้อ ไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยได้คล่องเหมือนที่ผ่านมา มาจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ดูเหมือนจะชะลอลงบ้าง แต่ยังอยู่ระดับสูงที่ 78% ต่อจีดีพี ถือว่าสูงเป็นอันดับต้นๆของประเทศที่มีขนาดใกล้เคียงกัน อยากฝากให้ทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนให้ได้ผลมากขึ้น ให้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ของประเทศอีกต่อไปส่ายหัวบ่อนผุดเป็นดอกเห็ดนายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แถลงเนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลว่า ไม่รู้ว่านายกฯแถลงจากใจจริงหรือใครรายงาน เพราะหลายเรื่องคลาดเคลื่อน อยากฝากนายกฯลองตรวจสอบทบทวนว่าตอนทำรัฐประหารใหม่ๆ ที่ว่าจะมาปราบปรามการทุจริต วันนี้ยังมีปัญหาตรงไหนบ้าง ชัดเจนที่สุดคือ เรื่องบ่อนการพนัน ก่อนทำรัฐประหาร 10 ซอย จะเจอสักซอย วันนี้พื้นที่ฝั่งธนบุรี หวยจับยี่กีมีทุกซอย อยากให้นายกฯส่งคนที่ไว้ใจไปตรวจสอบ เพราะในอดีตจ่ายให้ตำรวจ แต่ตอนนี้ต้องเสียเพิ่มให้อีกหน่วยงานหนึ่งคือ ทหาร บ่อนเปิดเยอะขึ้นและถี่ขึ้น ถือว่าเป็นช่องทางทุจริต ส่วนการปราบปรามการทุจริตโดยตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ แรกๆเหมือนผลงานดี แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกือบจะหายสาบสูญนายกฯ–ป.ป.ช.อย่าโม้ปราบทุจริตนายวิลาศกล่าวว่า ส่วนการประกาศคะแนนดัชนีชี้วัดค่าความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ โดยให้หน่วยงานต่างๆจัดทำกันเอง เท่ากับเป็นตราประทับว่าไม่มีการทุจริต นายกฯกับ ป.ป.ช.ต้องทบทวนให้มีหน่วยงานกลาง หรือนำเอกชนคู่สัญญากับหน่วยงานต่างๆมาร่วมประเมิน ไม่ใช่ให้คนมาประเมินเอง ถ้าคะแนนออกมาแบบนี้ บอกเลยว่าองค์กรตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. สตง. ไม่ต้องไปตรวจสอบแล้ว ที่น่าอายคือ กระทรวงมหาดไทยในฐานะที่ดูแลการประปาส่วนภูมิภาค รวมไปถึงสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ยังได้คะแนนน้อยกว่า กปภ.ที่ตนเคยร้องเรียนเรื่องทุจริตไปกว่า 51 เรื่องเสียอีก แล้วเที่ยวมาโม้ว่าจะขจัดทุจริต สร้างความโปร่งใส “หมวดเจี๊ยบ” แนะ “บิ๊กตู่” ลาการเมืองร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่พร้อมเปิดใจรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ชอบให้ชาวบ้านพูดสวน หรือไม่มีความอดทนพอที่จะตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน รวมทั้งนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ก็อย่าคิดเป็นนายกฯ ควรถอยออกไปจากการเมือง หลีกทางให้คนหน้าใหม่ที่มีความพร้อมมาลองทำงานบ้าง เผื่อจะมีข้อเสนอใหม่ ไอเดียดีๆแก้ปัญหาบ้านเมือง สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบทำตอนนี้คือปลดล็อกทางการเมือง เปิดพื้นที่ให้คนในสังคมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้โดยไม่ต้องกลัวติดคุก เมื่อไหร่บ้านเมืองมีเสรีภาพเมื่อนั้นสังคมอาจได้เห็นเพชรเม็ดใหม่ๆ ไม่ใช่พอมองเข้าไปใน ครม.แล้วเห็นแต่สังกะสี ส่วนเรื่องคดีของตนไม่ต้องห่วง ได้เจอกันแน่ที่ บก.ปอท เช้าวันพุธที่ 13 ธ.ค. ซึ่งได้เชิญผู้แทนทางการทูตจากประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป เช่น อังกฤษ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา ตลอดจนองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศร่วมสังเกตการณ์ด้วย ขณะนี้เตรียมความพร้อมไว้ทุกอย่างแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ได้เตรียมเงินสำหรับประกันตัวไว้ด้วย เพราะไม่รู้ว่าขั้นตอนการดำเนินการจะเป็นอย่างไรบ้าง“วัฒนา” มั่นใจใกล้ถึงเวลาเช็กบิลนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “เกือบได้เวลาแล้ว” มีเนื้อหาว่า วันที่ 10 ธ.ค.ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญตนไม่ได้ไปร่วมทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพราะติดการแข่งขันฟุตบอลกับทีมสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย บังเอิญทำเสื้อทีมหายเลยเอาเสื้อของตัวเองมาใส่แทน ยืนยันว่าเป็นเสื้อของตัวเองไม่ได้เอาของแม่หรือยืมเพื่อนมาใส่ ข้อความที่ปรากฏบนหน้าอกเสื้อตรงกับความรู้สึกทุกประการ ช่วงนี้ต้องอยู่กับนายกสมาคมทนายความแทบทุกวันเพราะคดีเยอะ แถมเผด็จการยังจองเวรหาช่องทางเพิ่มคดีให้อีก ระหว่างเล่นบอลตนได้กลิ่นประชาธิปไตยลอยมาผสมกับกลิ่นที่คล้ายศพถูกเผา เดาว่าน่าจะเป็นศพพวกเผด็จการที่กำลังสะดุดขาตัวเองเพราะลุแก่อำนาจ ออกอาการเมาหมัดไม่รักษารูปมวยทน ฟังการวิพากษ์วิจารณ์ยังไม่ได้ ช่างเป็นเผด็จการที่ไร้วุฒิภาวะ จึงขอให้ประชาชนทุกท่านหมั่นออกกำลังรักษากายรักษาใจไว้ให้ดี อีกไม่นานเราจะได้ร่วมกันทำความสะอาดบ้านเช็กบิลพวกที่ถ่วงความเจริญเหล่านี้ อีกไม่นานเกินรอครับตนรับรองทนาย นปช.จี้ฟ้องคดีกบฏ กปปส.วันเดียวกัน นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความกลุ่ม นปช. กล่าวถึงกรณีที่นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ปฏิเสธข่าวอัยการมีมติสั่งฟ้องแกนนำ กปปส. คดีกบฏ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารว่า คดีนี้คณะทำงานอัยการในปี 2557 มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 51 คนแล้ว เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2557 กระทั่งอัยการสูงสุดคนต่อๆมา มีคำสั่งยกเลิกคณะทำงานอัยการที่ตั้งขึ้น แล้วสั่งให้คืนเรื่องไปสำนักงานอัยการคดีพิเศษเมื่อวันที่ 16 ต.ค.2560 เพื่อดำเนินการตามหน้าที่ต่อไป หน้าที่ของสำนักงานคดีพิเศษจึงต้องเร่งนำตัวผู้ต้องหา กปปส. ส่งฟ้องศาลโดยเร็ว หรือหากจะอ้างว่าจะกลับความเห็นหรือคำสั่งเดิมที่อธิบดีฯสั่งฟ้องแล้ว ก็ต้องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาสั่ง ขู่ฟ้องแหลกแน่ถ้าคดีพลิกนายวิญญัติกล่าวอีกว่า สำหรับคณะทำงานที่ตั้งขึ้นใหม่ โดยอธิบดีอัยการฯ เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2560 ซึ่งเป็นวันที่ตนไปยื่นกล่าวโทษอัยการสูงสุดต่อ ป.ป.ช. หากพบมีบุคคลใดจะพยายามตัดบางข้อหาที่ร้ายแรงออกเพื่อเอื้อประโยชน์หรือช่วยมิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ก็จะเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย ดังนั้น ที่ตนได้ยื่นหนังสือเมื่อวันที่ 16 พ.ย.2560 ให้ดำเนินการส่งฟ้องผู้ต้องหาภายใน 30 วัน บัดนี้จะครบกำหนดระยะเวลาแล้ว คดีนี้ล่าช้ามากว่า 3 ปี 6 เดือนแล้ว ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ โดยวันที่ 12 ธ.ค.2560 เวลา 13.30 น. ตนจะไปยื่นหนังสือแจ้งเตือนต่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก อีกครั้ง หากยังมีบุคคลใดจะฝ่าฝืนคำสั่งเดิมของอดีตอธิบดีอัยการคดีพิเศษที่สั่งฟ้องข้อหากบฏ-ก่อการร้าย รวม 8 ข้อหา กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกไว้แล้ว ก็ขอยืนยันเช่นกันว่าจะดำเนินการทางกฎหมายและกล่าวโทษดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดด้วยอียูฟื้นสัมพันธ์การเมืองหลังแบน 3 ปีวันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพี และนายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ประจำประเทศเบลเยียม รายงานว่า กลุ่มรัฐมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (อียู) ประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม ก่อนออกแถลงการณ์ระบุ อียูเห็นชอบให้มีการฟื้นคืนการติดต่อทางการเมืองทุกระดับกับประเทศไทย หลังอียูระงับไว้มากว่า 3 ปีเพื่อประท้วงการรัฐประหารในไทย โดยอียูเห็นการพัฒนาคืบหน้าในไทยในรอบปีนี้ รวมทั้งการบังคับใช้รัฐธรรมนูญใหม่และการให้คำมั่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ระบุจะจัดเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 อียูเห็นว่าเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะฟื้นความสัมพันธ์กันใหม่แบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม อียูได้เน้นย้ำถึงการเรียกร้องให้ฟื้นคืนประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ในไทย เพราะยังวิตกเกี่ยวกับการคุกคามนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและการควบคุมเสรีภาพการพูด การแสดงออก นอกจากนี้ อียูยังจะมองหาช่องทางที่เป็นไปได้เพื่อเริ่มการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) รอบใหม่กับไทย เช่นเดียวกับข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือกับรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่