ดราม่าจัดเต็มเหนี่ยวกันตั้งแต่เริ่มจนต้องร้องซี้ด...ด กันทีเดียว งานนี้ เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ พระเอกหนุ่ม-ผู้จัดละคร จากละคร “ระเริงไฟ” ทางช่อง 3 ออกมาคอนเฟิร์มความแซ่บเอาใจคอละครดราม่า ยิ่งประกบ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณ “คนดังนั่งคุย” คว้าคุณพ่อลูก 2 แต่ความหล่อปังมาเปิดใจกับมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ส่วนบทบาทความเป็นคุณพ่อจากสายเป๊ะ กลายเป็นหัวหน้าเด็กไปเรียบร้อยแล้วละครออกอากาศไปแล้วกระแสเป็นอย่างไรบ้าง“ก็ฟีดแบ็กดีครับ ก็จะชมกันเยอะบอกว่าละครแซ่บดี สนุกดี เข้มข้นมากๆเลย คือดูเข้มข้นจัดเต็มตั้งแต่ทีเซอร์ออกมาแล้ว แล้วพอได้ดูส่วนใหญ่ก็จะชมกัน เพราะไม่ค่อยได้เห็นผมเล่นละครแนว ดราม่าแบบนี้มานานแล้ว”ถือว่าเป็นการร่วมงาน ครั้งแรกกับ นุ่น–วรนุช ด้วย “ใช่ครับ ร่วมงานกันเป็นครั้งแรก ก็ยอมรับว่าพอได้ทำงานร่วมกันก็รู้สึกดี เป็นการทำงานที่เข้าขากันดีมาก นุ่นเค้าก็มืออาชีพในการแสดง แต่ละฉากทุ่มเทมาก แล้วก็แสดงได้ดี พอมาเล่นด้วยกันก็รู้สึกว่ารับส่งอารมณ์กันได้ดี เวลาผมเล่นไป เค้าก็รับอารมณ์ตรงนั้น พอเค้าเล่นมาผมก็รับได้ ซึ่งตรงนี้ทำให้เวลาเล่นด้วยกันรู้สึกว่าง่าย สบายเลย การเล่นเป็นทางเดียวกัน อย่างคนดูก็เหมือน กับรอมานานแล้วนะ ตั้งแต่มีข่าวเกี่ยวกับละคร คนก็รอดูกันมา ก็ได้ดูกันเสียที ก็ผลตอบรับก็ดีครับ” เรื่องนี้นอกจากจะเห็นนุ่นกับเคน เล่นบทดราม่าจัดเต็ม กดดันเค้าให้ร้องไห้ เป็นแนวตบจูบแล้วก็ยังมีความหวานกุ๊กกิ๊กผสมกันไปด้วย“ใช่ครับ ผมเชื่อว่าในส่วนของดราม่า สำหรับคนคอละครดราม่าไม่น่าผิดหวัง คนดูอาจจะมีเสียน้ำตา สงสารนุ่นล่ะ โดนผมกดดันมากๆ สงสารนางเอก ขณะเดียวกันในส่วนของฉากหวานก็น่ารักนะผมเชื่อว่าคนดูน่าจะรอคอยกันนะ มีรัก มีแค้น มีเกลียด ผสมผสานกันไปมา ผมเชื่อว่าเรื่องนี้บทสนุกนะ จะเข้มข้นน่าติดตามขึ้นเรื่อยๆ อยากให้ดูกันทุกตอน เรื่องนี้ผมเองก็มีส่วนร่วมในการทำงาน ช่วยออกความเห็นเรื่องบท คุยกับผู้กำกับพี่โอ๋-กฤษฎา คุยกับคุณหน่อย-บุษกร ช่วยกัน จากประสบการณ์การทำงานที่มีมา ช่วยกันคิด ผมเองก็สนุกกับการแสดง เพราะไม่ได้เจอบทแบบนี้มานานแล้ว ได้กลับมาเล่นอีก เป็นดราม่าเต็มๆมันดี”ติดตามอ่านนิยายเรื่อง "ระเริงไฟ" ได้ที่นี่แฟนๆชมกันเยอะว่าพี่เคนหล่อ แม้จะอายุเลขสี่แล้ว“(หัวเราะเสียงดัง) ก็ดีใจนะที่เห็นผมหล่ออยู่ ช่วงนี้ไปไหนคนก็จะเข้ามาทักเยอะ เรียกคุณชาคริตกัน มาขอถ่ายรูป แล้วก็ชมเรื่องความหล่อนี่แหละ ก็เขินๆ เหมือนกันก็ดีใจที่สี่สิบยังแจ๋ว ยังหล่อถูกใจทุกคน”พออายุ 40 แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้างคะ “ดีนะ ผมว่า เหมือนกับว่าเราโตขึ้น อะไรหลายๆอย่าง ความรับผิดชอบด้วย แล้วเรารู้สึกเข้าใจอะไรในหลายๆเรื่องได้ดีขึ้น รู้สึกว่า 40 เป็นวัยที่ผมมั่นคง มั่นใจในการคิด ในการทำสิ่งต่างๆ”รู้ว่าเป้าหมายต่อไปจะเป็นอย่างไร “ใช่ครับ ก็รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป จะไปทางไหนอะไร” วางเป้าหมายอะไรบ้าง“เรื่องงานในฐานะผู้จัดละครก็ทำกันอยู่ พยายามรอบคอบ ละเอียด ปรับปรุงงานแต่ละชิ้นให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ช่วงแรกๆที่เป็นผู้จัด เราอาจจะไม่ละเอียด ไม่เข้าใจ อย่างตอนที่ผมเป็นนักแสดงก็ไม่ใช่ว่ามาถึงแล้ว เราเข้าใจในงานเลย ผมก็เป็นนักแสดงที่ใช้เวลาหลายปีเหมือนกันกว่าจะเข้าใจ พอมาเป็นผู้จัดก็เหมือนกัน คุณหน่อยก็เหมือนกัน ในช่วงแรกอาจจะไม่เข้าใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราก็พร้อมจะเรียนรู้ ปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจ ในสิ่งที่เรายังไม่รู้ เพื่อให้เราเข้าใจมากขึ้น และพัฒนางานของเราให้ดีขึ้น ก็ต้องขอขอบคุณทางช่อง 3 ที่ให้โอกาสเราได้ทำงาน ก็ยังต้อง พิสูจน์ตัวเองต่อไป ทำงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ”กับการรับงานแสดง มีหลักยังไง“งานแสดงก็ไม่ได้ว่าจะเลิกหรืออะไร ช่วงหลังรับงานน้อยลง อันนี้ไม่ได้วางแพลนว่าผมจะเลิก หรือจะเล่น หรืออีกสามปีจะเลิก เพราะงานแสดงก็ยังเป็นสิ่งที่ชอบอยู่แต่แน่นอนก็มีช่วงที่รู้สึกเบื่อ รู้สึกท้อบ้าง มีอยู่แล้ว แต่ถ้าถามวันนี้ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น งานแสดงเป็นอาชีพที่เราอยากทำอยู่ แต่ว่าในขณะเดียวกันคือเราอาจจะโตขึ้น ก็เลยต้องเลือกงานมากขึ้น หาบทที่ทำให้เรามีไฟที่อยากจะเล่น เพราะถ้าเราไม่สนุกกับงานก็จะออกมาไม่ดี ก็เลยพยายามเลือกงานที่ทำแล้วแฮปปี้ที่สุด” กับครอบครัว เห็นว่าหลังๆมีจัดทริปครอบครัวแพลนเที่ยวตลอด“ถือว่าเป็นกิจกรรมครอบครัว มีเวลาไปเที่ยวด้วยกัน อยู่ด้วยกัน ทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน เป็นช่วงเวลาที่มีค่าสำหรับผมและลูกๆ รวมทั้งคุณหน่อยเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข การไปทริปเที่ยว เราได้อยู่ด้วยกันสี่คนแบบพร้อมหน้าพร้อมตา บางทีผมกับคุณหน่อยแยกกันไปทำงาน เวลาที่จะให้ลูก บริหารเวลาลำบาก แต่ช่วงปิดเทอม ช่วงที่ลูกๆ ว่าง เราก็เลยพยายามทำตัวให้ว่าง เพื่อจะได้ไปเที่ยวกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเต็มที่ เก็บเกี่ยวเวลาด้วยกัน ลูกสองคนก็โตขึ้นทุกวันด้วย ก็ถือว่าเป็นความทรงจำดีๆของเราทุกคนด้วย แล้วสุดท้ายก็เหมือนกับการไปชาร์จแบตด้วย กลับมาจากเที่ยวก็เหมือนมีพลังดีๆกลับมาเพื่อจะต่อสู้กับงาน ทุกคนแฮปปี้หมด เราก็แฮปปี้ ทุกคนแฮปปี้”จะไปญี่ปุ่นกันบ่อยนะ“ใช่ครับ เพราะไปช่วงหน้าหนาวกัน ได้ไปเล่นสกีกัน ลูกๆชอบ อากาศดีด้วย เค้าได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ บางทีก็ไปเดินป่ากัน อยู่กับต้นไม้ ลำธาร ให้รักธรรมชาติ ใช้ชีวิตแบบธรรมดาที่สุดลุยๆได้”ชีวิตครอบครัวค่อนข้างลงตัว “อย่างที่บอก เราโตขึ้นทุกวัน ในเรื่องงานเราก็เข้าใจมากขึ้น ส่วนเรื่องครอบครัว ก็รู้ว่าจะจัดการดูแลอย่างไร เพราะแรกๆ เชื่อว่าต้องปรับเยอะกันทุกคน มีลูกจะดูแลอย่างไร งานก็ต้องทำ ลูกก็ต้องดูแล ภาระต่างๆ ใหม่ๆเราจะรู้สึกเป็นภาระ เราเหนื่อย แต่พอเราโตขึ้น เราเข้าใจทุกอย่างมากขึ้น จริงๆไม่ใช่ภาระ แต่เป็นหน้าที่ที่เราสนุกกับมัน ทำอย่างเต็มที่ สุดท้ายแล้วรางวัลที่ได้รับกลับมา ก็รู้สึกว่าเรามีความสุข งานก็มีความสุขกับทุกๆเรื่อง”ทุกวันนี้รู้สึกว่าชีวิตแฮปปี้ พอใจแล้ว “จริงๆ เรื่องนี้ก็แล้วแต่มองว่าเราอยากจะพาตัวเองไปแค่ไหนด้วย ถ้าเราอยากมีมากกว่านี้ เราก็ต้องทำมากกว่านี้ แต่สำหรับเคนทุกวันนี้ก็รู้สึกว่าเราพอใจตรงนี้ เพียงพอแล้ว แต่ก็ไม่ได้หยุดทำงาน เพียงแต่เราทำให้เพียงพอ และตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของเรา ชีวิตที่เราเป็นอยู่และอยากจะเป็น ผมกับคุณหน่อยก็รู้สึกว่าพอใจตรงนี้ จังหวะการทำงาน การใช้ชีวิตอะไรต่างๆ สามารถบาลานซ์ทั้งเรื่องงานและครอบครัวได้”มีแพลนอะไรอีกหรือเปล่า“ก็ตอนนี้สบายที่ระเริงไฟออก อากาศได้ผลตอบรับดี ตอนนี้ก็เตรียมงานเรื่องใหม่กันอยู่ เริ่มเตรียมบท เตรียมงาน ไป” อย่างลูกสองคน คุน กับ จุน อยากให้เรียนอะไร เป็นอะไร “จริงๆเค้ายังเด็ก ความสนใจเค้าก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็ปล่อยเค้าไป อยากเรียนอะไร อยากเป็นอะไร ทำสิ่งที่เค้าชอบ สิ่งที่เค้ารัก”สำหรับตัวเคน คิดว่าเป็นคุณพ่อแบบไหน “แรกๆเลยจะมองตัวเองว่าเจ้าระเบียบ เป็นคุณพ่อระเบียบ แต่พอมาถึงวันนี้ผมก็ลดความตึงลงเยอะ ไม่ได้ขนาดนั้น แล้วผมก็เหมือนกับว่าเป็นเพื่อนกับลูกมากขึ้น รู้สึกว่าแบบนี้ดีกว่า เค้าโตขึ้นทุกวัน เราพยายามเป็นเพื่อนเค้า ให้เค้าคุยกับเราได้ทุกๆเรื่อง เวลาเค้าเจออะไรที่โรงเรียน หรือเรื่องราวอะไร ก็จะมาเล่าให้ฟังหมด ผมชอบความสัมพันธ์แบบนี้นะ เพราะเด็กๆโตเร็วมาก ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ตรงนี้ขาดไป อย่างคุณหน่อยเค้าก็จะบอกว่าเป็นหัวหน้าเด็ก เป็นพี่ชายคนโต ทำอะไรแล้วลูกทำตามได้ แล้วเชื่อฟังด้วย”คุน กับ จุน นิสัยต่างกันมากมั้ย“ต่างครับ คุนเค้าเป็นพี่คนโต ก็จะมีความเป็นผู้ใหญ่เยอะหน่อย มีความรับผิดชอบดี คุณครูจะบอกว่าน้องคุนดูแลตัวเองดีมาก ไม่มีอะไรน่าห่วง รู้เรื่อง คือไปที่ไหนรู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรหรือไม่ควร ทำอะไร จะรู้เรื่อง จะเรียบร้อยกว่าจุนหน่อย ส่วนน้องจุนจะสบายๆกว่า แต่ครูจะบอกว่าทั้งคู่แหละดูแลตัวเองได้ดี รู้เรื่องกาลเทศะ อยู่ตรงไหนควรทำอะไรจะเข้าใจ”กับคุณหน่อย แบ่งหน้าที่การดูแลลูกอย่างไร “คุณหน่อยก็ไปรับไปส่งลูกตลอด นอกจากไม่ว่างจริงๆ ผมจะไปแทรก หรือน้องสาวคุณหน่อย แล้วเช้าก็จะเตรียมอาหารให้ลูก ติดขัดยังไงก็ช่วยกันทำไป เพราะลูกก็โตแล้ว ก็อยู่ง่ายกินง่าย ปัจจุบันก็ไม่ต้องดุด่าอะไรแล้ว เข้าใจและรู้หน้าที่ตัวเอง ก็สบายใจ สิ่งที่เค้าทำก็เป็นไปตามวัยเค้าก็แฮปปี้นะ ไม่ห่วงอะไร สบายๆ ผมว่าผมแฮปปี้และลงตัวกับงานและครอบครัวในปัจจุบันครับ”.ทีมข่าวบันเทิง