คดีที่ สน.บางซื่อ จับตัวผู้ต้องหาโรคจิตลวนลามผู้หญิง นับเป็นภัยที่ใกล้ตัวกับชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้นมาตลอด โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่ต้องเดินทางใช้บริการรถประจำทางไปทำงานทุกวัน (ชอตต่อชอต สาวนั่งรถเมล์ถูกมือปริศนาพยายามลวนลาม ถามแบบนี้โรคจิตไหม?)ภาพคลิปที่ปรากฏเป็นข่าว มีชายโรคจิตสวมหมวกสีขาว นั่งอยู่เบาะหลังพยายามยื่นมือผ่านเบาะ มาจับบริเวณหน้าอกของผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหน้าอาศัยจังหวะรถวิ่ง หรือรถเบรก ดีที่เหยื่อสาวคนนี้หัวไว คว้าโทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเก็บไว้ได้ทัน และพยายามออกเสียงร้องโวยวายให้ผู้โดยสารคนอื่นๆที่อยู่บนรถได้ยินเสียงหวังจะให้คนช่วยเหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ไม่มีใครเดินเข้ามาถาม หรือช่วยเธอเลยสักคน แม้แต่กระเป๋ารถเมล์ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสุดท้ายต้องตัดสินใจตะโกนต่อว่าดังๆ จนคนร้ายอับอายเดินลงรถหนีไปเองเหยื่ออีก 1 ราย บอกว่า เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ขณะที่นั่งรถเมล์สายหนึ่ง เห็นข่าวจำได้ว่า หน้าตาของคนร้ายคือคนเดียวกันที่กระทำอนาจารบนรถเมล์เหยื่อรายนี้บอกว่า ตอนนั้นนั่งรถเมล์รู้สึกเหมือนมีอะไรมาโดนตัว พอก้มลงดูที่เก้าอี้พบมือผู้ชายล้วงมาจากด้านหลัง จึงโวยวายขึ้น แต่ชายดังกล่าวกลับพูดหน้าตาเฉยว่า “ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย คุณเข้าใจผิดหรือเปล่า” คล้ายๆกับกรณีของผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อคนล่าสุดหากเป็นในอดีตที่ไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย คงจะหาหลักฐานกันลำบากถ้าไม่มีหลักฐาน หรือแม้แต่พยานคนที่เห็นเหตุการณ์ ไม่มีใครที่คิดยื่นมือมาช่วยเหลือกันเลยสังคมไทยเป็นอะไรกันไปหมดหรือทุกคนกลัวเดือดร้อน เรื่องตัวมิใช่ ที่หนักกว่านั้นคือ กระเป๋ารถเมล์ถึงจะไม่มีหน้าที่ป้องกันเหตุร้าย แต่ควรจะสำนึกในหน้าที่การเป็นพลเมืองดีบ้าง แค่เดินไปบอกคนขับให้จอด และเดินมาช่วยดูบ้างว่าเกิดอะไรขึ้นบนรถของตัวเองแค่นี้ก็น่าจะช่วยได้ หรือว่าต้องรอให้มีการยิงกัน ฆ่ากันบนรถประจำทาง คดีนี้เป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีบ่งชี้ว่า ปัจจุบันนี้ สังคมไทยต่างคนต่างอยู่ ไม่คิดที่จะช่วยเหลือคนอื่นที่ได้รับความเดือดร้อนอยากฝากไปถึงผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ คิดทบทวนว่าควรเป็นหน้าที่ของใคร มาตรการป้องกันเหตุเหล่านี้จะมีออกมาหรือไม่ วันนี้ยังดีที่ พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน ผกก.สน.บางซื่อ เร่งรัดติดตามตัวมาได้แต่ไม่ใช่แค่เหตุนี้ มีอีกมากที่ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.th