วันนี้วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน ย่างเข้าสู่เดือนที่ 11 ของปี 2560 แล้วนะครับ เหลือเดือนหน้าธันวาคมอีกเดือนเดียว ปี 2560 ก็จะผ่านไป และปี 2561 ก็จะคืบคลานเข้ามาซึ่งก็มีรายงานมีการคาดหวังว่า ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เศรษฐกิจไทยโดยรวมโดยเฉพาะการขยายตัวของจีดีพีน่าจะดีขึ้น และจะช่วยทำให้ค่าเฉลี่ยทั้งปีสูงขึ้นประมาณร้อยละ 3.5-4.0อันเป็นการคาดหมายที่ดีขึ้นกว่าที่เคยคาดไว้ในช่วงต้นปีที่บอกว่าเศรษฐกิจไทยปี 2560 จะโตประมาณร้อยละ 3.3-3.8 เท่านั้นเหตุที่นักเศรษฐศาสตร์ไทยเชื่อเช่นนี้เป็นเพราะความเจริญเติบโตที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตานับตั้งแต่กลางปีเป็นต้นมา โดยเฉพาะจากรายได้ของการส่งออกและการท่องเที่ยวตามมาด้วยการเบิกจ่ายจากงบประมาณที่รัฐบาลลงทุนในโครงการขั้นพื้นฐานต่างๆที่เป็นไปตามเป้า มีเงินไหลลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจทันตามจังหวะเวลาจากข้อมูลล่าสุดตัวเลขเหล่านี้ก็ยังพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกจากที่เคยคาดกันว่าอย่างเก่งจะเพิ่ม 3-5 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้กลายเป็นคาดว่า จะกระโดดไปอยู่ที่ 5.7-8 เปอร์เซ็นต์กันแล้วยกตัวอย่างแค่การส่งออกอย่างเดียวก็ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ทุกสำนักนั่งยิ้มไปตามๆกันอย่างที่ผมเขียนไว้เมื่อ “วันออกทุกข์” หลังจากพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 ครบถ้วนทุกพิธีแล้วว่า จากนี้ไปเราจะแปรความอาลัยและอาดูรให้เป็นพลังแผ่นดิน เพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า โดยมีพ่อหลวงของเราสถิตอยู่ในใจดูจากสถานการณ์เศรษฐกิจและการฟื้นตัวของโลกที่รออยู่ข้างหน้าแล้ว ก็พอจะเห็นหนทางที่สดใสพอสมควรรออยู่ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้สติปัญญาและความสามารถ หยิบฉวยโอกาสอันดีงามที่ว่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แต่แม้จะหยิบฉวยได้มากแล้ว อันเป็นเหตุให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีโตทะลุเป้าไปทุกประการแล้ว ผมก็คงต้องฝากบอกไปถึงรัฐบาลว่าอย่าพอใจเพียงแค่นี้เพราะการเติบโตดังกล่าวก็อย่างที่ทราบ จะมีผู้ได้รับประโยชน์เพียงชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มที่ร่ำรวยของประเทศเท่านั้นส่งออกเท่าที่เห็นก็จะมาจากอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ซึ่งเป็นของนักลงทุนใหญ่และไม่มากก็น้อยเป็นนักลงทุนจากต่างประเทศด้วยซ้ำพวกอุตสาหกรรมขนาดย่อม ขนาดกลาง หรือ SME ก็เห็นคร่ำครวญกันเป็นแถวๆว่าขายอะไรไม่ค่อยได้ท่องเที่ยวที่ว่าทำรายได้มหาศาล ก็จะอยู่ในกำมือของนักธุรกิจใหญ่ ไม่มีคนที่ผูกขาดธุรกิจการท่องเที่ยวเอาไว้แบบครบวงจร...จะกระจายไปถึงมือคนไทยส่วนใหญ่บ้างก็คงไม่มากนักกลุ่มฐานรากคือเกษตรกรยังคงหนักต่อไป เพราะนอกจากจะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม ทำให้พืชผลเกษตรเสียหายพอสมควรแล้ว ราคาพืชผลต่างๆก็ไม่ดีมากบางอย่างบางชนิดอย่างเช่น ยางพารา ถึงขั้นร่วงกราวกลายเป็นประเด็นที่น่าเห็นใจอย่างยิ่งในขณะนี้รัฐจึงยังมีหน้าที่จะต้องดูแลคนกลุ่มนี้ต่อไป และควรจะมีวิธีที่เป็นรูปธรรม และดีกว่าวิธีแจกเงิน แจกบัตร ที่ท่านใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นวิธีการที่ผมขอใช้คำว่าจะ “ทำร้าย” คนไทยต่อไปในอนาคตเพราะจะทำให้คนไทยส่วนหนึ่งเคยตัว เฝ้าแต่จะแบมือรับการแจกการแถมต่อไปอย่างไม่สิ้นสุดผมเข้าใจดีว่า ท่านทำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และไม่ใช่กระทำอย่างถาวร แต่มันขัดแย้งกับปรัชญาการพัฒนาที่ถูกต้อง อันเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกนี้ ก็ต้องตักเตือนว่ากล่าวกันไว้เพื่อให้ท่านค้นหาวิธีการช่วยเหลือคนยากคนจนที่ถูกต้อง โดยเฉพาะวิธีที่จะสอนให้คนจนช่วยตนเองได้ มีความขยันขันแข็งมากขึ้น อดทนมากขึ้น อย่ารอรับแจกอย่างเดียวในหลวง ร.9 ท่านสอนวิธีช่วยคนจนให้ช่วยตนเองได้เอาไว้มากมาย กลับไปอ่านพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน หยิบแก่นของโครงการในพระราชดำริของพระองค์ท่านมาศึกษาอย่างลึกซึ้งอีกครั้งเถิดแล้วท่านจะได้คำตอบว่า การลดแลกแจกแถมของท่าน มีส่วนในการ “ทำร้าย” คนจนอย่างไร?“ซูม”