พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกฯ แถลง เมื่อวันสุดสัปดาห์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้รับทราบว่า เว็บไซต์ เดอะมิร์เรอร์ ของอังกฤษ ได้รายงาน ผลการจัดอันดับราคาค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวระยะยาวของเมืองต่างๆทั่วโลก ปรากฏว่า กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้ระยะเวลานาน แต่คุ้มค่ามากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ประจำปี 2517ผู้จัดอันดับคือ โพสต์ ออฟฟิศ ทราเวล มันนี่ (บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราข้ามชาติ) โดย พิจารณาจากค่าใช้จ่ายสำคัญในการท่องเที่ยวทั้งหมด 11 รายการ เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าเยี่ยมชม ค่าเดินทาง ค่าที่พักระยะเวลา 3 คืนผลการจัดอันดับ กรุงเทพฯมีความคุ้มค่าที่สุดในโลก โดยมีที่พักให้เลือกหลายระดับ ราคาเริ่มต้นคืนละ 260 บาท (ราว 7.65 ดอลลาร์สหรัฐฯ) อีกทั้งยังมีอาหารราคาถูกและอร่อยให้ลิ้มรสมากมาย ค่าใช้จ่ายโดยรวม 3 วัน ในการท่องเที่ยวที่กรุงเทพฯอยู่ที่ราว 316.93 ปอนด์ ประมาณ 13,700 บาทพล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกฯระบุว่า ผลการสำรวจดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาพำนักในประเทศไทยนานขึ้น และจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ เช่น การออกมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ขยายเวลาพำนักในราชอาณาจักร ควบคู่ไปกับมาตรการดูแลอำนวยความสะดวก ฯลฯผมไม่แน่ใจว่า อันดับ 1 ที่ได้รับ คนไทยควรจะดีใจหรือไม่มีคำพูดอมตะประโยคหนึ่งในโลกธุรกิจว่า “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” หรือ No Free Lunch เมื่อมีคนได้ ก็ต้องมีคนจ่าย เช่นเดียวกับ ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวที่ถูกแสนถูกในกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารประเทศคิดบ้างหรือไม่ว่า “คนกรุงเทพฯ” และ “รัฐบาล” ต้อง “จ่ายค่าอะไรไปบ้าง” เพื่อให้ นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายสิบล้านคน เหล่านั้น ได้มาท่องเที่ยว มากิน มาพักในโรงแรมราคาถูกแสนถูกเหล่านี้ จนติดอันดับ 1 ราคาถูกที่สุดในโลก ถูกกว่าประเทศที่ยากจนอย่าง อินเดีย ปากีสถาน เสียด้วยซ้ำวันนี้ ค่าแรงขั้นต่ำสหรัฐฯ อยู่ที่ ชั่วโมงละ 7.25 ดอลลาร์ คูณด้วย 34 บาทต่อดอลลาร์ ตกชั่วโมงละ 246.50 บาท และ ค่าแรงขั้นต่ำอังกฤษ อยู่ที่ ชั่วโมงละ 6.70 ปอนด์ คูณด้วย 43.21 บาทต่อปอนด์ ตกชั่วโมงละ 289.50 บาทคนอเมริกันทำงานชั่วโมงเศษ ก็จ่ายค่าที่พักในกรุงเทพฯ 260 บาท ได้ 1 คืน คนอังกฤษทำงาน 1 ชั่วโมง ก็ได้ค่าที่พักราคาถูกในกรุงเทพฯ 1 คืน แถมข้าวแกงอีก 1 จานรัฐบาลไทยดีใจกันใหญ่แต่ไม่ได้คิดถึง “ต้นทุน” ที่คนไทยต้องจ่ายไปกับ นักท่องเที่ยวราคาถูกเหล่านี้ ตั้งแต่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแรงงาน ไปจนถึง สาธารณูปโภคทุกชนิด ที่นักท่องเที่ยวราคาถูกเหล่านี้ มาแย่งไปจากชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ เช่น การเดินทาง ส่งผลให้จราจรติดขัดสาหัส ถนนในกรุงเทพฯไม่ได้สร้างเผื่อนักท่องเที่ยวอีก 10 กว่าล้านคน คนกรุงเทพฯต้องใช้เวลาอยู่บนถนนจากรถติดวันละ 3–4 ชั่วโมง ทั้งขาไปและขากลับ ทำลายคุณภาพชีวิต อย่างเทียบไม่ได้กับอันดับ 1 ที่ได้รับเลยเป็นอันดับ 1 ที่ผมคิดว่าไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไปวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา รัฐบาลมาเลเซีย เพิ่งประกาศใช้ “ภาษีท่องเที่ยวใหม่” โดย เรียกเก็บภาษีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติคนละ 10 ริงกิต หรือ 3.19 ดอลลาร์ ราว 108 บาท ต่อการเช่าห้องพัก 1 คืน ยกเว้น โฮมสเตย์ ที่พักแบบกัมปง หมู่บ้านคนท้องถิ่น ที่ลงทะเบียนไว้กับรัฐบาล และ ที่พักที่มีจำนวนห้องน้อยกว่า 20 ห้องนายนาซรี อาซิส รัฐมนตรีวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แถลงว่า อัตราภาษีท่องเที่ยวใหม่นี้ จะครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมระดับ 0–5 ดาว แต่ยกเว้นภาษีให้นักท่องเที่ยวท้องถิ่น คาดว่าจะเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวราว 655 ล้านริงกิต หรือ 153 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯนี่คือการคิดที่ถูกต้อง นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยว ประเทศก็มีต้นทุน รัฐบาลจึงควรหารายได้จากนักท่องเที่ยวให้คุ้มค่าต้นทุน อย่าง มาเลเซีย คู่แข่งการท่องเที่ยวไทยไม่เพียง ไม่ยกเว้นค่าวีซ่า (ปีละหลายพันล้าน) แต่ เก็บภาษีนักท่องเที่ยวทุกคน ด้วยซ้ำ.“ลม เปลี่ยนทิศ”