จับอาการผู้นำอำนาจ “ปีที่ 4” ไม่มีอะไรง่ายฝนตกชุกมาตั้งแต่ต้นฤดู กรมอุตุนิยมวิทยาคาดฝนตกหนักทั่วทุกภูมิภาคช่วงวันที่ 14-18 กรกฎาคมเช่นเดียวกับฤดูแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่มาเร็วกว่าทุกปีตามรูปการณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.สั่งการให้ทุกหน่วยราชการ หน่วยงานรัฐ เร่งทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายให้เสร็จภายในเดือนสิงหาคมโดยมีการมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย รวบรวมรายชื่อข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารหน่วยงานรัฐทั้ง 14 หน่วยงาน ให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาภายใน 2 สัปดาห์นั่นหมายถึงไม่เกินสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ทุกอย่างต้องเรียบร้อยทั้งในหมวดของข้าราชการพลเรือน กระทรวงต่างๆ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีในส่วนของกองทัพตามเงื่อนสถานการณ์ที่ประเมินได้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเร่งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เพราะมันโยงกับเงื่อนเวลาการบริหารราชการแผ่นดินที่กำลังเข้าสู่ห้วงปีที่ 4 เทอมสุดท้ายของ คสช.รัฐบาลทหารต้องเร่งเครื่องปั่นเนื้องานให้เห็นเนื้อเห็นหนังแต่นั่นไม่เท่ากับการเน้นความเรียบร้อยก่อนพระราชพิธีสำคัญในเดือนตุลาคมอย่างไรก็ตาม ถ้าจับอารมณ์ พล.อ.ประยุทธ์ที่ออกอาการหงุดหงิด ฉุนเฉียวกรณีที่สื่อมวลชนเสนอข่าวโผการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการโดยเฉพาะในส่วนของกองทัพที่มีการเปิดชื่อขุนทหารในตำแหน่งต่างๆพูดกันแรงๆแบบว่า สื่ออยู่ในคณะกรรมการแต่งตั้งหรือไม่ ถ้าไม่อยู่ก็ไม่ต้องมายุ่งเขียนกันทุกวัน ถ้าไม่ได้ขึ้นมาก็ให้ไปฟ้องสื่อเลยแล้วกันมันก็เป็นอะไรที่สะท้อนปมคุกรุ่นในจิตใจ ล้อไปสถานการณ์ปัญหายากๆตรงหน้าในมุมของข้าราชการพลเรือน โฟกัสไปที่กระทรวงมหาดไทยที่มีกระแสการวางตัวปลัดกระทรวงคนใหม่ไว้ค่อนข้างชัวร์ แต่ก็ยังมีแคนดิเดตอีก 2–3 คนที่อาวุโสและระดับเทียบเท่ากันไม่มีตำแหน่งลงทำให้มีข่าวหลุดออกมาในทำนองโยกย้าย“ข้ามห้วย” คนของมหาดไทยจะกระโดดไปนั่งกิน ตำแหน่งปลัดกระทรวงที่กระทรวงแรงงานและกระทรวงการพัฒนาสังคมฯแต่ก็ถูกขวางลำจากเจ้าถิ่นเต็มที่ ไม่ลงล็อกลงตัวง่ายๆนั่นก็ทำให้อาการหงุดหงิดลามไปถึง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่เสียงแข็งใส่นักข่าวเมื่อโดนจี้ถามปัญหาการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในกระทรวงโยงถึงยุทธการ “ล้วงลูก” ข้ามห้วยขณะที่ในส่วนของกองทัพที่ดูจะสงบเงียบกว่าทุกปี ว่ากันตามโพยที่รั่วออกมาตามเงื่อนไขที่ลงล็อกในส่วนของกองทัพบก “บิ๊ก เจี๊ยบ” พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. นิ่งอยู่ต่อในตำแหน่งอีก 1 ปี เพราะเกษียณปีหน้า ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 1 อย่าง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กับ พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ.เลื่อนตำแหน่งเข้าไลน์ “5 เสือ ทบ.” จ่อเก้าอี้จ่าฝูงกองทัพบกขณะที่ทีมขุนศึกบูรพาพยัคฆ์ อย่าง “บิ๊กเข้” พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.น้องรักของ พล.อ.ประยุทธ์ โยกข้ามห้วยไปนั่งตำแหน่งปลัดกลาโหมเช่นเดียวกับบรรดาน้องรักของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็ต้องเปลี่ยนไลน์ออกนอกหน่วยกองทัพบกตามเส้นทางอำนาจที่ขาดตอนไปตั้งแต่ “นักรบหมวกแดง” มายึดจ่าฝูงแต่ภายใต้ยุทธศาสตร์ความชัวร์ของการคุมเกมอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร ทีมงาน คสช.ก็ต้องหวังจัดกำลังคุ้มกันหลังที่ไว้วางใจให้ได้มากสุดปัญหาอยู่ที่ตัวแปรอีกหลายชั้น พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้ายโอกาสที่จะวางคนตามยุทธศาสตร์ จึงทำไม่ได้ง่ายๆเจอโจทย์ยากอยู่แล้ว ยังมาเจอคิวโผรั่วออกมาตัดหน้า เท่ากับยิ่งกดดันนั่นก็เลยเป็นที่มาของอาการนอตหลุดเป็นธรรมดาโดยปรากฏการณ์ที่เห็นได้เลยว่า แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ การวางอำนาจในกองทัพ การจัดวางยุทธศาสตร์ในการรองรับอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ได้ทำกันง่ายๆแต่ที่ยากกว่าสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คือการบริหารท่ามกลางปัญหารุมเร้ารายวันไม่ว่าจะเป็นเรื่องพืชผลเกษตรราคาตกต่ำ ตามรูปการณ์แบบที่ชาวสวนยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ส่งเสียงคำรามฮึ่มๆจะไม่ทนกับรัฐบาล คสช.อีกต่อไป ส่งเสียงโห่ ตะโกนไล่ให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลาออกจากตำแหน่ง เพราะไม่มีฝีมือ แก้ปัญหาราคาพืชผลเกษตรไม่ได้ฉุดเครดิตฟอร์มบริหาร กดทับซ้ำสภาวะเศรษฐกิจโดยสถานการณ์ย้อนแย้งกับการเดินหน้าจัดซื้ออาวุธของกองทัพที่ผ่านมติ ครม.แทบจะรายสัปดาห์ ล่าสุดเป็นคิวของการจัดซื้อเครื่องบินฝึกขับไล่ T–50 TH จากประเทศเกาหลีใต้ มูลค่ากว่า 8,800 ล้านบาทเกษตรกรเดือดร้อน แต่รัฐบาลมือเติบ ช็อปอาวุธมันมือนี่คือปมอันตรายที่ “บิ๊กตู่” ต้องออกแรงเคลียร์กระแสตามรูปการณ์ ไม่เว้นแม้แต่คดีฆาตกรรม 8 ศพที่อ่าวลึกจังหวัดกระบี่ ที่มีประเด็นของ “คนมีสี” เข้าไปเกี่ยวข้องก็มีการตั้งคำถามกับผู้นำรัฐบาลทหาร คสช.ทุกอย่างล้วนพุ่งตรงมาถึงตัวของ พล.อ.ประยุทธ์โดยสถานะของจุด “ศูนย์รวมอำนาจ” ที่หนีไม่ออกเรื่องของเรื่อง โดยห้วงสถานการณ์ผ่านปี 3 ของคสช. เข้าสู่ปี 4 ท้ายเทอมรัฐบาล ตามเงื่อนเวลาโดยธรรมชาติทางการเมืองทั่วไป ที่สังคมอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงไม่อินกับ “มุกเก่า” คืนความสุข ที่เฝือมา 3 ปีแล้วขณะที่ผลงานรัฐบาล คสช.ก็ยังไม่เห็นเนื้อเห็นหนังอย่างที่ประชาชนคาดหวังไว้อีกทั้งตามรูปการณ์ที่ผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ก็รู้คำตอบสุดท้ายกันแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์มีโอกาสสูงที่จะคัมแบ็กเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบหลังเลือกตั้งคุมเกมอำนาจช่วงเปลี่ยนผ่านไปอีกอย่างน้อย 4–5 ปีนี่ก็เป็นจุดล่อเป้าให้นักการเมืองส่วนใหญ่ดาหน้าถล่มดิสเครดิตเตะตัดขาผู้นำท็อปบูตกันทุกวิถีทางเรื่องของเรื่อง ลำพังแรงเสียดทานจากภายนอก ตามเหลี่ยมเกมอำนาจที่ พล.อ.ประยุทธ์หนีไม่พ้นโดนจองกฐินถล่มทั้งจากนักการเมืองและฝ่ายต้านอำนาจพิเศษ นั่นก็เหนื่อยพอดูแล้วแต่การทำตัวเองให้เข้าใกล้ “จุดเสื่อม” ก็ยิ่งเหนื่อยเข้าไปใหญ่กับภาพของผู้นำอำนาจพิเศษ “หลักลอย” สะท้อนจากมาตรา 44 ที่ชักเข้าชักออกไม่ว่าจะเรื่องของ พ.ร.ก.ต่างด้าวสดๆร้อนๆ หรือย้อนกลับไปประเด็นการห้ามนั่งกระบะท้าย ที่ประกาศแล้วต้องชะลอการบังคับใช้เสียฟอร์มรัฐบาลอำนาจพิเศษหรือกรณีของโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ทอดเวลาในการตัดสินใจ ไม่ยอมเคาะโต๊ะจะเอาหรือไม่เอา ยื้อมาจนทางรัฐบาลจีนอึดอัด เริ่มไม่พอใจ กระตุกด้วยมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจถึงจะตาลีตาเหลือกตัดสินใจใช้ ม.44 เปิดหวูดเดินหน้าไหนจะเรื่องสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่ยื้อมานาน ไม่มีการฟันธง ตามอาการงงๆให้นโยบายกับฝ่ายปฏิบัติอย่างหนึ่ง แต่พอถึงจังหวะที่เอ็นจีโอกลุ่มต้านออกมาขวางลำ ก็ชะลอเกียร์ว่าง ไร้ทิศทาง ขาดความชัดเจนจะไปทางไหนทั้งๆที่ความมั่นคงทางพลังงานเป็นปมสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนนี่ยังไม่นับข้อจำกัดเรื่องของการใช้คนไม่ถูกกับสถานการณ์ติดล็อกเพื่อน พ้อง น้อง พี่ ลูกเกรงใจไม่กล้าขยับปรับเปลี่ยนจุดที่เป็นปัญหาในเชิงบริหารอีกด้านหนึ่งก็เจอกับอิทธิฤทธิ์ของทีมงาน “แม่น้ำ 5 สาย” สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีแต่พวกร้อนวิชา เล่นบทหนุมานเหาะเกินกรุงลงกา ในอารมณ์ของพวก “ลากตั้ง” ที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนจุดชนวน สร้างปมยากๆให้เคลียร์กันไม่หยุดหย่อนว่ากันตามปรากฏการณ์ ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะได้คะแนนความมุ่งมั่นเต็มร้อยแต่ปัญหาในภาคปฏิบัติที่ป้อแป้ ก็ทำแต้มหายไปเยอะที่แน่ๆสถานการณ์ผ่านปี 3 เข้าปี 4 การบริหารประเทศไทย ไม่ใช่คุมค่ายทหารรู้แล้วสินะว่า มันไม่ง่าย.“ทีมการเมือง”